โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หน่วยสอดแนมระดับนาโน พลิกโฉมการตรวจมะเร็งด้วย CTC

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีเพื่อนสองคน คนหนึ่งทำมาหากินที่อำเภอแม่สาย อีกคนทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ทั้งสองคนได้จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของทั้งสองท่านด้วยความจริงใจครับ ในทุกวันนี้ โรคมะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตเพื่อนมนุษย์เรามากมาย และทุก ๆ ปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีมากถึงปีละประมาณ 180,000 คน นี่เป็นสถิติผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ที่เยอะอย่างน่าตกใจ แต่สิ่งที่น่าเศร้ากว่าตัวเลขจำนวนผู้ป่วย คือ “ระยะของโรค” ที่ตรวจพบว่าคนไทยมากกว่า 60-70% ที่เดินเข้าโรงพยาบาลพร้อมกับผลวินิจฉัยในระยะที่ 3 หรือ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งเริ่มแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด หรืออวัยวะข้างเคียงนั่นเองครับ

คำถามคือทำไมเราถึงตรวจเจอช้า? คำตอบไม่ใช่เพราะคนไทยละเลยต่อการตรวจสุขภาพเสมอไป แต่ผมคิดว่าเป็นเพราะข้อจำกัดของ “เครื่องมือตรวจวัดแบบดั้งเดิม” ไม่ว่าจะเป็นการเอกซเรย์ (X-ray), อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือแม้แต่การทำ CT Scan เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นการสร้างภาพ(Imaging) ให้แก่แพทย์ที่ทำการรักษาได้มองเห็น “ก้อนเนื้อ” แต่อย่างไรก็ตามการจะมองเห็นก้อนเนื้อร้ายได้ ก็ต่อเมื่อเจ้ามะเร็งมันมีขนาดใหญ่พอ(โดยทั่วไปคือ 0.5 - 1 เซนติเมตรขึ้นไป)เท่านั้น แต่กว่าก้อนเนื้อจะใหญ่ขนาด 1 เซนติเมตรหรือปริมาณจะมากพอที่จะเป็นก้อนใหญ่ได้ มันจะต้องประกอบไปด้วยเซลล์มะเร็งนับล้าน ๆ เซลล์ ที่แบ่งตัวมานานนับปี นั่นหมายความว่า “เรายังตามหลังมะเร็งอยู่หลายก้าวเสมอ” ครับ

แต่ปัจจุบันนี้โลกของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ทำตัวเป็น “ตะแกรงอัจฉริยะ”ในการช่วยคัดกรองกลุ่มก้อนของเซลล์มะเร็ง การตรวจมะเร็งผ่านเม็ดเลือด (Tumor Markers) ด้วยเครื่องมือที่ล้ำสมัยได้กำเนิดขึ้นแล้วครับ ในอดีตวงการแพทย์ทั่วไป จะทำการตรวจหาค่าโปรตีนบางชนิด ที่เซลล์มะเร็งหลั่งออกมา ซึ่งบ่อยครั้ง “ค่าเลือดปกติแต่มีมะเร็ง” หรือ “ค่าเลือดสูงแต่ไม่ได้เป็นมะเร็ง” จะสร้างความสับสนและวิตกกังวลให้กับผู้ป่วยอย่างมาก แต่ในโลกยุคปัจจุบัน ชีวเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ได้นำแนวคิดที่แตกต่างออกไปมาใช้ นั่นคือการตรวจหา CTC (Circulating Tumor Cells) หรือ “เซลล์มะเร็งที่หลุดรอดเข้าสู่กระแสเลือด”ได้แล้ว เราสามารถที่จะเห็นปริมาณของเซลล์มะเร็งในเม็ดเลือดของเรา ว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน? มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งหรือเปล่า?ได้อย่างมหัศจรรย์เลยทีเดียวครับ

เราลองจินตนาการว่า ก้อนมะเร็งหลักก็คือ “ฐานทัพ” และเซลล์มะเร็งที่หลุดเข้าเลือดคือ “สายลับ” ที่กำลังเดินทางไปก่อตั้งฐานทัพใหม่ในอวัยวะอื่น เครื่องมือที่ว่านั้นก็คือระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ที่ติดตั้งไว้บนถนน (กระแสเลือด) เพื่อดักจับสายลับเหล่านี้ ตั้งแต่วันแรกที่มันเริ่มเดินทางได้เลยละครับ โดยเบื้องหลังความแม่นยำที่ว่านี้ เกิดขึ้นได้จากการใช้ “แผ่นเซมิคอนดักเตอร์”แผ่นเล็ก ๆ มาใช้กับ “ชีววิทยาทางการแพทย์” ซึ่งมีความแตกต่างและล้ำสมัย จนได้รับการยอมรับระดับสากล นั่นคือการนำเทคโนโลยีการผลิต ชิปเซมิ คอนดักเตอร์ แบบเดียวกับที่อยู่ใน iPhone หรือคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ มาสร้างเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า Cell Bio Chip (CBC) มาใช้ในการตรวจจับเจ้ามะเร็งร้าย ด้วยกลไกการทำงานระดับนาโนหรือNano-filter (การคัดกรองขนาด)เซลล์มะเร็ง โดยส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่และมีความแข็ง (Stiffness) ต่างจากเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง ชิปของเครื่องนี้ได้ถูกออกแบบให้มีช่องว่างระดับไมโคร ที่สามารถกักเก็บเซลล์ที่มีลักษณะเฉพาะของมะเร็งไว้ได้

นอกจากนี้ คุณสมบัติหนึ่งของชิป คือ การใช้ “แรงดึงดูดทางชีวภาพ” (Immuno-affinity) บนพื้นผิวของชิป ที่มีการเคลือบสารแอนติบอดีที่จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง เมื่อเลือดไหลผ่าน ชิปจะทำหน้าที่เหมือน “แม่เหล็ก” ที่ดูดจับเฉพาะเซลล์มะเร็งให้ติดอยู่บนแผ่นชิป จากนั้นเครื่องก็จะใช้ AI Analysis มาใช้ โดยหลังจากชิปสามารถจับเซลล์ได้แล้ว ระบบจะใช้ AI ในการสแกน และยืนยันว่าเซลล์ที่จับได้นั้นคือ “มะเร็งตัวจริง” หรือไม่? โดยวิเคราะห์จากรูปร่างหน้าตา และสารพันธุกรรมภายในเซลล์ ซึ่งมีความแม่นยำสูงมากครับ จะเห็นว่าด้วยความละเอียดระดับนี้ เครื่องดังกล่าวสามารถตรวจจับเซลล์มะเร็งเพียง 1-5 เซลล์ ที่ปนอยู่ในเลือดท่ามกลางเม็ดเลือดปกตินับพันล้านเซลล์ได้ ซึ่งเป็นความแม่นยำที่การเจาะเลือดแบบเดิมทำไม่ได้เลยครับ

ในอดีตที่ผ่านมา หากแพทย์ท่านสงสัยว่าผู้ป่วยคนนั้นเป็นมะเร็ง วิธีเดียวที่จะยืนยันได้ คือ Tissue Biopsy หรือการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งมีความแตกต่างจากวิธีที่ใช้การตรวจจับมะเร็งในเม็ดเลือดหรือที่เรียกว่า “Liquid Biopsy” ซึ่งวิธีตรวจแบบดั้งเดิมจะมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะการเจาะก้อนเนื้อในอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด หรือตับ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเลือดออก อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อมีการแพร่กระจาย ที่ทฤษฎีทางการแพทย์บางส่วนยังมีความกังวลว่า การไปสะกิดก้อนเนื้อหรือเซลล์มะเร็ง อาจทำให้เซลล์มะเร็งหลุดเข้ากระแสเลือดได้นั่นเอง อีกหนึ่งข้อจำกัด คือตำแหน่งของมะเร็งบางจุด อาจจะอยู่ลึกเกินกว่าจะเจาะถึงได้ครับ

ในขณะที่ Liquid Biopsy ของเครื่องมือดังกล่าว จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด เพียงแค่ใช้เลือดเพียง 7-10 มิลลิลิตร (เท่ากับการตรวจสุขภาพทั่วไป) ก็สามารถให้ข้อมูลที่แม่นยำ เทียบเท่าหรือมากกว่าการผ่าตัดชิ้นเนื้อ เพราะเลือดคือสิ่งที่ไหลผ่านทุกอวัยวะ ข้อมูลในเลือดจึงบอกภาพรวมของทั้งร่างกายได้ดีกว่าชิ้นเนื้อเพียงจุดเดียว นอกจากนี้ประโยชน์ของเครื่องมือดังกล่าว กำลังเปลี่ยนชีวิตคนไข้ใน 3 มิติหลัก คือการตรวจคัดกรอง (Screening) สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง การตรวจ CTC ปีละครั้ง จะช่วยให้พบมะเร็งตั้งแต่ “ระยะศูนย์” หรือระยะเริ่มก่อตัว ซึ่งโอกาสรักษาหายขาดจะมีเกือบ 100% นอกจากนี้ในมิติที่สอง คือการเลือกสูตรยา (Drug Selection) เมื่อมีการดักจับเซลล์มะเร็งได้แล้ว นักวิทยาศาสตร์สามารถนำเซลล์ตัวเป็น ๆ นั้น ไปทดสอบกับยาต่าง ๆ ในห้องแล็บ เพื่อดูว่ายาตัวไหนฆ่ามะเร็งของคนไข้คนนี้ได้ดีที่สุด ก่อนจะฉีดยาจริงเข้าตัวคนไข้ มิติสุดท้าย คือการติดตามผล (Monitoring) คือ หลังจากการผ่าตัดหรือทำคีโมไปแล้ว การตรวจเลือดจะบอกได้ทันทีว่า “มะเร็งหมดไปหรือยัง?” หากจำนวน CTC ในเลือดลดลงจนเป็นศูนย์ แปลว่าการรักษาได้ผล แต่ถ้ายังมีเซลล์ลอยอยู่ แปลว่าต้องรีบปรับแผนรักษาก่อนที่มันจะกลับมาโตอีกครั้ง

ความหวังใหม่ในยุคการแพทย์แม่นยำ( Precision Medicine ) การเข้าถึงเครื่องไม้เครื่องมือดังกล่าว คือก้าวสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลงได้จริง เราไม่ได้สู้กับมะเร็งด้วย “ความหวัง” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เราสู้ด้วย “ข้อมูล” ที่แม่นยำระดับนาโน ดังนั้นมะเร็งจึงไม่ใช่คำพิพากษาประหารชีวิตอีกต่อไป หากเรามี “หน่วยสอดแนม” ที่ดีพอ ที่จะตรวจเจอเป้าหมายก่อนที่มันจะเริ่มโจมตีเรา เราก็จะเข้าไปกำจัดมันได้ก่อนที่มันจะลงมือนั่นเอง

ในอาทิตย์หน้าตอนต่อไป ผมจะพาพวกเราก้าวข้ามจากการตรวจจับ ไปสู่การ “วางแผนสังหาร” เจ้าเชื้อมะเร็งตัวร้าย ด้วยเทคโนโลยีของ Precision Medicine เมื่อเรารู้รหัสพันธุกรรมของศัตรู เราก็จะเลือกอาวุธที่ฆ่ามะเร็งได้ โดยไม่ทำร้ายร่างกายเราได้อย่างไร?… ห้ามพลาดนะครับ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...