Vanich House โรงกลึงเครื่องจักรอายุร้อยปี กับการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งครอบครัว
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน หากใครได้เดินเข้าไปในซอยวานิช บริเวณและเลี้ยวเข้าไปในซอยโจวซือกง เพื่อเข้าไปยังศาลเจ้า จะพบกับอาคารไม้เก่า ณ ที่แห่งนี้เคยเป็นโรงกลึงอู่หลียุ่นเชียงที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 ซึ่งเป็นโรงกลึงสำหรับเครื่องจักรไอน้ำขนาดใหญ่สำหรับส่งให้โรงสีข้าว ตัวอาคารไม้นี้มีลักษณะเป็นอาคารกงสี และมีพื้นที่สำหรับรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ผสานสถานที่ทำงานและบ้านเข้าด้วยกัน หลังจากที่ธุรกิจเริ่มซบเซาลง โรงกลึงได้ทำหน้าที่เป็นบ้านอย่างเต็มรูปแบบ แต่ยังคงละทิ้งไว้ซึ่งกลิ่นอายเดิมของธุรกิจของครอบครัวไว้ให้รำลึกถึง
จากตอนนั้นถึงตอนนี้มีอายุร่วมเกือบ 100 ปีพอดี โดยพื้นที่ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของ กาจ - กาจวิศว์ ริเริ่มวนิชย์ กับ ปุ้ย - ศศิกานต์ สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา โดยคุณกาจเป็นทายาทรุ่นที่ 6 ของครอบครัวที่เคยทำธุรกิจโรงกลึง ปัจจุบันอาคารไม้เก่านี้ได้กลายเป็น Vanich House (เป็นการนำชื่อซอยวานิช 2 มารวมกับคำว่า ‘บ้าน’ แสดงถึงพื้นที่ที่ไม่ใช่แค่บ้านของคนคนเดียว แต่เป็นเสมือนบ้านของครอบครัวใหญ่ที่เปิดใต้ถุนบ้านเพื่อต้อนรับผู้คนให้เข้ามาใช้งานร่วมกัน
“ผมกับแฟนเป็นสถาปนิกทั้งคู่ก็เลยคุยกันว่าอยากจะรีโนเวทบ้านให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง” คุณกาจ กล่าว “ถึงตัวโรงกลึงมันอาจจะเลิกกิจการไปตามกาลเวลา แต่บ้านเราอยู่ที่นี่เสมอมา ไม่ได้ไปไหน”
คุณกาจเล่าให้ฟังว่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเริ่มมาจากการย้ายบริษัท Physicalist ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกของเขาและคุณปุ้ยกลับมาไว้ที่บ้าน จึงเกิดเป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่ เนื่องจากสภาพพื้นที่เดิมค่อนข้างทรุดโทรม บางจุดแสงส่องไม่ถึง มีน้ำรั่วไหล และมีความชื้นภายในอาคาร คุณกาจจึงนำแนวคิด regeneration (การฟื้นคืน) เข้ามาปรับใช้กับอาคารพร้อมกับอาศัยทักษะสถาปนิกในการออกแบบพื้นที่ทั้งหมดให้กลับมามีฟังก์ชันอีกครั้ง สิ่งที่คุณกาจทำคือการคงตัวอาคารเดิมเอาไว้ แต่ทำการ ‘ดีดบ้าน’ หรือยกอาคารเพื่อให้ตั้งอยู่บนคอนกรีตเสริมเหล็ก จากเดิมที่อาคารยึดอยู่กับแค่เสาไม้ปักในพื้นดิน ทั้งหมดนี้เป็นการคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์เดิมทั้งในแง่ของพื้นที่และความรู้สึก สำหรับปัญหาเรื่องแสงที่ส่องมาไม่ถึงทำให้มีความอึมครึม คุณกาจได้เปลี่ยนจากหลังคาสังกะสีให้เป็นหลังคาโปร่งแสง และทำการยกหลังคาขึ้นเล็กน้อยเพื่อระบายความร้อน และการไหลเวียนของอากาศ
บริษัท Physicalist นั้นจะอยู่บนชั้นสองของอาคารในส่วนของกล่องกระจกที่เสริมเข้ามา อยู่เหนือพื้นที่ชั้นล่างที่คุณกาจคิดว่าเหมาะกับการเป็นพื้นที่สาธารณะ จากความเปลี่ยนไปของตลาดน้อยที่เริ่มกลายเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมมากกว่าพื้นที่ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ส่วนใต้ถุนปรับเป็นร้าน Vanich House ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่ทุกคนสามารถนั่งพูดคุย และพักผ่อนหย่อนใจ ในบรรยากาศเดิมของอาคารกงสีผ่านโครงสร้าง
และเฟอร์นิเจอร์เก่าเก็บที่ยังคงเสน่ห์เอาไว้ ก่อนจะขยับขยายเป็นส่วนของ Select Shop ร้านค้าเล็กๆ ที่ขายงานดีไซน์ชิ้นเล็กชิ้นใหญ่จากบรรดามิตรสหาย พร้อมกับตู้เกม Pacman ไอเดียสนุกๆ ที่ตั้งใจให้ลูกสาวเก็บเล็กเก็บน้อยไปจ่ายค่าเรียน
“มันกลายเป็น Public Space ที่สามารถเข้ามานั่งเลย ไม่ต้องซื้ออะไรก็ได้ เข้ามาเดินเล่น นั่งพักกินน้ำ บรรยากาศมันก็เป็นอาคารสมัยเก่า แล้วก็มีสวน” คุณกาจอธิบาย
อาคารไม้เดิมในซอยโจวซือกงได้ถูกปรับเปลี่ยนฟังก์ชันจากธุรกิจโรงกลึง สู่ Vanich House และบริษัทสถาปนิก Physicalist ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะ และล่าสุดนี้คุณกาจกำลังลองให้ Vanich House ยังเป็นที่พักอาศัย โดยเริ่มจากการเปลี่ยนหนึ่งห้องชั้นสองที่เดิมเป็นห้องพักคนงานให้กลายเป็น Airbnb ทั้งหมดเป็นไอเดียของคุณปุ้ยที่คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ได้ดีกับการอยู่ในละแวกตลาดน้อย กับความได้เปรียบในการเห็นวิวแม่น้ำที่สวยงาม
ห้องพักมีการใช้ไอเดียจากเอไอเข้ามาช่วยออกแบบ และตั้งชื่อห้องพักนี้ว่า Mechanic’s Room วิธีที่เข้าถึงห้องนี้คือการเดินขึ้นบันไดเวียน และตัดปัญหาเรื่องการยกสัมภาระหรือกระเป๋าหนักด้วยรอกไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้เพื่อช่วยในการยกกระเป๋าขึ้นและลง เป็นลักษณะเด่นของที่พักที่ไม่ละทิ้งอัตลักษณ์เดิมของอาคารที่คุณกาจกล่าวว่าแขกที่มาพักนั้นชอบใจมากอยู่ไม่น้อย
นอกจากส่วนที่เป็นร้านกาแฟ และ Select Shop แล้ว ยังมีโซนที่เหมาะสำหรับการทำอีเวนต์และเวิร์กช็อป ซึ่งไม่ได้เป็นธงในใจของคุณกาจตั้งแต่แรก อย่างที่ผ่านมานั้นได้จัดกิจกรรมไปแล้วมากมาย เช่น งานตลาด, เป็นพื้นที่กรณีศึกษาด้านสถาปัตยกรรม, นิทรรศการศิลปะจากศิลปินไทยและต่างชาติ, เวิร์กช็อปจากเพจ บ้านกูเอง ก็เคยใช้พื้นที่มาแล้วในส่วนของ Contemp Creature ในการทำเวิร์กช็อปการปั้นแก้วเซรามิก รวมถึงกิจกรรมจากนักออกแบบรุ่นใหม่ กลายเป็นว่า Vanich House ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมบทสนทนา แรงบันดาลใจ และการทำงานร่วมกันในรูปแบบที่สบายๆ
“แฟนผมเขาจะบอกเสมอเลยว่าโปรดักส์ของ Vanich House มันเป็นพื้นที่ แล้วมันถูกจัดหลวมๆ ให้มันมี F&B มีความเป็นพาณิชย์พื้นที่ขายของ มีเวิร์กช็อป มีนิทรรศการ เป็นบ้านที่เข้ามาแล้วเหมือนกับเปิดใต้ถุนบ้านให้คนเข้ามานั่งเล่นกัน”
Vanich House ตั้งอยู่ในซอยวานิช 2 เยื้องเข้าไปศาลเจ้าโจวซือกง สามารถเดินทางด้วย MRT ลงสถานีหัวลำโพง เดินต่ออีก 700 เมตร หรือสามารถนั่งวินมอเตอร์ไซค์เข้าไปได้ นอกจากจะมีอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีกิจกรรมน่าสนใจที่สามารถติดต่อได้ที่ Facebook: Vanich House
บทความต้นฉบับได้ที่ : Vanich House โรงกลึงเครื่องจักรอายุร้อยปี กับการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งครอบครัว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Vanich House โรงกลึงเครื่องจักรอายุร้อยปี กับการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งครอบครัว
- “อย่าไล่ตามความฝัน แต่จงไล่ตามพรสวรรค์ของตัวเอง” จริงไหมที่การรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร อาจสำคัญกว่ารู้ว่าตัวเองชอบอะไร?
- ‘ซื้อติดดอย ขายติดแดง’ กับดักการรู้คิดที่ทำให้เราเทรดเท่าไรก็ไม่รวย
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath