โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทส. หอบหลักฐานยื่น “สอบสวนกลาง” เช็กบิลขบวนการรุกป่าเขาปากเตรียม!

เดลินิวส์

อัพเดต 10 เมษายน 2569 เวลา 23.35 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“บิ๊กกบ” นำทีมบุกสอบสวนกลาง ลากไส้ขบวนการฮุบป่า “เขาปากเตรียม” ยึดไม้เถื่อนเกือบ 500 ท่อน แฉขบวนการออก น.ส.3 ก. มิชอบ 105 ฉบับ ยึดผืนป่ากว่า 3,000 ไร่ เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ-ผู้มีอิทธิพล สั่งล้างบางทั้งเครือข่าย เร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ ฟันอาญาควบแพ่ง ค่าเสียหายพุ่งทะลุ 200 ล้าน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. เพื่อส่งมอบพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกรณีการตรวจยึดไม้ท่อนจำนวนกว่า 450-500 ท่อน ปริมาตรรวมประมาณ 490 ลูกบาศก์เมตร ในเขตป่าเขาปากเตรียม-อ่าวจาก จังหวัดระนอง พร้อมขยายผลตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ จำนวน 105 ฉบับ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่

พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้กรมป่าไม้ดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษต่อกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ในข้อหา ครอบครองไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูป โดยการนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการสอบสวนครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่อ้างสิทธิในที่ดินนำเอกสาร น.ส.3 ก. มาแสดงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง หากพบว่ามีการออกเอกสารโดยมิชอบหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ โดยหลังจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเข้าแจ้งความเพิ่มเติมเพื่อบูรณาการการสืบสวนขยายผลให้ถึงตัวการใหญ่

กรมป่าไม้แจ้งจับ “มอดไม้-จนท.รัฐ” รุกป่าเขาปากเตรียม แฉออก น.ส.3 ก. มิชอบ เสียหายพุ่ง 200 ล้าน

ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวถึงแนวทางการทำคดีว่า จะแบ่งความผิดออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.ความผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิซึ่งเข้าข่ายความผิดของเจ้าพนักงาน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ที่ดิน และ 2.ความผิดของภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง บก.ปปป. และ บก.ปทส. เพื่อระดมบุคลากรและเครื่องมือที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ เข้ามาจัดการคดีที่มีความซับซ้อนนี้ให้รวดเร็วและรอบคอบกว่าการดำเนินการในระดับพื้นที่

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริงพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าดงดิบสมบูรณ์ มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่น ตะเคียนอายุกว่า 100 ปี แต่กลับมีการออกเอกสาร น.ส.3 ก. ในช่วงปี 2532-2553 และมีการบุกรุกทำลายป่าไปกว่า 2,000 ไร่ จากการประเมินเบื้องต้นเชื่อว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ซึ่งทางกระทรวงฯ เตรียมทำหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดินเพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมด พร้อมเตือนเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ว่าจะต้องรับโทษตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น

ด้าน นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการส่งเรื่องขอเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้วจำนวน 21 แปลงแรก และจะขยายผลให้ครบทั้ง 105 แปลงที่เหลือ โดยมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากการบุกรุกและตัดไม้ในครั้งนี้ประเมินว่าสูงกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงฯ จะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายควบคู่ไปกับคดีอาญา เพื่อนำผืนป่าที่เป็นสมบัติของชาติกลับคืนมาเป็นของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...