โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BANPU พลิกกำไร 178% BPP บุ๊กขายลงทุนสหรัฐ

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 05.56 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - BANPU พลิกมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 376 ล้านบาท รับแรงหนุนกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและการขายเงินลงทุนในธุรกิจพลังงานสหรัฐ ดัน EBITDA แตะ 269 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้าน BPP โชว์กำไรพุ่ง 924% แตะ 5,877 ล้านบาท จากการขายสิทธิลงทุนในสหรัฐ พร้อมแรงหนุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและต้นทุนถ่านหินลดลง

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 376 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันปี 68 ที่ 483 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 178%

โดยแจ้งหน่วยเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ว่า บริษัทรายงานกำไรสุทธิจำนวน 12 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 53 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ได้รับปัจจัยบวกสำคัญจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 136 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินบาท

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อภาพรวมงบการเงิน คือการที่บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP (บริษัทย่อย) ได้จำหน่ายสิทธิการลงทุนร้อยละ 25 ใน BKV-BPP Power, LLC ให้แก่ BKV Corporation เพื่อปรับโครงสร้างการลงทุน ซึ่งทำให้กลุ่มบริษัทรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในไตรมาสนี้

ส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวมอยู่ที่ 269 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยโครงสร้างกำไรมาจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก 1.ธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-gen mining): ทำได้ 155 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ (US Closed-Loop Gas): ทำได้ 79 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.ธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+): ทำได้ 70 ล้านเหรียญสหรัฐและ4.ธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech): รายงานติดลบ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 5,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,303 ล้านบาท หรือเติบโต 924% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีกำไรสุทธิ 574 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนก่อนภาษีจำนวน 6,183 ล้านบาท จากการขายสิทธิการลงทุนบางส่วนใน Power JV ในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน

สำหรับรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 5,093 ล้านบาท ลดลง 28% YoY สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจไฟฟ้าที่สหรัฐฯ ภายหลังการขายสิทธิลงทุนบางส่วน ทำให้เปลี่ยนวิธีรับรู้ผลการดำเนินงานเป็นวิธีส่วนได้เสีย (Equity method) แทนการรวมงบ

ขณะที่รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHP) ในจีนลดลงเล็กน้อย 271 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการใช้ไอน้ำของลูกค้าลดลง และผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินหยวน ทำให้เมื่อแปลงค่ากลับมาเป็นเงินสกุลบาทแล้วมียอดลดลง

บริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ได้รับปัจจัยบวกจากราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยในสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในจีนที่ต้นทุนถ่านหินลดลงถึง 11% เหลือเฉลี่ย 691 หยวนต่อตัน

ด้านส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY โดยมีการเติบโตที่โดดเด่นจากธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่น รวมถึงโรงไฟฟ้า SLG ในจีนที่ทำสัญญาซื้อถ่านหินได้ในราคาที่เหมาะสม

ในไตรมาสนี้ BPP ยังมีกำไรจากอนุพันธ์ทางการเงินสุทธิ 318 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 182 ล้านบาท จากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลบวกต่อการแปลงค่าเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,732 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการบันทึกภาษีที่เกิดจากกำไรในการขายสิทธิลงทุนในสหรัฐฯ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 52% เหลือ 309 ล้านบาท เนื่องจากภาระหนี้ที่ลดลงตามสัดส่วนการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...