MALEE เกาะติดสงครามอิหร่าน รับมือวัตถุดิบขาดแคลน ต้นทุนพุ่ง
MALEE ติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่าน ทำงานใกล้ชิดซัพพลายเออร์ไม่ให้วัตถุดิบขาดแคลน บริหารต้นทุน ใช้พลังงานเชื้อเพลิงน้ำมันเตา ก๊าซ LPG ปูพรมตลาดต่างประเทศ เจาะยุโรปลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ เป้ายอดขายปี 69 โต 9-12 %
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาลี กรุ๊ป (MALEE) เปิดเผยว่าสงครามในตะวันออกกลาง กระทบด้านต้นทุนราคาน้ำมันและพลาสติก ซึ่งบริษัททำงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อไม่ให้วัตถุดิบขาดแคลน ขณะเดียวกันบริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมประเมินแต่ละโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจะได้รับผลกระทบอย่างไร อย่างไรก็ตามบริษัทมีทางเลือกในการใช้พลังงานทั้งเชื้อเพลิงน้ำมันเตา และก๊าซ LPG ทำให้มีความยืดหยุ่นด้านต้นทุนพลังาน
ส่วนประเด็นภาษีการค้าสหรัฐฯ ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบในการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังสหรัฐฯ แต่บริษัทยังหาโอกาสในการขยายไปยังยุโรป เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดในสหรัฐฯ ด้านตลาดในกัมพูชา จากสถานการณ์ปัจุบันที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ บริษัทจึงมุ่งเน้นการหาตลาดอื่นเพื่อรองรับยอดขายที่หายไปในกัมพูชา
นายเอกรินทร์ กล่าวว่าปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 9-12 % และตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ในช่วงปี 2569-2571 ไว้ที่ 10-15% ต่อปี โดยการเติบโตมาจากการออกสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อผลักดันยอดขาย รวมทั้งขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 18-20% โดยรักษายอดขายสินค้าที่มีกำไรสูง ควบคู่ไปกับการลดต้นทุน ปีนี้ตั้งงบลงทุน 100-200 ล้านบาท ลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรเป็นระบบ Automation และลงทุนระบบ ERP ใหม่
ฐานการผลิตที่ปัจจุบันมีการใช้งาน (Utilization) 52% ซึ่งยังเพียงพอต่อการรองรับการเติบโตทั้งการขายแบรนด์ตัวเอง (Own Brand) และส่วนรับจ้างผลิต (OEM) โดยตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากการขายแบรนด์ตัวเอง เพิ่มขึ้นจาก 33% เป็น 55% ภายในปี 2569 เพื่อสร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นและยั่งยืนกว่ารายได้จากส่วนรับจ้างผลิต ขณะเดียวกันธุรกิจรับจ้างผลิตยังเดินหน้าเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าปัจจุบัน รวมทั้งเจรจาลูกค้าใหม่ผ่านการออกงานจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศ
สำหรับธุรกิจในเวียดนามแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ สินค้าที่มีการส่งออกจากไทยไปเวียดนาม ปีนี้จะมีการกระจายสินค้าและทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น รวมทั้งมองหาโอกาสในการกระจายสินค้าไปยังภาคเหนือของเวียดนาม จากปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ และส่วนที่ 2 คือการสร้างโรงงาน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่ แต่ในปี 2568 เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ กระทบสต็อกร้านค้า ปีนี้คาดยอดขายจะกลับมาฟื้นตัวผ่านการทำกิจกรรมการตลาด และการหาโมเดลขายที่เหมาะสม
ปี 2568 MALEE มีรายได้รวม 7,875.82 ล้านบาท กำไรสุทธิ 197.42 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 2.32 %