ศึกห้างเวียดนาม: ทำไม Vincom ยังทิ้งห่าง GO!, AEON และ Lotte
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 04.54 น. • The Bangkok Insightศึกห้างเวียดนาม: ทำไม Vincom ยังทิ้งห่าง GO!, AEON และ Lotte จับตา เวียดนามกำลังเดินตาม เส้นทางจีนและเกาหลีใต้ ที่ศูนย์การค้าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อสินค้าอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเมือง พื้นที่ใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิสิฐ อำนวยเงินตรา อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือ Dr.VietNam ระบุว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวียดนาม ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดค้าปลีก ที่เติบโตเร็วที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การขยายตัวของชนชั้นกลาง เมืองใหม่ และกำลังซื้อภายในประเทศ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองของเวียดนามอย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนั้น “ศูนย์การค้า” หรือห้างเวียดนาม ก็ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จับจ่ายสินค้าอีกต่อไป หากแต่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนเมืองเวียดนามยุคใหม่
การแข่งขันจึงร้อนแรงขึ้นทุกปี ทั้งจากทุนภายในประเทศและผู้เล่นต่างชาติรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น GO! ของ Central Retail จากไทย, AEON จากญี่ปุ่น หรือ Lotte จากเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงเครือข่ายศูนย์การค้า พื้นที่เช่า และการครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ ผู้เล่นที่ยังคงทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจนที่สุดในเวียดนาม ณ ปี 2026 ยังคงเป็น Vincom Retail
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัทระบุว่า ปัจจุบัน Vincom Retail มีศูนย์การค้ารวมประมาณ 90 แห่ง และมีพื้นที่เช่ารวมมากกว่า 1.9 ล้านตารางเมตร ซึ่งถือเป็นเครือข่ายศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามในเวลานี้
หลังการปฏิรูประบบการปกครองของเวียดนามในปี 2025 ซึ่งปรับจำนวนหน่วยการปกครองระดับจังหวัดและนครเหลือ 34 แห่ง เครือข่ายของ Vincom Retail ได้ขยายครอบคลุม 31 จังหวัดและนครทั่วประเทศ สะท้อนอิทธิพลของบริษัทที่เข้าไปอยู่ในแทบทุกศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม
หากอ้างอิงจากจำนวนศูนย์การค้าทั่วประเทศที่มีอยู่มากกว่า 200 แห่งในปัจจุบัน เท่ากับว่า Vincom Retail ถือครองสัดส่วนราว 40-45% ของตลาดในเชิง“จำนวนศูนย์การค้า” ซึ่งถือเป็นระดับการครองตลาดที่สูงมากสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ห้างเวียดนาม สู่พื้นที่ใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่
ดร.พิสิฐ ระบุว่าแต่สิ่งที่ทำให้ Vincom ทิ้งห่างคู่แข่ง อาจไม่ใช่เพียง “จำนวนห้าง” หากคือข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ผู้เล่นต่างชาติเลียนแบบได้ยาก นั่นคือการมี land bank และโครงการเมืองขนาดใหญ่ของ Vingroup รองรับอยู่แล้ว
ต่างจากผู้เล่นต่างชาติที่ต้องใช้เวลาหาพื้นที่ เจรจา และพัฒนาโครงการใหม่ Vincom มักได้สิทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกไปพร้อมกับโครงการเมืองและที่อยู่อาศัยของ Vinhomes ตั้งแต่ต้น
กล่าวอีกในหนึ่ง Vincom ไม่ได้กำลังสร้าง “ห้างสรรพสินค้า” ขึ้นกลางเมือง แต่กำลังสร้าง “เมืองใหม่” ขึ้นมารองรับห้างของตัวเอง
ข้อได้เปรียบดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้นหลังเวียดนาม เดินหน้าปฏิรูประบบการปกครองในปี 2025 ส่งผลให้เกิดการรวมตัวของเมืองขนาดใหญ่และประชากรหนาแน่นมากขึ้นในหลายพื้นที่ นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องโดยตรงกับโมเดลของ Vincom Mega Mall ที่ต้องอาศัยกำลังซื้อและมวลชนขนาดใหญ่เพื่อรองรับการลงทุนระยะยาว
ในช่วงปี 2025-2026 บริษัทยังเริ่มขยับจากโมเดล “ผู้ให้เช่าพื้นที่ค้าปลีก” ไปสู่การเป็น “Lifestyle Ecosystem” อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง“Vincom Collection” ซึ่งเน้น commercial streets และ lifestyle retail ภายในเมืองขนาดใหญ่ของ Vinhomes เช่น Ocean City
การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนว่า ธุรกิจค้าปลีกเวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่องพื้นที่เช่าอีกต่อไป แต่คือการแข่งขันเพื่อแย่งชิง “เวลา” และ “วิถีชีวิต” ของผู้บริโภค
ห้างเวียดนาม ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่
โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคเวียดนามรุ่นใหม่ หันไปซื้อสินค้าผ่าน TikTok Shop และ Shopee มากขึ้น ศูนย์การค้าจึงต้องปรับตัวจากพื้นที่ค้าปลีกแบบดั้งเดิม ไปสู่พื้นที่สำหรับประสบการณ์ ร้านอาหาร ความบันเทิง และกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มออนไลน์ยังทดแทนได้ยาก
ผลประกอบการล่าสุดของ Vincom Retail ยังสะท้อนภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างชัดเจน โดยอัตราการเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าอยู่ที่ประมาณ 88.9% ขณะที่รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการยังเติบโตต่อเนื่อง จากการกลับมาขยายสาขาของแบรนด์ต่างประเทศจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวียดนามก็เดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์พัฒนาตลาดค้าปลีกแห่งชาติถึงปี 2030 ซึ่งตั้งเป้าให้ยอดค้าปลีกเติบโตเฉลี่ย 11-11.5% ต่อปี พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ระบบชำระเงินไร้เงินสด และ smart retail อย่างจริงจัง แม้ Vincom Retail จะเป็นผู้นำตลาด แต่ผู้เล่นต่างชาติก็กำลังเร่งขยายอิทธิพลในเวียดนามเช่นกัน
Central Retail จากไทย ได้รีแบรนด์เครือข่าย Big C ในเวียดนามสู่แบรนด์ GO! และ Tops Market แล้ว โดยปัจจุบัน GO! กลายเป็นแบรนด์ค้าปลีกหลักของบริษัทในเวียดนาม พร้อมเดินหน้าขยาย GO! Mall และ Mini GO! เพื่อเจาะเมืองระดับรองและต่างจังหวัด
ด้าน AEON จากญี่ปุ่น ปัจจุบันมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 8 แห่งในเวียดนาม และกำลังเร่งขยายโมเดลศูนย์การค้าขนาดกลาง เข้าสู่พื้นที่ชานเมืองและย่านที่อยู่อาศัยมากขึ้น
ส่วน Lotte จากเกาหลีใต้ ยังคงรักษาจุดยืนในตลาดพรีเมียม โดยเน้นโครงการ mixed-use และศูนย์การค้าระดับ high-end ในเมืองใหญ่
หากมองในเชิงกลยุทธ์ จะเห็นได้ว่าผู้เล่นแต่ละรายกำลังแข่งขันกันคนละสนาม
Vincom Retail กำลังสร้าง “ecosystem mall”
GO! ของ Central Retail เน้น “mass-market retail”
AEON วางตำแหน่งเป็น “Japanese lifestyle mall”
ส่วน Lotte มุ่งสู่ “premium urban retail”
ดร.พิสิฐ ยังมองว่าอย่างไรก็ตาม แม้ Vincom จะยังครองความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง แต่ความท้าทายในระยะต่อไปของธุรกิจศูนย์การค้าเวียดนาม คือการแข่งขันจาก e-commerce ต้นทุนพลังงาน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นทุกปี
หลายฝ่ายจึงมองว่า เวียดนามกำลังเดินตามเส้นทางเดียวกับจีนและเกาหลีใต้ ที่ศูนย์การค้าจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อสินค้าอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเมือง และพื้นที่ใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ และในศึกค้าปลีกครั้งนี้ ผู้เล่นที่เข้าใกล้โมเดลดังกล่าวมากที่สุดในเวียดนาม ก็คือ Vincom Retail
อ้างอิง:
* Vincom Retail Investor Relations
* Savills Vietnam
* CBRE Vietnam
* Cushman & Wakefield Vietnam
* Vietnam Briefing
* Vietnam Investment Review
* Reuters
* The Investor Vietnam
* Central Retail Vietnam
* Ministry of Industry and Trade of Vietnam
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เวียดนามการลงทุนต่างประเทศ เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า ช่วง 4 เดือนแรกปีนี้
- ‘ญี่ปุ่น’ โชว์ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติครึ่งปี 69 ทะลุ 21.5 ล้านคน
- 'เวียดนาม' คาด ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปี 68 พุ่ง 21 ล้านคน ทุบสถิติ!
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg