ค่ายส้มระส่ำรับนิติสงคราม “เท้ง-ไหม-โรม” ไม่รอด เตรียมดัน “วีระยุทธ” คุมบังเหียนหัวหน้าใหม่ สู้ขั้วอนุรักษ์นิยมพลัส
ค่ายส้มระส่ำรับนิติสงคราม “เท้ง-ไหม-โรม” ไม่รอด เตรียมดัน “วีระยุทธ” คุมบังเหียนหัวหน้าใหม่ สู้ขั้วอนุรักษ์นิยมพลัส ท่ามกลางศึกในสส.ก่อหวอดซัด “ธนาธร”
วันที่ 31 มี.ค. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบร่างคำร้องส่งสำนวนเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลต่อศาลฎีกา กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง ในการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งคำร้องให้กับสำนักคดี ป.ป.ช. เพื่อยื่นคำร้องแก่ศาลฎีกาต่อไป
หากศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้อง และไม่มีคำสั่งอื่นใด 10 สส. พรรคประชาชน ที่อยู่ในรายชื่อ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที
โดยรายชื่อ 10 สส.พรรคประชาชน ที่เสี่ยงถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แบ่งเป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2 คนเป็น สส.กทม. ได้แก่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.
แต่ “ฉากทัศน์ร้ายแรงสุด” พรรคประชาชนเตรียมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แม้มีความมั่นใจว่า สส.มีอำนาจเสนอแก้ไขกฎหมายได้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ในเมื่อการสู้รบบนสมรภูมินิติครามยังไม่จบจนกว่าพรรคนี้แตกยับย่อยสลายไป ค่ายส้มจึงเตรียมประชุมใหญ่พรรค เพื่อวางขุมกำลังใหม่
โดยผลักดันนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่จะถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถอยฉากออก มานั่งเป็นเลขาธิการพรรค ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน
ส่วนอีกตำแหน่งที่วางตัวเอาไว้ คือ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(ประธานวิปฝ่ายค้าน) เตรียมวางตัวนายพริษฐ์ วัชรสินธุ แทนนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส่วนคนอื่นๆยังทำงานอยู่เบื้องหลังให้พรรคต่อไป
ขณะที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้มีบทบาทบริหารจัดการข้อมูลด้านนโยบายต่างๆ ยังคงทำหน้าที่คอย “ลำเลียงอาวุธหนัก”ระหว่างพรรคประชาชนกับสส.พรรคประชาชนในเวทีสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบรัฐบาลขั้วอนุรักษ์นิยมพลัสชนิดเข้มข้นเหมือนเดิม
ช่วงเปลี่ยนผ่านของพรรคประชาชนจะมีแรงกระเพื่อมตามมามากน้อยแค่ไหน เป็นบททดสอบผู้บริหารชุดใหม่ ที่ยังเป็นเนื้อเดียวกับผู้นำจิตวิญญาณ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่นายธนาธร เริ่มเผชิญมรสุมที่กำลังก่อตัวเป็นศึกภายในเหมือนกัน หลังเจอข้อครหา 4 ข้อด้านลบของผู้นำจิตวิญญาณ ระหว่างดีลลับผลักดันพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
โดยขณะนี้สส.ค่ายส้มส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถาม และผู้นำจิตวิญญาณก็อาศัยจังหวะตั้้งคำถามกลับสส.เหมือนกัน ทำนอง “เชื่อว่าคนอย่างผมจะรับ…..” คำตอบมีอยู่ในใจของสส.ทุกคน อยู่ที่จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไรต่อในโลกการเมืองที่กว้าง
ท่ามเลือกตั้งกี่ครั้งก็เป็นฝ่ายค้าน เป็นอีกประเด็นที่เซาะกร่อนหัวใจสส.เหมือนกัน และยังโดนเจาะยางจอตัดหัวระดับแกนนำพรรคอีก ขณะที่เกิดปรากฏการณ์ขั้วอนุรักษ์นิยมใหม่ เมื่อ “ก๊วนลูกเทพ”แห่งพรรคภูมิใจไทยสบายปีกขึ้นคุมบังเหียนกระทรวงต่างๆ ในนาม“รัฐบาลอนุทินพลัส”
ต่างกับพรรคประชาชนที่มีรากเหง้าจากพรรคอนาคตใหม่ ประเดิมเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62 กวาดสส. 81 คน ก่อนถูกยุบพรรคในเวลาต่อมา ถึงเวลาก่อกำเนิดพรรคก้าวไกล ตั้งตระหง่านท้าทายขั้วอนุรักษ์นิยมอีกครั้ง ผลเลือกตั้ง 14 พ.ค. 66 กวาดชัยชนะได้สส. 151 คน กลายเป็นพรรคเบอร์1ของประเทศไทย
แต่เครื่อข่ายอนุรักษ์นิยมโชว์เหนือ เขี่ยพรรคก้าวไกลตกกระป๋องไปเป็นฝ่ายค้าน แถมถูกยุบพรรคประหารชีวิตทางการเมืองคณกรรมการบริหารพรรค แต่อุดมการณ์ฆ่าไม่ตาย กลายเป็นพรรคประชาชน เลือกตั้งครั้งล่าสุด 8 ก.พ. 69 บนกระแสความนิยมแรงสุดติ่ง กลับพ่ายแพ้ขั้วอนุรักษ์นิยมใหม่แบบมีข้อกังขา ได้สส.ไปเพียง 120 คน
อุดมการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังถูกทดสอบอีกครั้ง พังพาบหรือไปต่อ บนสถานการณ์ของชนชั้นมีแค่ตัวเลือกเดียว ยังคงต้องใช้บริการ “พรรคภูมิใจไทย” ที่ตกอยู่ในสภาพเรือล่มตั้งแต่ยังไม่แล่นออกจากอ่าว เข้าไปบริหารประเทศบนวิฤติโลกที่หนักหน่วง
พรรคประชาชนระส่ำ พรรคภูมิใจไทยระสาย ชาวบ้านระทวย ประเทศไทยขอฝากอนาคตเอาไว้ที่ชนชั้นนำต่อไป