ยุทธศักดิ์ ห่วงกลไกราคาผิดเพี้ยนจุดวิกฤตท่องเที่ยว จี้รัฐคุมราคาน้ำมันทอนผลกระทบ
ยุทธศักดิ์ ห่วงกลไกราคาผิดเพี้ยนจุดวิกฤตท่องเที่ยว จี้รัฐคุมราคาน้ำมันทอนผลกระทบ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และอดีตผู้ว่าการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังไม่สามารถยุติลงได้นั้น ผลกระทบทางตรงที่อันตรายที่สุดต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวคือ กลไกความผิดเพี้ยนของโครงสร้างราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ที่ปรับตัวขึ้นเร็วกว่าราคาน้ำมันดิบอย่างก้าวกระโดด ในสถานการณ์ปกติ ราคาน้ำมันเครื่องบินจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบ ทว่าวิกฤตในตะวันออกกลางทำให้ค่าการกลั่น (Crack Spread) พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยในภูมิภาคเอเชีย ส่วนต่างราคาน้ำมันเครื่องบินก่อนเกิดวิกฤตอยู่สูงกว่าราคาน้ำมันดิบประมาณ 21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ภายหลังความขัดแย้ง ส่วนต่างนี้ได้พุ่งสูงสุดถึง 144 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจการบิน ซึ่งจะส่งต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นมายังราคาตั๋วเครื่องบินด้วย
“การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการเดินทางนี้กระทบโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวต่อราคา โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ หรือเจนซี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่า 2 ถึง 3 เดือน กลุ่มเป้าหมายนี้อาจตัดสินใจชะลอหรือยกเลิกการเดินทางระยะไกลมายังทวีปเอเชีย แล้วหันไปท่องเที่ยวภายในภูมิภาคของตัวเองแทน เหมือนที่ประเทศไทยพยายามสนับสนุนให้คนไทยออกเดินทางเที่ยวในประเทศ แทนการออกไปเที่ยวต่างประเทศอยู่ขณะนี้” นายยุทธศักดิ์ กล่าว
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ถูกออกแบบให้เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างจากการมุ่งเน้นปริมาณ ไปสู่การสร้างคุณค่า แต่ข้อมูลสถิติในช่วงไตรมาสแรกของปีกลับสะท้อนให้เห็นถึงรอยปริแยกในโครงสร้างอุปสงค์ที่เกิดจากวิกฤตการณ์ภายนอกอย่างชัดเจน โดยตลาดระยะใกล้ ยังคงเป็นเสาหลักที่ค้ำยันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนสะสมกว่า 1.1 ล้านคน แม้มีอัตราการเติบโตรายสัปดาห์ที่ชะลอตัวลงบ้างก็ตาม ขณะที่ตลาดมาเลเซียแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นสูงผ่านการเดินทางข้ามพรมแดนทางบก ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากราคาตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นนี้
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในทางตรงกันข้าม ตลาดภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลาง แสดงสัญญาณการหดตัวอย่างรุนแรง จากสถิติระบุว่า นักท่องเที่ยวจากสองภูมิภาคนี้เดินทางเข้าไทยจำนวน 304,714 คน ซึ่งลดลงถึง 16% นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรปซึ่งต้องพึ่งพาเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางหดตัวลงถึง 14% โดยเฉพาะกลุ่มประเทศหลัก อาทิ เยอรมนี รัสเซีย สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ในส่วนของตลาดตะวันออกกลางพบการหดตัวที่รุนแรงถึง 55% ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากการระงับการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่คิดเป็น 77% ของกลุ่มที่หายไป ผนวกกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลรอมฎอนของกลุ่มประเทศมุสลิม ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย รวมถึงเศรษฐกิจในภาพรวม ตามโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเปิดของไทย ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนภายนอก ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้ก่อให้เกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ที่ลุกลามตั้งแต่อุปทานพลังงานจนถึงกำลังซื้อระดับบุคคล
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการในตอนนี้คือ การกำกับดูแลต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ แม้ทิศทางราคาน้ำมันดิบจะถูกกำหนดโดยตลาดโลก แต่กลไกการแทรกแซงราคาภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบ (Shock Absorber) เป็นอำนาจของรัฐบาล การปล่อยให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวขึ้นตามกลไกตลาดอย่างเสรีในภาวะวิกฤตอาจนำไปสู่ปรากฏการณ์เงินเฟ้อจากต้นทุนผลักดัน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการ กระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ภาวะวิกฤตมักเปิดช่องให้เกิดการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคและการตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมกลไกราคาภายในประเทศจึงเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้อย่างทันที
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยุทธศักดิ์ ห่วงกลไกราคาผิดเพี้ยนจุดวิกฤตท่องเที่ยว จี้รัฐคุมราคาน้ำมันทอนผลกระทบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th