โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พิพัฒน์”คุยนอกรอบ”ซีพี”ไม่แก้สัญญา”ไฮสปีด” หากไปต่อไม่ไหวเอกชนเสนอยกเลิกสัญญาได้

Manager Online

เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 08.28 น. • MGR Online

“พิพัฒน์”เผยคุยนอกรอบ”ซีพี.”ยันไม่แก้สัญญา”ไฮสปีด” รับไม่ได้เปลี่ยนจ่ายเงินตามงวดงาน”สร้างไปจ่ายไป” แนะหากไม่ไหว เอกชนแจ้งขอเลิกสัญญาได้ ตามมติครม.เยียวยาผลกระทบวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ไม่ถือเป็นการทิ้งงาน รฟท.เตรียมนัดหารือ เผยดึงกลับมาก่อสร้างเอง ต้องเริ่มออกแบบใหม่คาดเสียเวลาเพิ่มอีก 2 ปี

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จะเร่งแก้ปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว รวมถึงโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาเมืองการบินด้วย ซึ่งตนได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับทางเอกชนรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน คือ บริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (ซีพี.) ไปแล้วว่า จะไม่มีการแก้ไขสัญญา โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินค่าร่วมลงทุนของรัฐ จากจ่ายเมื่อก่อสร้างเสร็จและเปิดเดินรถเป็นสร้างไปจ่ายไปตามงวดงาน เพราะยอมรับไม่ได้ ยืนยัน ต้องก่อสร้างให้เสร็จภายในเวลา 5 ปี จากนั้น รัฐจึงจะจ่ายค่าร่วมลงทุนเป็นระยะเวลา 10 ปี

แต่จากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความผันแปรในด้านพลังงาน ต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ที่ปรับเพิ่มขึ้น หากเอกชนเห็นว่าไม่ไหว อยากจะขอยกเลิกสัญญาก็สามารถแจ้งมากระทรวงคมนาคม หรือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะคู่สัญญาได้ เพื่อนำไปพิจารณาต่อไปว่าจะสามารถดำเนินการแค่ไหน

ทั้งนี้เนื่องจาก มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ กรณีเอกชนที่มีสัญญาแล้ว หากไม่สามารถดำเนินการโครงการต่อไปได้ ด้วยเหตุปัจจัยจากสงครามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ภาครัฐเปิดโอกาสให้รื้อสัญญาหรือบอกเลิกสัญญาได้

“กรณีที่ให้เอกชนขอเลิกสัญญาได้ เป็นการหารือและแจ้งกับเอกชนเป็นการภายใน อย่างไม่เป็นทางการ แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นผู้บริหารคนไหน ซึ่งการเลิกสัญญาทางเอกชนต้องเสนอและนำเข้าหารือไปที่เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)หรืออีอีซี ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลโครงการ”

นายพิพัฒน์กล่าวว่า การดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และหากเอกชนอยากเจรจาจะให้เลขาธิการฯอีอีซี เปิดเจรจาอย่างเป็นทางการ ที่ผ่านมาทุกอย่างยังไม่เป็นทางการ ผมยืนยันที่พูดคุยเป็นการพูดคุยส่วนตัว ส่วนเรื่องการผลักดันให้เกิด สวนสนุกขนาดใหญ่ และสนามกีฬาขนาดใหญ่ในพื้นที่อีอีซี ไม่เกี่ยวกับการเจรจากับรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน แต่ผมพูดในฐานะที่กำกับดูแลอีอีซี ที่เห็นว่า การมีกิจกรรมสวนสนุก สนามกีฬาขนาดใหญ่ จะทำให้มีผู้คนเดินทางไปยังพื้นที่อีอีซีเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมา เป็นการให้โจทย์กับ ทางเอกชนสามารถนำไปคิดต่อว่า โจทย์ที่รัฐส่งออกไป จะมีผลต่อจุดคุ้มทุนโครงการรถไฟเชื่อม3 สนามบินอย่างไร หากคิดว่าไม่เจอจุดคุ้มทุนก็บอกเลิกได้ เพราะมติครม.ที่ประกาศ ไม่ถือว่าเป็นการละทิ้งงาน

@รฟท.ดึงไฮสปีด สร้างเอง ต้องเริ่มออกแบบใหม่คาดเสียเวลาเพิ่มอีก 2 ปี

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า นโยบายรมว.คมนาคมชัดเจน ย้ำจุดยืนไม่แก้ไขสัญญาร่วมลงทุน คือไม่รับแก้ไขหลักการของมติครม.เดิม ทางรฟท.รับนโยบายและไปหาวิธีดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งเงื่อนไขที่ส่งไป มี 2 ประเด็น คือ 1.สร้างไป จ่ายไป หรือรัฐจ่ายค่าร่วมทุนเร็วขึ้น ซึ่งนโยบายไม่ยอมรับ ยืนยันให้ใช้เงื่อนไขเดิมที่เอกชนมีหน้าที่ก่อสร้างให้เสร็จก่อน 2. ชำระค่าสิทธิ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แบ่งชำระ 7 งวด ยืนยันให้ใช้เงื่อนไขเดิมเช่นกัน คือ จ่ายหมดในงวดเดียวถึงจะได้สิทธิ์การเดินรถ ซึ่งขณะนี้ ให้เอเชียเอราวัณ เดินรถ แต่สิทธิ ยังเป็นของรฟท. โดย เอกชนมีภาระขาดทุนสะสมประมาณ 300-400 ล้านบาท นับจากวันที่ 25 ต.ค. 2564 ถึงปัจจุบัน

“ ที่ผ่านมาทางเอกชนมีความพยายามที่จะเดินหน้าโครงการ จึงเจรจาเรื่องปรับเงื่อนไขจ่ายเงิน โดยวางหลักประกันเพิ่มเติม แต่หลักการตอนนี้ นโยบายยืนยันไม่แก้สัญญา รฟท.จะนัดหารือกับทางเอกชน เพื่อเจรจากันอย่างเป็นทางการร่วมกับทางอีอีซีด้วย คาดว่าจะภายในเดือนพ.ค.นี้ และคาดหวังให้ได้ข้อสรุปชัดเจนในเดือนก.ค.นี้”

อย่างไรก็ตาม กรณีเอกชนขอเลิกสัญญาและรัฐพิจารณาให้เลิกสัญญาได้ ทางรฟท.มีแผนสำรองในการดำเนินโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเอง ขณะนี้ EIA ผ่านแล้ว เวนคืนแล้วปัญหาอุปสรรคเรื่องพื้นที่ไม่มีแล้ว โดยมีจุดที่ต้องเร่งรัด คือ ช่วงโครงสร้างร่วม กับรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 และบริเวณอุโมงค์ลอดใต้รันเวย์สนามบินอู่ตะเภา ส่วนแนวเส้นทางจุดอื่น ยังพอมีเวลาก่อสร้าง ทั้งนี้กรณีเลิกสัญญารฟท.เป็นผู้ก่อสร้างเอง กระบวนการจะล่าช้าออกไปอีกอย่างน้อย 2 -3 ปี เนื่องจาก ฝ่ายรัฐ โโยรฟท.จะต้องเริ่มต้นโครงการใหม่ตั้งแต่การออกแบบรายละเอียด และเปิดประมูลก่อสร้าง ส่วนระยะเวลาก่อสร้างยังคงอยู่ที่ 5 ปีครึ่งเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการสูญเสียทางต้นทุนด้านเวลา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสในการเชิญผู็ยื่นข้อเสนอรายที่2 คือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS มาเจรจาได้หรือไม่ นายอนันต์กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบยาก เพราะต้องพิจารณาระเบียบที่เกี่ยวข้องเนื่องจากโครงการมีการประมูลเสร็จสิ้นและมีคู่สัญญาแล้ว เอกชนที่เข้าร่วมมีการคืนหลักประกันซองและหนังสือยืนราคา น่าจะหมดอายุไปแล้ว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...