โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สำนักงบฯ ชง ครม. ปรับปฏิทินงบ 70 เร่งประกาศใช้ทันกำหนด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงบประมาณเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษวันที่ 11 เมษายน 2569 พิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ปรับปรุงปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กระบวนการจัดทำงบประมาณเดินหน้าได้โดยเร็ว และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีผลบังคับใช้ทันปฏิทินงบประมาณปกติ คือวันที่ 1 ตุลาคม 2569

เร่งเครื่องหลังได้รัฐบาลใหม่

ภายหลังการรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 กระบวนการจัดทำงบประมาณจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทันที โดยขั้นตอนแรกคือการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สศช. ก.พ.ร. สมช. และสำนักงบประมาณ ร่วมกันทบทวนเป้าหมายและยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ควบคู่ไปกับการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและนำเสนอ ครม. ได้ในช่วงเดือนเมษายน 2569

ทบทวนกรอบวงเงินใหม่ หลังพลังงานพุ่ง

อย่างไรก็ดี กรอบวงเงินงบประมาณที่เคยอนุมัติไว้เดิมอาจต้องปรับเปลี่ยน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อสมมติฐานเศรษฐกิจและประมาณการรายได้ที่วางไว้เดิม

โดยกรอบวงเงินงบประมาณเดิมกำหนดไว้ที่ 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ที่กำหนดไว้ 3,780,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% พร้อมตั้งกรอบงบประมาณขาดดุล 788,000 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 3.9% ของ GDP ขณะที่ประมาณการรายได้สุทธิกำหนดไว้ที่ 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลง เนื่องจากกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ กำลังร่วมกันทบทวนประมาณการรายได้ กำหนดนโยบาย กรอบวงเงิน และโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ใหม่ทั้งหมด โดยคาดว่าจะนำเสนอ ครม. ได้ในสัปดาห์หน้า

สำหรับสมมติฐานเศรษฐกิจปี 2570 ที่ใช้ประกอบการจัดทำงบประมาณเดิม คาดการณ์ว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.1-3.1% ฟื้นตัวจากปีก่อนที่โตเพียง 1.7% โดยมีแรงหนุนจากการส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.4-1.4% อย่างไรก็ดี ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจดันเงินเฟ้อให้พุ่งเกินกรอบที่ประเมินไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อทั้งประมาณการรายได้และโครงสร้างรายจ่ายในที่สุด

ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย-ไม่ตอบโจทย์ประเทศ

ควบคู่กับการทบทวนกรอบวงเงิน รัฐบาลยังมีนโยบายชัดเจนในการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานรัฐที่ไม่มีความจำเป็นและไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของประเทศ เพื่อนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปจัดสรรให้กับภารกิจสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

ทั้งนี้ โครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปและมีลักษณะผูกพันข้ามปีงบประมาณ ยังคงต้องนำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี ขณะที่รายการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไปต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงการทุจริตก่อนยื่นคำของบประมาณ

กรอบเวลารัฐสภายังเดิม

แม้ปฏิทินช่วงต้นจะถูกปรับเลื่อน แต่กรอบเวลาในชั้นรัฐสภายังคงเดิม โดยเมื่อ ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ แล้ว สภาผู้แทนราษฎรจะมีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ก่อนส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาอีก 20 วัน จากนั้นจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ทันต้นปีงบประมาณ 2570

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...