โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MALEE เกาะติดสงครามอิหร่าน รับมือวัตถุดิบขาดแคลน ต้นทุนพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 16.14 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 09.14 น.

MALEE ติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่าน ทำงานใกล้ชิดซัพพลายเออร์ไม่ให้วัตถุดิบขาดแคลน บริหารต้นทุน ใช้พลังงานเชื้อเพลิงน้ำมันเตา ก๊าซ LPG ปูพรมตลาดต่างประเทศ เจาะยุโรปลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ เป้ายอดขายปี 69 โต 9-12 %

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาลี กรุ๊ป (MALEE) เปิดเผยว่าสงครามในตะวันออกกลาง กระทบด้านต้นทุนราคาน้ำมันและพลาสติก ซึ่งบริษัททำงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อไม่ให้วัตถุดิบขาดแคลน ขณะเดียวกันบริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมประเมินแต่ละโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจะได้รับผลกระทบอย่างไร อย่างไรก็ตามบริษัทมีทางเลือกในการใช้พลังงานทั้งเชื้อเพลิงน้ำมันเตา และก๊าซ LPG ทำให้มีความยืดหยุ่นด้านต้นทุนพลังาน

ส่วนประเด็นภาษีการค้าสหรัฐฯ ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบในการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังสหรัฐฯ แต่บริษัทยังหาโอกาสในการขยายไปยังยุโรป เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดในสหรัฐฯ ด้านตลาดในกัมพูชา จากสถานการณ์ปัจุบันที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ บริษัทจึงมุ่งเน้นการหาตลาดอื่นเพื่อรองรับยอดขายที่หายไปในกัมพูชา

นายเอกรินทร์ กล่าวว่าปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 9-12 % และตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ในช่วงปี 2569-2571 ไว้ที่ 10-15% ต่อปี โดยการเติบโตมาจากการออกสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อผลักดันยอดขาย รวมทั้งขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 18-20% โดยรักษายอดขายสินค้าที่มีกำไรสูง ควบคู่ไปกับการลดต้นทุน ปีนี้ตั้งงบลงทุน 100-200 ล้านบาท ลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรเป็นระบบ Automation และลงทุนระบบ ERP ใหม่

ฐานการผลิตที่ปัจจุบันมีการใช้งาน (Utilization) 52% ซึ่งยังเพียงพอต่อการรองรับการเติบโตทั้งการขายแบรนด์ตัวเอง (Own Brand) และส่วนรับจ้างผลิต (OEM) โดยตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากการขายแบรนด์ตัวเอง เพิ่มขึ้นจาก 33% เป็น 55% ภายในปี 2569 เพื่อสร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นและยั่งยืนกว่ารายได้จากส่วนรับจ้างผลิต ขณะเดียวกันธุรกิจรับจ้างผลิตยังเดินหน้าเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าปัจจุบัน รวมทั้งเจรจาลูกค้าใหม่ผ่านการออกงานจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศ

สำหรับธุรกิจในเวียดนามแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ สินค้าที่มีการส่งออกจากไทยไปเวียดนาม ปีนี้จะมีการกระจายสินค้าและทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น รวมทั้งมองหาโอกาสในการกระจายสินค้าไปยังภาคเหนือของเวียดนาม จากปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ และส่วนที่ 2 คือการสร้างโรงงาน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่ แต่ในปี 2568 เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ กระทบสต็อกร้านค้า ปีนี้คาดยอดขายจะกลับมาฟื้นตัวผ่านการทำกิจกรรมการตลาด และการหาโมเดลขายที่เหมาะสม

ปี 2568 MALEE มีรายได้รวม 7,875.82 ล้านบาท กำไรสุทธิ 197.42 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 2.32 %

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...