โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยุทธศักดิ์ ห่วงกลไกราคาผิดเพี้ยนจุดวิกฤตท่องเที่ยว จี้รัฐคุมราคาน้ำมันทอนผลกระทบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยุทธศักดิ์ ห่วงกลไกราคาผิดเพี้ยนจุดวิกฤตท่องเที่ยว จี้รัฐคุมราคาน้ำมันทอนผลกระทบ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และอดีตผู้ว่าการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังไม่สามารถยุติลงได้นั้น ผลกระทบทางตรงที่อันตรายที่สุดต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวคือ กลไกความผิดเพี้ยนของโครงสร้างราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ที่ปรับตัวขึ้นเร็วกว่าราคาน้ำมันดิบอย่างก้าวกระโดด ในสถานการณ์ปกติ ราคาน้ำมันเครื่องบินจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบ ทว่าวิกฤตในตะวันออกกลางทำให้ค่าการกลั่น (Crack Spread) พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยในภูมิภาคเอเชีย ส่วนต่างราคาน้ำมันเครื่องบินก่อนเกิดวิกฤตอยู่สูงกว่าราคาน้ำมันดิบประมาณ 21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ภายหลังความขัดแย้ง ส่วนต่างนี้ได้พุ่งสูงสุดถึง 144 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจการบิน ซึ่งจะส่งต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นมายังราคาตั๋วเครื่องบินด้วย

“การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการเดินทางนี้กระทบโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวต่อราคา โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ หรือเจนซี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่า 2 ถึง 3 เดือน กลุ่มเป้าหมายนี้อาจตัดสินใจชะลอหรือยกเลิกการเดินทางระยะไกลมายังทวีปเอเชีย แล้วหันไปท่องเที่ยวภายในภูมิภาคของตัวเองแทน เหมือนที่ประเทศไทยพยายามสนับสนุนให้คนไทยออกเดินทางเที่ยวในประเทศ แทนการออกไปเที่ยวต่างประเทศอยู่ขณะนี้” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ถูกออกแบบให้เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างจากการมุ่งเน้นปริมาณ ไปสู่การสร้างคุณค่า แต่ข้อมูลสถิติในช่วงไตรมาสแรกของปีกลับสะท้อนให้เห็นถึงรอยปริแยกในโครงสร้างอุปสงค์ที่เกิดจากวิกฤตการณ์ภายนอกอย่างชัดเจน โดยตลาดระยะใกล้ ยังคงเป็นเสาหลักที่ค้ำยันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนสะสมกว่า 1.1 ล้านคน แม้มีอัตราการเติบโตรายสัปดาห์ที่ชะลอตัวลงบ้างก็ตาม ขณะที่ตลาดมาเลเซียแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นสูงผ่านการเดินทางข้ามพรมแดนทางบก ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากราคาตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นนี้

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในทางตรงกันข้าม ตลาดภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลาง แสดงสัญญาณการหดตัวอย่างรุนแรง จากสถิติระบุว่า นักท่องเที่ยวจากสองภูมิภาคนี้เดินทางเข้าไทยจำนวน 304,714 คน ซึ่งลดลงถึง 16% นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรปซึ่งต้องพึ่งพาเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางหดตัวลงถึง 14% โดยเฉพาะกลุ่มประเทศหลัก อาทิ เยอรมนี รัสเซีย สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ในส่วนของตลาดตะวันออกกลางพบการหดตัวที่รุนแรงถึง 55% ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากการระงับการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่คิดเป็น 77% ของกลุ่มที่หายไป ผนวกกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลรอมฎอนของกลุ่มประเทศมุสลิม ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย รวมถึงเศรษฐกิจในภาพรวม ตามโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเปิดของไทย ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนภายนอก ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้ก่อให้เกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ที่ลุกลามตั้งแต่อุปทานพลังงานจนถึงกำลังซื้อระดับบุคคล

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการในตอนนี้คือ การกำกับดูแลต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ แม้ทิศทางราคาน้ำมันดิบจะถูกกำหนดโดยตลาดโลก แต่กลไกการแทรกแซงราคาภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบ (Shock Absorber) เป็นอำนาจของรัฐบาล การปล่อยให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวขึ้นตามกลไกตลาดอย่างเสรีในภาวะวิกฤตอาจนำไปสู่ปรากฏการณ์เงินเฟ้อจากต้นทุนผลักดัน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการ กระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ภาวะวิกฤตมักเปิดช่องให้เกิดการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคและการตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมกลไกราคาภายในประเทศจึงเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้อย่างทันที

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยุทธศักดิ์ ห่วงกลไกราคาผิดเพี้ยนจุดวิกฤตท่องเที่ยว จี้รัฐคุมราคาน้ำมันทอนผลกระทบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...