โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไข้กาฬหลังแอ่น โรครุนแรงใกล้ตัว รู้ทันอาการ ลดเสี่ยงเสียชีวิต

Khaosod

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 09.44 น.

รู้จักสาเหตุ อาการ ไข้กาฬหลังแอ่น และวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง เพื่อรับมือได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตในเวลาอันสั้น

“ไข้กาฬหลังแอ่น” เป็นอีกหนึ่งโรคติดเชื้อที่ดูน่ากังวล แต่หากทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรคนี้เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง และอาจคร่าชีวิตผู้ป่วยได้ภายในระยะเวลาอันสั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ไข้กาฬหลังแอ่นคืออะไร

โรคไข้กาฬหลังแอ่นมีชื่อทางการแพทย์ว่า Meningococcemia หรือ Meningococcal meningitis เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ซึ่งสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้อย่างรุนแรง

ที่มาของชื่อ “หลังแอ่น” มาจากอาการสำคัญของผู้ป่วยที่อาจมีอาการชักเกร็งจนหลังแอ่น ส่วนคำว่า “ไข้กาฬ” สื่อถึงความรุนแรงของโรคที่อาจทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว เชื้อชนิดนี้มีหลายสายพันธุ์ แต่ที่พบก่อโรคบ่อย ได้แก่ สายพันธุ์ B และ C

สถานการณ์ในประเทศไทย

แม้โรคนี้จะไม่แพร่ระบาดวงกว้างเหมือนไข้หวัดใหญ่หรืออหิวาตกโรค แต่ประเทศไทยเคยพบการระบาดเป็นระยะ โดยมักเกิดในวงจำกัด เช่น ในโรงเรียน หอพัก หรือครอบครัวเดียวกัน

ข้อมูลย้อนหลังพบผู้ป่วยเฉลี่ยปีละ 20–50 ราย และมีผู้เสียชีวิตไม่เกิน 10 รายต่อปี โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือเด็กและวัยหนุ่มสาว

การติดต่อของโรค

โรคไข้กาฬหลังแอ่นติดต่อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งอย่างใกล้ชิด เช่น น้ำลาย น้ำมูก

พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่

  • ใช้ภาชนะร่วมกัน
  • สูบบุหรี่ร่วมกัน
  • จูบหรืออยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน

ระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 2–10 วัน และสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ

อาการที่ต้องเฝ้าระวัง

ผู้ป่วยระยะแรกอาจมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น

  • ไข้สูง
  • ปวดศีรษะ
  • เจ็บคอ
  • อ่อนเพลีย

หากอาการรุนแรงขึ้น อาจพบสัญญาณสำคัญ ได้แก่

  • ผื่นจุดเลือดออกลักษณะคล้ายดาวกระจาย
  • คอแข็ง
  • ซึม สับสน
  • ชักเกร็ง

ในกรณีรุนแรง เชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะช็อก และเสียชีวิตได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง

การรักษา

โรคนี้สามารถรักษาได้ หากตรวจพบเร็ว โดยแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะอย่างเร่งด่วน เช่น กลุ่มเพนิซิลลิน หรือเซฟาโลสปอริน พร้อมการรักษาประคับประคอง อย่างไรก็ตาม หากรักษาไม่ทัน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น

  • สูญเสียการได้ยิน
  • อัมพาต
  • เนื้อเยื่อตายจนต้องตัดอวัยวะ
  • การป้องกัน

การป้องกันสามารถทำได้ทั้งการดูแลสุขอนามัยและการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง เช่น

  • ผู้ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ระบาด
  • ผู้แสวงบุญ
  • บุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย

วัคซีนที่ใช้มีทั้งชนิดป้องกันสายพันธุ์ A, C, W, Y และสายพันธุ์ B

นอกจากนี้ การป้องกันพื้นฐานยังสำคัญ เช่น

  • ล้างมือสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไข้กาฬหลังแอ่น โรครุนแรงใกล้ตัว รู้ทันอาการ ลดเสี่ยงเสียชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...