โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์แจ้งสภาคองเกรส ‘การสู้รบ’ กับอิหร่าน ‘ยุติลงแล้ว’ อ้างข้อตกลงหยุดยิง เลี่ยงเส้นตายขออนุมัติทำสงคราม

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการช่วยเหลือทหารอากาศสหรัฐฯ ที่สูญหายในอิหร่านแก่สื่อมวลชน โดย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมด้วย เมื่อต้นเดือนเมษายน 2569 ที่มาภาพ: https://www.whitehouse.gov/gallery/president-donald-j-trump-updates-members-of-the-media-on-the-rescue-of-missing-u-s-airmen-in-iran/

ทำเนียบขาวได้ส่งหนังสือยืนยันต่อสภาคองเกรสเมื่อวันศุกร์( 1 พฤษภาคม 2569) ที่ผ่านมาว่า สถานะการสู้รบกับอิหร่านได้ “ยุติลงแล้ว” แม้ว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงประจำการอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวอย่างต่อเนื่องก็ตาม

สารจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นการเลี่ยงเส้นตายทางกฎหมายในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเดิมกำหนดไว้ว่าเขาต้องได้รับการอนุมัติจากสมาชิกสภาคองเกรสเพื่อดำเนินสงครามกับอิหร่านต่อไป จากรายงานของสำนักข่าว AP

เส้นตายดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะผ่านพ้นไปโดยไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ เนื่องจากสมาชิกนิติบัญญัติจากพรรครีพับลิกันเลือกที่จะมอบอำนาจการตัดสินใจให้แก่ประธานาธิบดี

หนังสือฉบับนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงการอ้างอำนาจประธานาธิบดีที่เด็ดขาดแต่มีความสุ่มเสี่ยงในแง่กฎหมาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสงครามครั้งนี้ที่ทรัมป์เริ่มขึ้นเมื่อสองเดือนก่อนโดยปราศจากการอนุมัติจากสภาคองเกรส

โดนัลด์ ทรัมป์ เขียนในหนังสือที่ส่งถึง ไมค์ จอห์นสัน (ประธานสภาผู้แทนราษฎร) และ ชัค กราสลีย์ (ประธานชั่วคราวแห่งวุฒิสภา) ว่า “การสู้รบที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ยุติลงแล้ว”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ระบุชัดเจนในจดหมายเช่นกันว่า สงครามครั้งนี้อาจยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด

“แม้ว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ต่อระบอบปกครองอิหร่านจะประสบความสำเร็จ และมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน แต่ภัยคุกคามจากอิหร่านที่มีต่อสหรัฐฯ และกองทัพของเรายังคงมีนัยสำคัญ” ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันกล่าว

ภายใต้กฎหมายอำนาจประกาศสงคราม (War Powers Resolution)ปี 1973 สภาคองเกรสต้องประกาศสงครามหรือให้อำนาจการใช้กำลังทหารภายใน 60 วัน (ซึ่งเส้นตายคือวันศุกร์ที่ผ่านมา) หรือภายใน 90 วันหากประธานาธิบดีขอขยายเวลา

ในครั้งนี้สภาคองเกรสไม่มีความพยายามที่จะบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าว โดยกลุ่มสมาชิกสภาฯ ได้เดินทางออกจากเมืองไปเมื่อวันพฤหัสบดีเพื่อพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หลังจากวุฒิสภาตีตกความพยายามของพรรคเดโมแครตที่จะระงับสงครามเป็นครั้งที่ 6

สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันบางส่วนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับกรอบเวลาของสงคราม ซึ่งเดิมทีทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

จดหมายของทรัมป์แสดงให้เห็นว่าเขายังคงเลี่ยงการขออนุมัติจากสภาคองเกรส โดยอ้างว่าเส้นตายตามกฎหมายนั้น ไม่สามารถนำมาใช้บังคับได้” เนื่องจากสงครามในอิหร่านได้สิ้นสุดลงโดยพฤตินัยแล้ว นับตั้งแต่การประกาศหยุดยิงที่เปราะบางเริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนเมษายน

การถกเถียงภายในพรรครีพับลิกันต่อกรณีสงคราม

จอห์น ธูน (John Thune) ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาไม่มีแผนที่จะจัดให้มีการลงมติเพื่อให้อำนาจการใช้กำลังทหารในอิหร่าน หรือการแสดงความเห็นในรูปแบบอื่นใด

“ผมกำลังรับฟังสิ่งที่สมาชิกในที่ประชุมของเราพูดอย่างระมัดระวัง และในจุดนี้ผมยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็น” ธูนกล่าว

การที่พรรครีพับลิกันไม่กล้าขัดขวางทรัมป์ในเรื่องสงคราม เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อันตรายทางการเมือง เนื่องจากสาธารณชนเริ่มมีความไม่พอใจมากขึ้น ทั้งต่อตัวความขัดแย้งเองและผลกระทบที่มีต่อ ราคาน้ำมัน

แม้จะมีความกังวล แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ระบุว่าพวกเขายังคงสนับสนุนการนำทัพของทรัมป์ หรืออย่างน้อยก็พร้อมที่จะให้เวลาเขามากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงที่เปราะบาง

เควิน เครเมอร์ (Kevin Cramer) วุฒิสมาชิก จากนอร์ทดาโคตา ระบุว่า เขาจะลงคะแนนรับรองการทำสงครามหากทรัมป์ร้องขอ แต่เขาตั้งคำถามว่ากฎหมาย War Powers Resolution (ที่ผ่านออกมาในยุคสงครามเวียดนามเพื่อดึงอำนาจกลับคืนสู่สภา) นั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเขากล่าวว่า “ผู้ก่อตั้งประเทศสร้างฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งมาก ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม”

วุฒิสมาชิกส่วนหนึ่งต้องการให้สภามีส่วนร่วม ท็อดด์ ยัง (Todd Young) วุฒิสมาชิกจาก อินดีแอนา แย้งว่าสมาชิกนิติบัญญัติ “ต้องทำให้มั่นใจว่าประชาชน ผ่านตัวแทนที่พวกเขาเลือกมา ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะส่งกองทัพเข้าสู่การรบหรือไม่”

วุฒิสมาชิกท็อดด์ กล่าวอีกว่า ในเมื่อรัฐบาลของทรัมป์ยืนยันว่า ความขัดแย้งในอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว” ดังนั้นจึงไม่ควรมีการสู้รบใดๆ เกิดขึ้นอีกหลังจากนี้ และหากความขัดแย้งปะทุขึ้นมาใหม่ เขาคาดหวังว่าทำเนียบขาวจะต้องร่วมมือกับสภาคองเกรสเพื่อผ่านร่างกฎหมายให้อำนาจการใช้กำลังทางทหาร (authorization for use of military force :AUMF) ต่อไป

สัญญาณจากสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนที่ต้องการให้มีการลงมติ

สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันจำนวนหนึ่งได้ออกมาให้ความเห็นเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วว่า สภาคองเกรสควร ประกาศใช้อำนาจของสภา ต่อสงครามครั้งนี้ในจุดใดจุดหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือ ซูซาน คอลลินส์ (Susan Collins) จากรัฐเมน ซึ่งได้ลงคะแนนร่วมกับพรรคเดโมแครตเป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีเพื่อยุติสงคราม โดยเธอระบุในแถลงการณ์ว่าต้องการเห็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการนำความขัดแย้งนี้ไปสู่จุดสิ้นสุด

“อำนาจของประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดนั้นไม่ใช่ว่าจะไร้ขีดจำกัด” คอลลินส์กล่าว พร้อมเสริมว่าเส้นตาย 60 วันนั้น ไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่มันคือข้อกำหนดตามกฎหมาย”

นอกจากคอลลินส์และท็อดด์ ยัง แล้ว ยังมีวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันคนอื่นๆ ที่ระบุว่าต้องการเห็นการลงมติในที่สุด ได้แก่ จอห์น เคอร์ติส (John Curtis) จากยูทาห์ ทอม ทิลลิส (Thom Tillis) จากนอร์ทแคโรไลนา ลิซา เมอร์คาวสกี (Lisa Murkowski) จากอลาสก้า และจอร์จ ฮอว์ลีย์ (Josh Hawley) จากมิสซูรี

วุฒิสมาชิก จอห์น เคอร์ติส ระบุอย่างชัดเจนว่า เขาจะไม่สนับสนุนการอนุมัติงบประมาณสำหรับสงครามครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสภาคองเกรสจะมีการลงมติเพื่อให้อำนาจอย่างเป็นทางการ

“ถึงเวลาแล้วสำหรับการตัดสินใจจากทั้งฝ่ายบริหารและจากสภาคองเกรส ซึ่งสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยการร่วมมือกัน ไม่ใช่ความขัดแย้งต่อกัน” เคอร์ติสกล่าว

จอห์น ธูน ได้เสนอแนะให้ทำเนียบขาวเร่งสร้างความเข้าใจกับสมาชิกสภาคองเกรส ผ่านการสรุปสถานการณ์ (briefings) และการเปิดรับฟังความคิดเห็น หากยังต้องการรับความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนจากรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง

“เห็นได้ชัดว่า การได้รับรายงานสรุปจากผู้นำเหล่าทัพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สมาชิกของเราสามารถตัดสินใจได้ว่า พวกเขารู้สึกยอมรับได้มากน้อยเพียงใดกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่นั่น รวมถึงทิศทางที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต” ธูนกล่าว

ข้อโต้แย้งของรัฐบาล: เส้นตายตามกฎหมาย “ไม่มีผลบังคับใช้”

เมื่อกรอบเวลา 60 วันภายใต้กฎหมาย War Powers Resolution สิ้นสุดลงในวันศุกร์ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวระหว่างการพิจารณาของสภาคองเกรสเมื่อวันพฤหัสบดีว่า

ขณะนี้เราอยู่ในสภาวะหยุดยิง ซึ่งตามความเข้าใจของเรา นั่นหมายความว่ากำหนดเวลา 60 วันนั้นได้ถูกกดหยุดชั่วคราวหรือสิ้นสุดลงแล้ว”

ฝ่ายบริหารพยายามใช้ข้อโต้แย้งเรื่องการหยุดยิง แม้ว่าในความเป็นจริงสถานการณ์ยังคงตึงเครียด โดยอิหร่านยังคงควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuzและ กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงดำเนินการปิดล้อมเพื่อขัดขวางไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านออกสู่ทะเลได้

เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ได้ย้ำคำกล่าวของเฮกเซธ และเน้นย้ำว่าประธานาธิบดีคนอื่นๆ ในอดีตต่างก็ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสตามที่ระบุไว้ในกฎหมายปี 1973 เช่นกัน

“ประธานาธิบดีคนอื่นๆ ทุกคนต่างถือว่ากฎหมายนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง และเราก็เห็นพ้องตามนั้น” ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวก่อนจะเดินทางไปยังรัฐฟลอริดา

สมาชิกพรรคเดโมแครตต่างพากันเยาะเย้ยข้ออ้างที่ว่าวันที่ 1 พฤษภาคมไม่ใช่เส้นตายที่แท้จริง

วุฒิสมาชิก ริชาร์ด บลูเมนธัล (Richard Blumenthal) โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ไม่มี ‘ปุ่มกดหยุดชั่วคราว’ ในรัฐธรรมนูญ หรือในกฎหมายอำนาจประกาศสงคราม เราอยู่ในสภาวะสงคราม และเราอยู่ในสภาวะนี้มา 60 วันแล้ว ลำพังแค่การปิดล้อมทางทะเลอย่างต่อเนื่องก็นับเป็นการก่อสงครามแล้ว”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดัม สมิธ (Adam Smith) ผู้นำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการด้านอาวุธของสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP อย่างตรงไปตรงมาว่าเขาไม่แปลกใจกับสถานการณ์นี้

“เราคาดหวังว่ารัฐบาลทรัมป์จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างนั้นหรือ? สำหรับผม ผมไม่ได้มีความคาดหวังแบบนั้นเลย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...