ค้าปลีก-อุตฯญี่ปุ่นระส่ำวิกฤตอิหร่าน ระงับออร์เดอร์-ขึ้นราคาครั้งใหญ่
คอลัมน์ : Market Move
ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นไม่เพียงเผชิญปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงจากวิกฤตการณ์ในอิหร่าน แต่กำลังเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนแนฟทา (Naphtha) ผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติกและเคมีภัณฑ์หลายชนิด กำลังลุกลามไปทั่วซัพพลายเชน ตั้งแต่ผู้ผลิตต้นน้ำไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค
ส่งผลให้ผู้ผลิตและค้าปลีกหลายรายสั่งระงับออร์เดอร์ และการปรับขึ้นราคาสินค้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ความกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดแคลน“แนฟทา” กำลังบีบให้ผู้ผลิตในญี่ปุ่นจำนวนมากต้องตัดสินใจปรับขึ้นราคาสินค้าและลดกำลังการผลิตลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้นเหตุของวิกฤตครั้งนี้มาจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งแนฟทาที่สำคัญของโลกอยู่ในสภาพเหมือนถูกปิดมานานหลายสัปดาห์
สำหรับญี่ปุ่นที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าแนฟทาจากตะวันออกกลางสูงถึง 40% ของความต้องการใช้ในประเทศ การหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือนี้จึงเหมือนการถูกตัดเส้นเลือดใหญ่ แม้รัฐบาลจะพยายามหาทางออกด้วยการนำเข้าจากแหล่งอื่นและเพิ่มการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ทดแทน แต่การดำเนินงานจริงกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคทั้งด้านต้นทุนและโลจิสติกส์
ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดเห็นได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน ซึ่ง “โตโต้” (Toto) ผู้ผลิตสุขภัณฑ์รายใหญ่ ประกาศระงับการรับคำสั่งซื้อสำหรับชุดห้องน้ำสำเร็จรูปชั่วคราว เนื่องจากขาดแคลนแนฟทาที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในสารเคลือบและกาวที่ใช้ในการผลิต
แม้ต่อมาจะสามารถกลับมาเปิดรับออร์เดอร์ได้อีกครั้งในวันที่ 20 เมษายน โดยได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ที่เข้ามาช่วยเจรจากับผู้ผลิตวัตถุดิบ แต่โฆษกของโตโต้ยอมรับว่าบริษัทยังคงมีความกังวลอย่างสูงเกี่ยวกับการจัดหาซัพพลายให้เพียงพอในระยะยาว
การหยุดชะงักของโตโต้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังคู่แข่งอย่าง “ลิกซิล” (Lixil) ซึ่งต้องรับส้มหล่นเป็นคำสั่งซื้อจำนวนมากที่ไหลทะลักเข้ามา จนเกินศักยภาพ ทำให้ต้องแจ้งลูกค้าว่าขณะนี้ไม่สามารถระบุวันส่งมอบสินค้าสำหรับออร์เดอร์ที่เข้ามาในช่วงนี้
ขณะที่ “คันไซ เพนต์” (Kansai Paint) ผู้ผลิตสีรายใหญ่ เริ่มจำกัดปริมาณการส่งสินค้าประเภท“ทินเนอร์” ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน เนื่องจากข้อบังคับด้านความปลอดภัยที่จำกัดปริมาณการจัดเก็บสารเคมี ทำให้ทินเนอร์เสี่ยงขาดแคลนเร็วกว่าผลิตภัณฑ์จากแนฟทาชนิดอื่น
ในฝั่งของผู้ผลิตต้นน้ำ โรงงานผลิตเอทิลีนหลายแห่งซึ่งใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น โรงงานในเครือมิตซูบิชิ เคมิคอล (Mitsubishi Chemical Group) แล มิตซุย เคมิคอล (Mitsui Chemicals) เริ่มลดกำลังการผลิตลงตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว
“โคชิโระ คุโด” ประธานของบริษัทเคมีภัณฑ์ อาซาฮี คาเซ (Asahi Kasei) เปิดเผยว่า แม้ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ในญี่ปุ่นจะมีปริมาณแนฟทาสำรองเพียงพอไปจนถึงกลางหรือปลายเดือนมิถุนายน แต่ปัญหาที่น่ากลัวกว่าคือราคา เพราะแนฟทาที่จัดหามาจากแหล่งอื่นนั้นราคาแพงกว่าช่วงปกติถึงสองเท่า
ราคาที่แพงขึ้นนี้เริ่มส่งผลต่อผู้บริโภคในรูปของการปรับขึ้นราคาขายส่งและปลีก โดย “กุนเซ่” (Gunze) ผู้ผลิตสิ่งทอและฟิล์มพลาสติก แจ้งปรับขึ้นราคาฉลากบรรจุภัณฑ์มากกว่า 25%มีผลในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ พร้อมขอให้ลูกค้า เช่น ผู้ผลิตเครื่องดื่ม สั่งซื้อเท่าที่จำเป็น และยอมรับการปรับเปลี่ยนวันส่งมอบสินค้า
เช่นเดียวกับสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) หลังผู้เล่นรายใหญ่อย่าง “ไลอ้อน” (Lion) ต้องตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวน้ำยาซักผ้าสูตรใหม่ที่เดิมจะวางตลาดในช่วงฤดูร้อนนี้ออกไปก่อน เนื่องจากประสบปัญหาในการจัดหา “สารลดแรงตึงผิว”ซึ่งทำจากแนฟทา
ไม่ต่างจาก“โคบายาชิ ฟาร์มาซูติคอล” (Kobayashi Pharmaceutical) ที่เริ่มจำกัดปริมาณการส่งสินค้า เช่น สเปรย์ปรับอากาศ และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เนื่องจากปัญหาการจัดหาพลาสติกสำหรับทำบรรจุภัณฑ์
“อเล็กซ์ แย็ป” นักวิเคราะห์อาวุโสด้านน้ำมันจาก Energy Aspects เตือนว่า ซัพพลายแนฟทาในเอเชียมีแนวโน้มจะตึงตัวขึ้นอีกในเดือนต่อ ๆ ไป เนื่องจากในช่วงฤดูร้อนความต้องการใช้น้ำมันเบนซินซึ่งต้องใช้แนฟทาเป็นส่วนผสมในสหรัฐและยุโรปจะพุ่งสูงขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยว
เพราะแนฟทาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตและผสมน้ำมันเบนซิน ดังนั้นเมื่อความต้องการเบนซินสูงขึ้นปริมาณแนฟทาที่จะเหลือส่งออกมายังเอเชียก็จะยิ่งลดน้อยลง “เราอาจเห็นสถานการณ์ที่วิกฤตแนฟทาในเอเชียเลวร้ายลงกว่าที่เป็นอยู่” แย็ปกล่าวทิ้งท้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค้าปลีก-อุตฯญี่ปุ่นระส่ำวิกฤตอิหร่าน ระงับออร์เดอร์-ขึ้นราคาครั้งใหญ่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net