โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท.เปิดเฮียริ่งค่าธรรมเนียมแบงก์ ค่ารักษาบัญชี 20 บาท ขอสเตตเมนต์ 100 บาท

เดลินิวส์

อัพเดต 11 เมษายน 2569 เวลา 22.47 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แบงก์ชาติ เปิดรับฟังความเห็น ค่าธรรมเนียมและค่าบริการธนาคาร มีผล 1 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป ขอ statement กระดาษ ย้อนหลัง 12 เดือนไม่เกิน 100 บาท ค่ารักษาบัญชี 20 บาท ไม่กำหนดขั้นต่ำเงินในบัญชีไม่เคลื่อนไหว 1 ปี

วันที่ 11 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลงนามในเอกสารเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) หลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ

วัตถุประสงค์ของร่างฯ ฉบับนี้ จากกรณี ธปท. ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับความเป็นธรรม สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยราคาที่เหมาะสม รวมทั้งได้รับการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและเพียงพอต่อการตัดสินใจ

ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่าการเรียกเก็บค่าบริการสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการ ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยบางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังคงมีการเรียกเก็บค่าบริการ

ขณะที่บางรายการมีช่วงอัตราค่าบริการกว้าง ซึ่งอาจสะท้อนว่ามีการเรียกเก็บในระดับที่สูงเกินควร ธปท. จึงได้ออกประกาศฉบับนี้ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับธุรกรรมที่เป็นบริการพื้นฐาน เพื่อช่วยลดความแตกต่างของค่าบริการและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในวงกว้าง

ซึ่งสอดคล้องกับกรอบหลักการ (guiding principles) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส2. 7/2565 เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ที่กำหนดให้การเรียกเก็บค่าบริการต้องเรียกเก็บด้วยอัตราที่เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน คำนึงถึงต้นทุนในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง และไม่ผลักภาระให้แก่ลูกค้าจนเกินสมควร

ทั้งนี้ เปิดรับฟังความคิดเห็น ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569

มาตรฐานค่าบริการและการให้บริการตามร่างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก คือ

1.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related)

  • ขอบเขตการบังคับใช้ : ลูกค้าบุคคลธรรมดาและ SMEs

1.1 ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement)

statement แบบกระดาษ

  • ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน : ไม่เกิน 100 บาทต่อครั้ง (ครั้งละไม่เกิน 3 บัญชี)

  • ย้อนหลังมากกว่า 12 เดือน : ไม่เกิน 200 บาทต่อบัญชี

statement แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-statement)

  • ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน : ไม่คิดค่าบริการ

  • ย้อนหลังมากกว่า 12 เดือน : ไม่เกิน 100 บาทต่อบัญชี

หลักเกณฑ์เพิ่มเติม : สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องให้บริการทั้ง statement แบบกระดาษและ e-statement ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย สนับสนุนสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้บริการ e-statement ย้อนหลังอย่างน้อย 12 เดือน

1.2 ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน

  • อัตราเรียกเก็บ : ไม่เกิน 100 บาทต่อครั้ง ครอบคลุมรายการต่าง ๆ เช่น เงินฝาก หนี้สิน ภาระผูกพันตามที่ลูกค้าประสงค์ทั้งนี้ อาจเรียกเก็บค่าจัดส่งเอกสาร เช่น ค่าไปรษณีย์ ได้ตามที่จ่ายไปจริง

หลักการเพิ่มเติม : สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องให้บริการหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน

1.3 ค่ารักษาบัญชีเงินฝาก

  • อัตราเรียกเก็บ : ไม่เกิน 20 บาทต่อเดือนสำหรับบัญชีเงินฝาก ทุกประเภท

หลักเกณฑ์เพิ่มเติม : สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องไม่กำหนดให้บัญชีที่มียอดคงเหลือมากกว่า 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวน้อยกว่า 1 ปีติดต่อกัน เป็นบัญชีเงินฝากไม่เคลื่อนไหว

2.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์(Card-related)

สำหรับลูกค้าธรรมดา

2.1 ค่าแรกเข้าและค่ารายปี สำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐาน

  • อัตราเรียกเก็บ : ค่าบริการทั้งหมดที่เรียกเก็บ (all-in) ไม่เกิน 150 บาทต่อปี

2.2 ค่าแรกเข้าและค่ารายปี สำหรับบัตรเดบิตพื้นฐาน

  • อัตราเรียกเก็บ : ค่าบริการทั้งหมดที่เรียกเก็บ (all-in) ไม่เกิน 200 บาทต่อปี

หลักเกณฑ์เพิ่มเติม : สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่ให้บริการบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต แล้วแต่กรณี ต้องจัดให้มีบริการบัตรพื้นฐานแก่ลูกค้า โดยมีอัตราค่าบริการไม่เกินอัตราที่กำหนด

สำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐาน หมายความว่า บัตรเอทีเอ็มที่ให้ลูกค้าสามารถถอนเงิน โอนเงิน และสอบถามยอด โดยไม่มีบริการหรือสิทธิประโยชน์อื่น ให้แก่ลูกค้าเพิ่มเติม (เช่น ประกันภัย) และไม่เป็นบัตรที่ให้บริการแก่ลูกค้าในวงจำกัด เช่น บัตรดิจิทัล บัตรของบัญชีเงินฝากพื้นฐาน บัตรที่ ให้บริการเฉพาะกลุ่ม บัตรแลกเงินตราต่างประเทศ (travel card) บัตรที่ผูกกับบัญชีประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น หรือบัตรลักษณะอื่น ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

บัตรเดบิตพื้นฐาน หมายความว่า บัตรเดบิตที่ให้ลูกค้าสามารถถอนเงิน โอนเงิน สอบถามยอด และชำระค่าสินค้าและบริการ โดยไม่มีบริการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่ลูกค้าเพิ่มเติมและไม่เป็นบัตรที่ให้บริการแก่ลูกค้าในวงจำกัดในลักษณะทำนองเดียวกับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐาน

กรณีสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม

2.3 ค่าบริการเบิกถอน เงินสดด้วยบัตรเครดิต

  • อัตราที่เรียกเก็บ : ไม่เกิน 2-2.5% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอนนั้น ตามที่กำหนดในข้อ 5.3.1

3.ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related)

สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม

3.1 ค่าข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น

-การฝาก/ถอน/โอนเงินที่เครื่อง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์

-การฝาก/ถอน/โอนเงินที่สาขา

-การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต

-การฝากเช็ค

  • อัตราที่เรียกเก็บ : ไม่เรียกเก็บค่าบริการ

หลักการเพิ่มเติม : สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องจัดให้มีบริการ ฝากเงิน ถอนเงิน และโอนเงิน ที่เครื่อง ATM/CDM และสาขา ข้ามเขตสำนัก หักบัญชีหรือข้ามจังหวัดแก่ลูกค้า

ซึ่งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่า ตู้หรือเครื่องสำหรับฝากเงิน ถอนเงิน หรือถามยอด เงินคงเหลือ ที่ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการได้ด้วย ตนเองโดยอัตโนมัติเช่น เครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติ(Automatic Teller Machine: ATM) เครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ (Cash Deposit Machine: CDM) เครื่องฝากและถอนเงินสดอัตโนมัติ (Cash Recycling Machine: CRM)

3.2 ค่าบริการการโอนเงิน ผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน (same day)

  • อัตราที่เรียกเก็บ : ไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ

3.3 ค่าธรรมเนียมชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (Commission in-lieu of Exchange)

  • เรียกเก็บได้ไม่เกิน 0.125% ของจำนวนเงินสำหรับเงินทุกสกุลเงิน

  • เรียกเก็บขั้นต่ำได้ไม่เกิน 300 บาท และเฉพาะลูกค้าบุคคลธรรมดาและ SMEs ให้เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ไม่ให้เรียกเก็บกรณีโอนเงินระหว่างบัญชี ภายในสถาบันการเงินเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีการทำธุรกรรม โดยใช้ธนบัตรสกุลต่างประเทศ

3.4 ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ บาทเนต

-อัตราที่เรียกเก็บ : บาทเนต สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สามารถเรียกเก็บค่าบริการจากผู้โอนเงิน เท่านั้น และไม่เกิน 100 บาทต่อรายการ

4.1 ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee)

  • อัตราที่เรียกเก็บ : ให้เรียกเก็บค่าบริการได้เพียงครั้งเดียว ต่อการพิจารณาคำขอวงเงิน ดังนี้

-วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 15 ล้านบาท : เรียกเก็บได้ไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน แต่ไม่เกิน 250,000 บาท

-วงเงินสินเชื่อมากกว่า 15 ล้านบาท : เรียกเก็บได้ไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน

4.2 ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (term loan)

4.3 ค่าบริการต่ออายุวงเงิน สินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน (revolving loan)

  • อัตราที่เรียกเก็บ : ไม่ให้เรียกเก็บค่าบริการ ยกเว้น กรณีลูกค้าได้รับวงเงินเพิ่มขึ้น ให้เรียกเก็บค่าบริการได้ตามอัตราในข้อ 4.1 โดยคำนวณบนฐานของวงเงินที่เพิ่มขึ้น

4.4 ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบ กำหนด (prepayment fee)

  • อัตราที่เรียกเก็บ : ไม่เกิน 3% ของยอดเงินต้นคงค้าง ทั้งนี้ ห้ามสถาบันการเงินและสถาบันการเงิน เฉพาะกิจเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว หากลูกค้าได้ชำระเงินต้นแล้วมากกว่า 50% ของสัญญา และได้ชำระมาแล้ว เป็นระยะเวลามากกว่า 50% ของสัญญา

4.5 ค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน

  • อัตราที่เรียกเก็บ : ไม่ให้เรียกเก็บค่าบริการ ในกรณีที่มีการเรียก เก็บค่าบริการเพื่อชดเชยต้นทุนการสำรอง วงเงินไปแล้ว หรือเมื่อลูกค้าได้มีการเบิกใช้ วงเงินดังกล่าวแล้ว

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.bot.or.th/th/laws-and-rules/public-hearing/public-hearing-20260410-FeeProject.html

โดยกำหนดวันเริ่มต้นบังคับใช้ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...