รวบหนุ่มจีนรถคว่ำ พบคลังแสงอาวุธ ผงะ ซีโฟร์ผูกเสื้อเกราะเตรียมพลีชีพ
จับหนุ่มจีนรถคว่ำ บุกค้นบ้านพัก ผงะ! พบคลังแสงอาวุธ ช็อกหนัก! พบ "ระเบิดซีโฟร์ C-4" หนักลูกละ 16 ปอนด์ จำนวน 5 ลูก พ่วงเสื้อเกราะพร้อมรีโมตจุดชนวน พบมีเลขบัตรประชาชน -ชื่อในทะเบียนบ้าน เข้า-ออกไทยบ่อย "บิ๊กต่าย"สั่งสอบเข้ม
จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 เวลาประมาณ 16.09 น. ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน จับนาย Mingchen Sun ชาวจีน จากอุบัติเหตุชนแบริเออร์รถคว่ำ บริเวณ ถนนเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้าพัทยา ก่อนถึงร้านกาแฟโอโดนารี ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบปืนซุกในรถ นาย MINGCHEN ออกอาการมีพิรุธ จึงตรวจค้นตัวและรถ ค้นบ้านเจอคลังแสงสุดสะพรึง ทั้งปืนสั้น ปืนไรเฟิลจู่โจม
ความคืบหน้ากรณีการจับกุมตัวหนุ่มจีน นาย หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ได้ขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ก่อนที่ตำรวจจะเจออาวุธปืน พอแม็กกาซีนอยู่ภายในรถ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกนำตัวไปค้นบ้านพัก ภายในซอยห้วยใหญ่ จนเจออาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูง , วัตถุระเบิดแบบสังหารบุคคลและแบบขว้าง รวม 10 ลูก และวัตถุประกอบวัตถุระเบิด และน้ำมันจำนวนมาก
ต่อมาเวลา 22.30 น. วันที่ 8 พ.ค.2569 พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมายังบริเวณบ้านจุดที่มีการพบอาวุธสงครามรวมถึงวัตถุระเบิด โดยมีการตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะมีการกำชับฝ่ายงานสืบสวนและสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดที่มีการพบภายในบ้านหลังดังกล่าว รวมถึงจะมีการประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี ( พฐ.) เข้ามาทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ เปิดเผยว่า ในคดีนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีการกำชับให้สอบสวนสืบสวน ทั้งในเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย ทุกมิติ ส่วนในเรื่องของคดี รวมถึงอาวุธปืนและวัตถุระเบิด คล้ายระเบิดที่พบ ยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี ในส่วนกรณีการกักเก็บวัตถุคล้ายระเบิดจำนวนมากดังกล่าว เพื่อจะนำไปก่อเหตุร้าย
หนุ่มจีน อ้างป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเชิญนักจิตเวชตรวจสอบก่อน
ส่วนกรณีพบว่าผู้ต้องหาหนุ่มจีน ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ในส่วนนี้จะต้องเชิญนักจิตเวช เข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสรุปว่าป่วยจริงหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน และหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ในส่วนเรื่องของการสืบสวนสอบสวนในคดี มีทีมสืบสวนเข้ามาร่วมทำงานหลายหน่วย ทั้งตำรวจสืบสวนภาค 2 , ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี , หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD ภ.จว.ชลบุรี , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง , สถานทูตจีน , และหน่วยงานความมั่นคง เข้ามาร่วมทำคดีนี้ เพื่อความกระจ่างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
ส่วนประวัติของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน พบว่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าว เดือนละ 38,000 บาท โดยมาอาศัยได้ประมาณ 2 ปี ส่วนการเดินทางเข้าออกประเทศไทย พบว่าเข้ามาประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ.2020 ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นก็เดินทางเข้าๆออกๆ ประเทศไทยบ่อยครั้ง
ล่าสุด เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 โดย ใช้ “วีซ่าอีกริต” คือ การขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ในกรณีที่ถือวีซ่าระยะยาว (เช่น วีซ่าทำงาน, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าเกษียณ) ซึ่งวีซ่ามีอายุอยู่ในประเทศไทยได้ถึง 5 ปี
พบของกลางที่เจอในรถ
1. ปืนกล็อก 1 กระบอก
2. ซองกระสุน กล็อก 2 อัน
3. กระสุน 9 มม. จำนวน 10 นัด
4. ซองกระสุน M16 จำนวน 1 ซอง
5. กระสุน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 28 นัด
6. ซองพกในจำนวน 1 อัน
พบของกลางที่เจอในบ้าน
1. ปืน ปลย. M16 จำนวน 2 กระบอก
2. ซองกระสุน M16 จำนวน 9 อัน
3. กระสุน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 763 นัด
4. ดิน C-4 จำนวน 1 กล่อง น้ำหนัก 2,486.4 กรัม
5. ดิน C-4 จำนวน 2 แท่ง น้ำหนัก 1,173 กรัม
6. กับดัก สังหารบุคคล POMZ2 รัสเซีย จำนวน 4 ลูก
7. สังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ BA/WA จำนวน 4 ลูก
8. สังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ K75 เกาหลี จำนวน 1 ลูก
9. สังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ M6/01 พม่า จำนวน 1 ลูก
10. เชื้อปะทุไฟฟ้า จำนวน 7 ดอก
11. ชนวนกับดัก PONZ2 จำนวน 3 เรือน
12. เซฟตี้พิม PONMZ2 จำนวน 2 ชิ้น
13. ชุดรีโมท ภาครับ-ส่ง จำนวน 2 อัน
14. เสื้อเกราะ จำนวน 3 ตัว
15. หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 2 อัน
16. ไส้กรอง หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 6 อัน
17. น้ำเบนซิน ถังละ 20 ลิตร จำนวน 4 ถัง
ก่อนหน้านี้ ทาง สวพ.FM 91 รายงานว่า เมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 8 พ.ค. 2569 พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วิโรจน์ อินทโฉม สว.สส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บูรณาการร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักภายในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 2 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบอาวุธปืนพกสั้นและอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมรวม 5 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก รวมถึงวัตถุระเบิดแสวงเครื่องหลายชนิด ทั้งระเบิดลูกเกลี้ยงและระเบิดขว้างสังหารบุคคลแบบ M75 รวมกว่า 10 ลูก ตลอดจนกระสุนปืนขนาดใหญ่ที่ใช้ในทางการทหาร
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบบัตรประจำตัวชาวไทใหญ่ บัตรประจำตัวสัญชาติเกาหลี และหนังสือเดินทางสัญชาติอเมริกัน เป็นของผู้ต้องหา จากการตรวจสอบพบว่าเอกสารทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม คาดว่าถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หนุ่มจีน ตะลึงเมื่อพบระเบิดซีโฟร์ (C-4)
ระหว่างเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ต้องตกตะลึงเมื่อพบระเบิดซีโฟร์ (C-4) น้ำหนักลูกละ 16 ปอนด์ จำนวน 5 ลูก ถูกประกอบติดตั้งเข้ากับเสื้อเกราะและเชื่อมต่อระบบจุดชนวนด้วยรีโมต ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงรีบถอนกำลังออกจากพื้นที่ทันที พร้อมปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าโดยเด็ดขาด
ต่อมาได้ประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัย ก่อนมีคำสั่งอพยพประชาชนในหมู่บ้านหลายหลังคาเรือนออกจากพื้นที่ชั่วคราว ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านที่พากันอพยพกันอย่างโกลาหล
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนเกิดเหตุชายชาวจีน รายดังกล่าว ได้ขับรถยนต์ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนแท่นปูนแบริเออร์แล้วพลิกหงายท้อง บริเวณถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ ก่อนพบอาวุธปืนพกสั้นซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงประสานชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัวและขยายผลตรวจค้นบ้านพัก จนนำไปสู่การตรวจพบอาวุธปืนและวัตถุระเบิดจำนวนมากดังกล่าว
สำหรับผู้ต้องหา ทราบต่อมา คือ ผู้ชาย อายุ 30 ปี สัญชาติจีน จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อาวุธและวัตถุระเบิดทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยอ้างว่าซื้อมาจากบุคคลที่รู้จักผ่านโซเชียลมีเดีย เมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน นัดรับของในพื้นที่ จ.ระยอง
ส่วนระเบิดซีโฟร์ที่ประกอบติดกับเสื้อเกราะนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเตรียมไว้ใช้ก่อเหตุกับตัวเอง เนื่องจากป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยระบุว่าอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานประมาณ 4 ปี เคยคบหากับหญิงสาวชาวไทยก่อนเลิกรากันไป และเคยประกอบธุรกิจร้านอาหารจีนอยู่ในประเทศกัมพูชา
จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบคลิปวิดีโอภายในอัลบั้ม ปรากฏภาพขณะผู้ต้องหาทดลองใช้อาวุธสงคราม ซ้อมยิงปืนโดยใช้ไก่มีชีวิตเป็นเป้า รวมถึงการทดสอบขว้างระเบิดลงแหล่งน้ำ และการฝึกใช้อาวุธทางทหาร โดยผู้ต้องหาอ้างว่าภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศกัมพูชา อยู่ในไทยได้ถึง 5 ปี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- รวบตัวแล้ว 2 โจรไอ้โม่ง บุกปล้นร้านทองเยาวราช โคราช กวาดแหวน 30 วง
- DSI ยุติดำเนินคดี รับของโจร-ฟอกเงิน พระธัมมชโย เหตุขาดอายุความ
- รวบแล้ว โจรหมวกฟาง ชิงทองห้างดัง ก่อนหลบหนีข้ามแดน
ติดตามเราได้ที่