โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลงทุนหุ้น “NVIDIA” มันสมองแห่ง AI ด้วย DR & FIF ทางเลือกใหม่ยุคเมกะเทรนด์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวขึ้นเป็นเมกะเทรนด์ที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งหนึ่งในบริษัทที่ถูกยกให้เป็น “สมองของระบบ AI โลก” คือ NVIDIA (NVIDIA Corporation) บริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติอเมริกัน

ปัจจุบัน NVIDIA มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) อยู่ในระดับ 4.3–4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่หนุนความต้องการชิปประมวลผลขั้นสูงทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

นักลงทุนไทยจะเข้าถึงโอกาสการเติบโตระดับโลกนี้ได้อย่างไร บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเครื่องมือสำคัญ ได้แก่ DR และกองทุน FIF พร้อมกลยุทธ์และวิธีลงทุนอย่างเป็นระบบ

NVIDIA ตัวแทนของโอกาสการลงทุนยุค AI

NVIDIA เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐ ก่อตั้งโดย Jensen Huang ผู้พัฒนา GPU (Graphics Processing Unit) ซึ่งกลายเป็น “สมอง” ของระบบ AI ในปัจจุบัน โดยธุรกิจหลักของ NVIDIA ครอบคลุม 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

  • Data Center ธุรกิจการผลิตชิปประมวลผล ยังคงเป็นรายได้หลักของ NVIDIA ตลอดมา ไม่ว่าจะเป็น Google Docs, Microsoft 365, หรือแม้กระทั่ง Generative AI ก็ยังต้องพึ่งพาชิปประเภทนี้ ทำให้ Data Center ถือเป็นรายได้ก้อนใหญ่ ซึ่งในปี 2023 ทำเงินได้มากถึง 149,000 ล้านบาท
  • Gaming ธุรกิจส่วนนี้ เป็นการ์ดจอสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ทำให้ภาพสวยงามและมีความสมจริง ซึ่ง NVIDIA ถือเป็นบริษัทที่มีส่วนแบ่งเยอะที่สุดในตลาดการ์ดจอยุคปัจจุบัน และยังมีเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง Deep Learning Super Sampling (DLSS) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ์ดจอให้ดีขึ้นอีกด้วย
  • Professional Visualization เป็นการผลิตชิปที่ใช้แสดงผลข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภาพนิ่ง ภาพจำลอง 3 มิติ และวิดีโอ ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากขององค์กรขนาดใหญ่
  • Automotive ธุรกิจประเภทสุดท้าย ถือเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกปัจจุบันเป็นอย่างดี เพราะเป็นการผลิตชิปสำหรับขับเคลื่อนรถยนต์โดยไม่ต้องมีคนขับ รวมถึงรถยนต์ EV ช่วยประมวลผลข้อมูลเซนเซอร์รถยนต์ได้แบบเรียลไทม์และระบุสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้แม่นยำ

การเติบโตของ AI ทำให้ธุรกิจ Data Center กลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญ ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก และเป็น “ตัวแทนธีม AI” ในตลาดทุน

ซึ่งในอดีตการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับนักลงทุนไทย แต่ปัจจุบันโอกาสดังกล่าวเปิดกว้างมากขึ้นอย่างชัดเจน ผ่านเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายมากขึ้น

หนึ่งในช่องทางที่ได้รับความนิยมคือ DR หรือ Depositary Receipt ซึ่งเป็นตราสารที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศแต่สามารถซื้อขายได้ในตลาดหุ้นไทย ช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนใน NVIDIA ได้ด้วยเงินบาท โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ และยังคงได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับหุ้นต้นทาง แม้จะยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องพิจารณา

อีกทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง คือ กองทุนรวมต่างประเทศ หรือ FIF (Foreign Investment Fund) ซึ่งนำเงินไปลงทุนในหุ้นหรือ ETF ระดับโลก โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพดูแล ทำให้สามารถเข้าถึงธีม AI ได้ผ่านการลงทุนในหลายบริษัทพร้อมกัน ลดความเสี่ยงจากการถือหุ้นรายตัว เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตแบบสมดุล

DR โอกาสใหม่ของพอร์ตลงทุนยุคดิจิทัล

DR คือ ตราสารที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศ แต่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย เช่น DR ที่อ้างอิงหุ้น NVIDIA ได้แก่ NVDA80 และ NVDA80X โดยจุดเด่นของ DR คือ สามารถซื้อขายเป็นเงินบาทได้ ใช้บัญชีหุ้นไทยเดิมไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ และได้รับสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงหุ้นต้นทาง ซึ่งบุคคลธรรมดาในไทย ไม่เสียภาษีกำไร (Capital Gain) แต่ทั้งนี้อาจมีความเสี่ยงความผันผวนของหุ้นต่างประเทศทั้งความเสี่ยงค่าเงิน

โดยการลงทุนใน DR สามารถซื้อขายเหมือนการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตามเวลา SET (ไม่มีพักกลางวัน) และเพิ่มช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่ 19.00 - 03.00 ของวันถัดไป

ขั้นตอนการเริ่มลงทุน DR

  • เปิดบัญชีหุ้น (Trading Account) หากมีบัญชีหุ้นไทยอยู่แล้วสามารถใช้ซื้อขายได้ทันที หากยังไม่มี ให้เปิดผ่านแอปของโบรกเกอร์ต่าง ๆ เช่น InnovestX, Bualuang Securities, K-Securities
  • ศึกษาหาข้อมูล DR ทำความเข้าใจประเภทของ DR ที่ต้องการลงทุน (เช่น อ้างอิงหุ้นเดี่ยว หรือ ETF) บนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อดูสัญลักษณ์ย่อ (Ticker)
  • วิเคราะห์ความเหมาะสม ของ DR กับพอร์ตการลงทุนของคุณ
  • ส่งคำสั่งซื้อขาย ผ่านระบบซื้อขายของโบรกเกอร์
  • ติดตามผลการดำเนินงาน และปรับพอร์ตตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ DR มีความเสี่ยงในการลงทุน จากผู้ออกตราสาร ควรต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร รวมทั้งความผันผวนของราคาของสินทรัพย์อ้างอิง ทำความเข้าใจว่าตราสารอ้างอิงกับสินทรัพย์อะไร มีความผันผวนและทิศทางราคา มีผลต่อราคา DR อย่างไร อีกทั้งอัตราแลกเปลี่ยน สินทรัพย์อ้างอิงเป็นต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในตัว และสภาพคล่องการซื้อขาย DR อาจไม่มีสภาพคล่องตลอดเวลา เพราะอาจต้องอิงกับเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ

กองทุน FIF กระจายความเสี่ยงสู่ต่างประเทศ

กองทุน FIF คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ลงทุนที่ชื่นชอบในการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ หรือต้องการ จะกระจายการลงทุนไปในประเทศอื่นๆ ที่มีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนแตกต่างจากการลงทุนในประเทศ ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง

แต่ในท้ายที่สุดแล้วผู้ลงทุนที่สนใจจะลงทุนใน กองทุนรวม FIF ก็ต้องศึกษาหนังสือชี้ชวนให้ละเอียด เพราะแต่ละกองทุนต่างก็มีเงื่อนไขและนโยบายต่างกัน ภายใต้ข้อจำกัดการลงทุนในต่างประเทศของแต่ละบริษัทจัดการ ทำให้กองทุนรวม FIF มีความเสี่ยงแตกต่างกัน เหมาะกับนักลงทุนที่มีบุคลิกและความต้องการที่ต่างกันออกไป ฉะนั้นผู้ลงทุนต้องพึงระลึกเอาไว้เสมอว่า แม้การลงทุนในกองทุนรวม FIF จะทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงก็มีเพิ่มขึ้นด้วย เหมือนกัน

ขั้นตอนการเริ่มลงทุนกองทุน FIF

  • เปิดบัญชีกองทุนรวม สามารถเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารชั้นนำ เช่น K PLUS, SCB Easy, หรือแอปผู้ให้บริการลงทุนได้ด้วยตนเอง
  • เลือกกองทุน FIF ที่ใช่ กองทุน FIF มีนโยบายแตกต่างกัน ทั้งลงทุนในหุ้นต่างประเทศรายประเทศ, ตราสารหนี้, หรือแบบ Fund of Funds (ลงทุนหลายกอง)
  • ศึกษาหนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet) ศึกษารายละเอียดนโยบาย ความเสี่ยง อัตราส่วนค่าใช้จ่าย และนโยบายการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging)
  • เริ่มลงทุน โดยสามารถเริ่มลงทุนเงินก้อน หรือตั้งค่าลงทุนรายเดือน (DCA) เพื่อลดความผันผวน

ทั้งนี้การลงทุนทุกชนิดมักมีความเสี่ยง การลงทุนใน FIF ก็เช่นเดียวกัน โดยเป็นความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การซื้อหลักทรัพย์หรือตราสารของประเทศใดต้องใช้เงินตราของประเทศนั้นๆ ซึ่งภาวะผันผวนของค่าเงินระหว่างเงิน สองสกุล ทำให้การลงทุนในกองทุนนี้ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงคล้ายกับธุรกิจการนำเข้าและส่งสินค้าออก นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ภายในประเทศที่เลือกลงทุน อาทิเช่น ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจ การเมือง ดังนั้นนักลงทุนควรกระจายการลงทุนไว้ในหลายประเทศ

เทคนิคลงทุนหุ้น NVIDIA สำหรับนักลงทุนมือใหม่

  • ศึกษาและทำความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจของ NVIDIA และปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตในอนาคต
  • เริ่มจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มี NVIDIA เป็นหลักทรัพย์หลัก จะช่วยลดความเสี่ยงและไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารจัดการพอร์ตด้วยตนเอง
  • ทยอยลงทุน ใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar-Cost Averaging) โดยทยอยลงทุนสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
  • จัดสรรสัดส่วนการลงทุนอย่างเหมาะสม ไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการลงทุนในกองทุนที่มี NVIDIA หรือหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ควรกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นด้วยเพื่อลดความผันผวน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้น NVIDIA ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยี ถึงแม้ NVIDIA จะมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว แต่การลงทุนย่อมมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะเมื่อราคาหุ้นได้รวมความคาดหวังในอนาคตไว้มากแล้ว (สะท้อนจากอัตราส่วน P/E ที่สูง) อีกทั้งอาจมีการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งรายใหม่ เช่น AMD หรือแม้แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่หันมาพัฒนาชิป AI เอง และนโยบายภาครัฐหรือข้อจำกัดในการส่งออกเทคโนโลยีอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโต

ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนรวมแบบ Thematic Fund (กองทุนรวมธีม) ที่เน้นลงทุนตามธีมหรือแนวโน้มอุตสาหกรรม เช่น AI, หุ้นเทคโนโลยี หรือหุ้นสหรัฐฯ จะช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนได้ดีกว่า

สำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้และมองหาโอกาสลงทุนในเมกะเทรนด์ AI อย่างใกล้ชิด เตรียมพบกับผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายจากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเวทีสัมมนาเข้มข้นจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ ในงาน “มหกรรมการเงิน Money Expo 2026” วันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ธีม “AI Wealth Creation” งานเดียวที่จะช่วยให้นักลงทุนไทยวางกลยุทธ์และก้าวสู่การลงทุนระดับโลกได้อย่างมั่นใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...