นักวิเคราะห์ชี้ “ดอลลาร์” สะดุดแต่ไม่ล้ม สงครามอิหร่านปลุกกระแส “เปโตรหยวน”
แม้ค่าเงินดอลลาร์จะสะดุดในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังไม่สูญเสียสถานะผู้นำโลก ขณะสงครามอิหร่านจุดกระแส "เปโตรหยวน" ท้าทายอำนาจเดิม ท่ามกลางการถกเถียงว่าระบบการเงินโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนหรือไม่
วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 14.51 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในปี 2568 จากกระแส “Sell America” ที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สงครามอิหร่านกลับช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นชั่วคราว ท่ามกลางการถกเถียงว่าเงินดอลลาร์กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนหรือไม่
Deutsche Bank จุดกระแสถกเถียง หลังนักวิเคราะห์มองว่า อำนาจของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินหลักของโลกอาจถูกกัดกร่อน หากประเทศต่าง ๆ หันไปตั้งราคาน้ำมันด้วยสกุลเงินอื่น
Mallika Sachdeva นักกลยุทธ์ FX ของธนาคาร ระบุว่า สงครามอิหร่านอาจกลายเป็น “จุดเริ่มต้นของการลดบทบาทเปโตรดอลลาร์ และการเกิดขึ้นของเปโตรหยวน”
ด้าน Franklin Templeton ออกมาโต้ว่า แนวคิดดังกล่าวง่ายเกินไป โดยชี้ว่าการที่น้ำมันซื้อขายด้วยดอลลาร์ ไม่ใช่เพราะอิทธิพลทางทหารของสหรัฐเท่านั้น แต่เป็นเพราะดอลลาร์ให้ข้อได้เปรียบสำคัญ เช่น ตลาดการเงินที่ลึกและมีสภาพคล่องสูง ระบบกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิ์และสัญญา และเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ดอลลาร์อ่อนค่าหนักที่สุดในรอบกว่า 50 ปี โดยดัชนีดอลลาร์ร่วงเกือบ 10% หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ปรับนโยบายภาษี สร้างความไม่เชื่อมั่นต่อตลาด อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดสงครามอิหร่าน ดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้นชั่วคราวตามราคาน้ำมัน ก่อนจะอ่อนค่าลงอีกครั้งเมื่อความหวังสันติภาพเพิ่มขึ้น
สัดส่วนเงินสำรองโลกในรูปดอลลาร์ลดลงจากกว่า 70% ในปี 1999 เหลือเพียงราว 50% ในปัจจุบัน ขณะที่สกุลเงินอื่น เช่น หยวนและยูโร มีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังมองว่ายังไม่มีทางเลือกอื่นที่แทนดอลลาร์ได้ในเร็ววัน เนื่องจากหยวนยังมีข้อจำกัดด้านการไหลของเงินทุน ยูโรยังขาดความเป็นเอกภาพทางการคลัง และการสร้างระบบการเงินระดับโลกต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ความเชื่อมั่นต่อสหรัฐกำลังถูกบั่นทอนจากเสถียรภาพทางการคลังที่อ่อนลง ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง (Fed) ที่ถูกตั้งคำถาม และบทบาทด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางที่สั่นคลอน อาจทำให้ดอลลาร์อ่อนแอลงในระยะยาว แต่ไม่ถึงขั้นถูกแทนที่
อ้างอิง : cnbc.com