โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เทพไท” ซัด ป.ป.ช. 2 มาตรฐาน? ปม “ศักดิ์สยาม” – 44 ส.ส.ก้าวไกล สะเทือนความเชื่อมั่นองค์กรอิสระ

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เทพไท” ซัด ป.ป.ช. 2 มาตรฐาน? ปม “ศักดิ์สยาม” – 44 ส.ส.ก้าวไกล สะเทือนความเชื่อมั่นองค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

เมื่อ ปปช.ตกเป็นจำเลยสังคม

ช่วงนี้มีประเด็นข่าวเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ของปปช. กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ใน2ประเด็น

ประเด็นแรก กรณีที่ปปช.ได้พิจารณาคำร้องของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการถือหุ้น หรือการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ และการให้นอมินีถือหุ้นในบริษัทบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยามต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และตัดสิทธิ์ทางการเมือง2ปี จนนำมาสู่การพิจารณาการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ซึ่งปปช.ได้พิจารณาถึงพยานหลักฐานที่นายศักดิ์สยามอ้างถึง และเชื่อว่านายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาจะปกปิดหุ้นหรือซุกหุ้นแต่อย่างใด

จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลผูกพันต่อองค์กรต่างๆตามที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยามปกปิดบัญชีทรัพย์สินและยื่นทรัพย์สินอันเป็นเท็จ แต่ปปช.กลับพิจารณาเรื่องนี้โดยเชื่อว่า นายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาในการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และยื่นทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จนทำให้การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่าปปช.มีเหตุผลใด ถึงกับพิจารณาแตกต่างจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยปปช.ต้องออกมาชี้แจงเป็นเอกสารถึง5หน้า

ในที่สุดก็พบว่าเงื่อนไขที่ทำให้ปปช.เชื่อว่า นายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน คือกรณีที่นายศักดิ์สยามไปฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนจากนอมินี และในที่สุดก็ยอมความกัน มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดินกัน จนทำให้ปปช.เชื่อว่าถ้าหากทรัพย์สินเป็นของนายศักดิ์สยามตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่ใช่เป็นนอมินี นายศักดิ์สยามจึงฟ้องขอทรัพย์สินคืน เมื่อไม่สามารถจะนำกลับคืนมาได้ แสดงว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของบุคคลอื่น ไม่ใช่ของนายศักดิ์สยาม

ประเด็นที่2 คือกรณีที่ปปช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ให้พิจารณา 44 ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ในการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งปปช.ได้นำเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล กล่าวถึงพฤติกรรมการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยปปช.ได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเขียนเป็นคำร้อง เพื่อยื่นฟ้องต่อ 44 ส.ส. พรรคก้าวไก่อย่างละเอียดยิบ

ซึ่งแตกต่างกับกรณีของนายศักดิ์สยามอย่างหนังคนละม้วน ทั้งที่การปฏิบัติโดยนำเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กรมาใช้ที่แตกต่างกัน จนถึงบัดนี้รายละเอียดของ2คดีนี้ได้นำมาเผยแพร่ต่อประชาชน และมีการนำมาวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์กัน โดยตั้งข้อสังเกตว่าปปช.ได้ปฎิบัติต่อ2กรณีนี้ เป็น2มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งถือได้ว่าปปช.กำลังตกเป็นจำเลยของสังคม และถ้าหากว่าเรื่องนี้ไม่สร้างความกระจ่าง หรือปปช.ไม่สามารถจะเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้สังคมเข้าใจได้ จะทำให้องค์กรอิสระอย่างปปช.ถูกตั้งข้อสงสัยในความเป็นกลาง และในมาตรฐานการทำหน้าที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งถ้าหากว่าปปช.ไม่สามารถตอบคำถามกับสังคมได้ ก็อาจทำให้กระแสสังคมเสื่อมความศรัทธาต่อองค์กรปปช.ได้

#เทพไท #ปปช #ศักดิ์สยาม #ก้าวไกล #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #มาตรฐานสองแบบ #องค์กรอิสระ #ศาลรัฐธรรมนูญ #บัญชีทรัพย์สิน #จริยธรรมการเมือง #มาตรา112 #ข่าววันนี้ #วิเคราะห์การเมือง #ประเด็นร้อน #ข่าวด่วน #นักการเมือง #ความโปร่งใส #ตรวจสอบอำนาจรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...