สารัชถ์ เผย GULF ไม่มีแผนถือหุ้น KBANK เพิ่ม เดินหน้าลุยพลังงานหมุนเวียนยุโรป
สารัชถ์ เผย GULF ไม่มีแผนเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นใน KBANK เดินหน้าลุยธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในยุโรป หลังเปิดสำนักงานใหม่ในอังกฤษ รองรับวิกฤติน้ำมันหลังหลายประเทศตื่นตัวด้านพลังงาน
วันที่ 10 เม.ย.2569 นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เปิดเผยในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ถึงทิศทางการดำเนินงานของบริษัท โดยกล่าวถึงนโยบายการลงทุนในบมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBank)ว่า ไม่มีแผนลงทุนเพิ่ม โดยจะคงสัดส่วนการถือหุ้นไว้ที่ 9.99 % (ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2) เพราะมีรีไควเม้นแต่ละอย่างที่ต้องทำอยู่
“การลงทุนใน KBank เป็นการ Matching เพราะต้นทุนการเงินของบริษัทค่อนข้างต่ำมาก ประกอบกับเงินปันผลที่ได้มา ซึ่งยังไม่มีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่านี้”
ส่วนธุรกิจเวอร์ชวลแบงก์ หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาซึ่งเป็นการลงทุนของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)บมจ.ธนาคารกรุงไทย และกลุ่มปตท. สาเหตุที่ GULF ตัดสินใจไม่เข้าไปลงทุนเองโดยตรงเพราะมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก ซึ่งมองว่าเรื่องดาต้าที่มีอยู่กับธนาคารกรุงไทยค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นลูกค้าธนาคาร
ส่วนADVANC มีฐานลูกค้าที่ใช้มือถือจำนวนมาก และกลุ่ม ปตท.มีลูกค้าเอสเอ็มอีและรีเทลซัพพลายเซน เป็นต้น จึงทำให้การนำฐานข้อมูลลูกค้าของ 3 กลุ่มมาใช้ในการปล่อยกู้สามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าช่วยได้ค่อนข้างดีและได้ทดสอบระบบในการปล่อยกู้ไปแล้ว โดยได้ความแม่นยำค่อนข้างสูง
นายสารัชถ์ กล่าวถึงแผนลงทุนธุรกิจพลังงานว่าจะขยายลงทุนพลังงานหมุนเวียนในยุโรป ปัจจุบันบริษัทฯได้เปิดสำนักงานในประเทศอังกฤษเพื่อดูลู่ทางเรื่องการลงทุนพลังงานหมุนเวียนในทวีปยุโรป เพราะสถานการณ์การความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤติพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน ทำให้หลายประเทศกลับมาทบทวนเรื่องพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น และยุโรปมีหน่วยงานกำกับดูแลที่ค่อนข้างแข็งแรง ซึ่งคาดว่าจะมีการขยายตัวการลงทุนประเทศในแถบยุโรปและอังกฤษเพิ่มมากขึ้น
ด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ LNG นอกเหนือจากการจัดตั้ง LNG Terminal และการนำเข้าก๊าซ LNG จากต่างประเทศแล้ว คาดว่าจะมีการทำธุรกิจเรือขนส่ง LNG ด้วย ซึ่งจะเป็นธุรกิจใหม่ของ GULF คาดว่าในอนาคตจะเป็นส่วนที่ทำรายได้ให้บริษัทมากขึ้น
โดยทั้ง 2 โครงการ คือ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในยุโรป และธุรกิจ LNG ถือเป็น Global Scale ไม่เหมือนธุรกิจพลังงานในประเทศที่มีขอบเขตจำกัดในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าหาก GULF ไปถึงจุดนั้นได้ ก็อาจจะมี Global Scale ของ LNG แพลตฟอร์มเทรดดิ้งหรือพลังงานหมุนเวียนในประเทศยุโรปมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 GULF ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% จากปีก่อน โดยจะมีโครงการใหม่ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เกือบ 700เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม 10 โครงการ และโครงการโซลาร์แบตเตอรี่ 2 โครงการ รวมกว่า 600 เมกะวัตต์รวมถึงโครงการขยะชุมชนที่จังหวัดเชียงใหม่ 10 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปที่ทยอยเปิดไปจนถึงสิ้นปี 2569 นี้
โดยรายได้ที่จะเติบโตขึ้นมาจากรายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐฯ ที่มีความต้องการใช้ไฟมากขึ้นจากภาคธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ และมีการรับรู้รายได้จากธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ ในประเทศที่ได้เปิดดำเนินการไปแล้วในช่วงกลางปีที่ผ่านมา
ส่วนแผนการขยายโรงไฟฟ้าพลังงานลมในต่างประเทศ อยู่ระหว่างการศึกษาพลังงานลมหลายโครงการทั้งในประเทศสหรัฐฯ,ยุโรป และอังกฤษ
นายสารัชถ์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ระดับ 0.9 เท่า ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำมาก เนื่องจากมีการควบรวมกับ INTUCH ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงทำให้สามารถขยายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้ต่อไป ส่วนต้นทุนด้านเงินกู้ของทั้งกลุ่มบริษัทอยู่ที่ระดับ 3% ต่อปี แบ่งเป็นดอกเบี้ยคงที่ 95% และลอยตัวระดับ 5% จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามยอมรับปัจจุบันอัตราหนี้สินต่ออิบิด้า (Net Debt to EBITDA) ของ GULF อยู่ในระดับค่อนข้างสูง เนื่องจากมีโครงการที่อยู่พัฒนาจำนวนหลายโครงการ ซึ่งแต่ละโครงการต้องใช้เวลาก่อสร้างหลายปี ในขณะที่ EBITDA ยังไม่ได้เข้ามาก็อาจทำให้สัดส่วนอยู่ในระดับสูง แต่เมื่อโครงการเปิดดำเนินการแล้วจะรับรับรู้กระแสเงินสดในระยะยาว โดยมองว่า Net Debt to EBITDA ของบริษัทจะเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป เพราะจะมีรายได้จากโครงการที่ทยอย COD เข้ามามากขึ้น นอกจากนี้ยืนยันบริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุนในตอนนี้
ด้านผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง GULF ไม่ได้รับผลกระทบมากจนเกินไป มีเพียงเรื่องการนำเข้าก๊าซฯมาจากต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้บริษัทค่อนข้างระมัดระวังไว้และนำเข้าจากหลายแห่งทั่วโลก ไม่ได้นำเข้าจากตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว ซึ่งพบว่าการขนส่งที่มีปัญหาแค่เรือเพียงลำเดียวที่ติดค้างอยู่ อย่างไรก็ตามได้มีการจัดหาก๊าซฯจะแหล่งอื่นๆ เช่น ในประเทศไนจีเรียมาทดแทน ซึ่งถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงไว้
อย่างไรก็ตามระยะกลางและยาวเชื่อว่า GULF คงไม่มีปัญหาในการนำเข้าก๊าซ LNG มาป้อนโรงไฟฟ้าและผลิตไฟฟ้า จึงสบายใจได้
ด้านราคาก็ปรับตัวผันผวนไปตามตลาด ส่วนที่จะมีผลกระทบบ้างคือค่า FT ที่จะเกิดขึ้นกรณีรัฐบาลไม่ปรับขึ้นค่า FT ให้สะท้อนกับต้นทุนของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน ก๊าซฯ และอัตราแลกเปลี่ยนต่างๆ ซึ่งจะกินเนื้อในส่วนของผลประกอบการบริษัทฯบ้างในส่วนที่ขายไฟให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (IU) ซึ่งสัดส่วนลูกค้ากลุ่มดังกล่าวของบริษัทไม่ได้มีมากนักมีเพียงแค่ระดับ 7%
ด้านผลกระทบทางอ้อมอาจมีผลต่อ ADVANC บ้างในเรื่องกำลังซื้อที่หดหายไป ส่วนด้านอื่นๆไม่น่ามีอะไร เพราะ GULF และ ADVANC ได้มีการออกหุ้นกู้ไว้ล่วงหน้าก่อนที่สงครามตะวันออกกลางจะเกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่าภาพใหญ่คงไม่ได้มีผลกระทบอะไรที่เป็นนัยสำคัญมากนัก
นายสารัชถ์ ได้แสดงความเห็นต่อธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center)ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มีการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก เปรียบได้กับทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งรัฐบาลต้องหามีแนวทางดำเนินการเพราะพฤติกรรมการลงทุนคือ มาจองพื้นที่และซื้อวัสดุจากต่างประเทศทั้งหมดกว่า 100% มองว่าเป็นข้อเสียเปรียบของประเทศไทยและเป็นการเพิ่มต้นทุนโดยไม่มีความจำเป็น