โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. ชงรัฐอุดหนุนราคาน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์ สกัดต้นทุนผลิตดันราคาสินค้าพุ่ง

Khaosod

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 05.25 น.

ส.อ.ท. เสนอรัฐอุดหนุนราคาน้ำมัน ที่ซื้อผ่านจ๊อบเบอร์ ช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนัก หวั่นต้นทุนพุ่งดันราคาสินค้าเพิ่ม

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าภาคอุตสาหกรรมมีข้อเสนอให้ภาครัฐใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามาอุดหนุนราคาน้ำมันที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรที่ซื้อขายผ่านผู้ค้าน้ำมันคนกลาง หรือจ๊อบเบอร์ เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันเขย่ง

ทั้งนี้ เนื่องจากราคาที่ซื้อผ่านจ๊อบเบอร์เป็นราคาที่สะท้อนตามกลไกตลาดจริง ทำให้ราคาขายหน้าปั๊มถูกกว่าราคาที่ซื้อผ่านจ็อบเบอร์ 11-12 บาท/ลิตร ควบคู่กับการปรับแผนขนส่งน้ำมัน ให้กระจายไปในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง

โดยหากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 1-2 บาท/ลิตร จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งเพิ่ม 3-5% และอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าเล็กน้อย แต่หากน้ำมันเพิ่มขึ้น 2-4 บาท/ลิตร จะกระทบต้นทุนขนส่งเพิ่ม 5-10% ส่งผลต่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าไฟอาจสูงขึ้นมากกว่าหน่วยละ 4 บาท

ประกอบกับความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า จะส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น 3-5% ทำให้เกิดสภาพคล่องมีปัญหาโดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนัก และเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างแท้จริง

กรณีเลวร้ายสุด หากน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 บาท/ลิตร เหมือนปี 2565-66 ภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงกว่า 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งรัฐบาลเคยทนตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาท/ลิตร จนฐานะกองทุนติดลบ 130,000 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 15-20% ค่าไฟเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5.16 บาท/หน่วย ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 6-8%

“หากเป็นไปตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ฯ พยากรณ์ไว้ โดยราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 100-125 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะโตเหลือ 1.3% ถ้าราคาน้ำมันมากกว่า 125-140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จีดีพีไทยอาจโตเหลือ 1.1% แต่หากสถานการณ์จบเร็วไม่ยืดเยื้อก็จะส่งผลกระทบไม่มาก”

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขนส่ง ภาคการเกษตร รวมถึงการขาดแคลนวัตถุดิบปิโตรเคมีบางตัว ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย รวมถึงแร่ธาตุสำคัญต่างๆ เช่นอะลูมิเนียม วัสดุก่อสร้าง และโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็กที่มีต้นทุนพลังงานถึง 50% ของการผลิต อีกทั้งอิหร่านเป็นประเทศผู้ส่งออกเหล็กรายใหญ่ของโลก ทำให้กำลังการผลิตหายไปด้วย

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ แก้ว ปูนซีเมนต์ เซรามิก และปิโตรเคมีที่มีต้นทุนพลังงาน 35-50% ยังได้รับผลกระทบต่อการปรับราคาในอนาคต โดยเฉพาะโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกบางแห่งที่หยุดผลิต ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน ขณะนี้อยู่ระหว่างหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบจากที่อื่นมาทดแทน

“ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตเหล็กแพงขึ้น เพราะบางโรงใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตมีต้นทุน 7-8 บาท/ลิตร ซึ่งขณะนี้มีโอกาสที่ต้นทุนจะปรับเพิ่มขึ้นไป 4 เท่า อยู่ที่ 23-24 บาท/ลิตร ซึ่งโรงงานผลิตเหล็กบางแห่งใช้น้ำมันเดือนละ 25 ล้านลิตร เท่ากับว่าจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นจาก 20-30%เป็น 100 ล้านบาท”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อ.ท. ชงรัฐอุดหนุนราคาน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์ สกัดต้นทุนผลิตดันราคาสินค้าพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...