โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(End+ตอนพิเศษ) คืนร้อนมัดใจนายคลั่งรัก (มี E-Book)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 16.33 น. • TouchJai_writer
เธอ ไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีก หนุ่มหล่อที่พรากความสาวของเธอไปเพราะความเมา…ส่วนเขา ไม่เคยลืมเธอได้เลย สาวสวยหน้าหวานที่ร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาทั้งคืน

ข้อมูลเบื้องต้น

คืนร้อนมัดใจนายคลั่งรัก

นิยายรักโรมานซ์ 25++

!!! คำเตือน !!!

นิยายเรื่องนี้มีการบรรยายฉากกิจกรรมทางเพศ 18+

ใครไม่ชอบ รับเนื้อหาไม่ได้ สามารถกดออกได้เลยค่ะ

*** เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ***

ปล.1 เนื้อหาทั้งหมดเกิดขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงเรื่องจริงแต่อย่างใด อาจจะมีบางฉากที่ไม่เหมาะสมและไม่สมจริง

ปล.2 เนื้อหาไม่มีการนอกกายนอกใจ เน้นเรื่องราวความรักของคนสองคน เป็นแนวฟิลกู้ด เลิฟซีนดุเดือด และมีดราม่าบ้างเล็กน้อย ใครชอบพระเอกสายคลั่งรัก รักเดียวใจเดียว จ้องแต่จะจับนางเอกขึ้นเตียง เชิญอ่านเรื่องนี้เลยค่ะ

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

แนะนำเรื่อง

ใครจะไปคิดว่าการไปเลี้ยงฉลองหลังเรียนจบกับเพื่อนๆ นั่นจะทำให้ มุกตาภา ถูกชายหนุ่มแปลกหน้าพรากความสาวของเธอไปเพราะความเมาและเผลอตัวเผลอใจไปกับรสสัมผัสแสนวาบหวามชวนร้อนรุ่ม

1 ปีต่อมา ติณณภพ ได้พบหน้าหญิงสาวอีกครั้ง หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบทันที เพราะเธอคือแม่สาวหน้าหวานที่เขาตักตวงความสุขจากเธอทั้งคืนก่อนจะหายตัวไปหลังคืนสวาทสุดเร่าร้อนจบลง

และเมื่อหญิงสาวต้องมาอยู่ในบ้านของชายหนุ่ม ในฐานะอาสาวของหนูน้อยเมรินทร์ที่อยู่ในความดูแลของเธอ มุกตาภาจึงแกล้งจำเขาไม่ได้ แต่ติณณภพกลับจำเธอได้ขึ้นใจ

แต่ไม่เป็นไร เมื่อเธอบอกว่าจำไม่ได้….เขาก็จะใช้ร่างกายทบทวนความทรงจำคืนนั้นให้กับเธอเอง

ตัวอย่าง

“ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน…มุกตาภา”

“แล้วคุณล่ะ คิดถึงผมบ้างไหม”

“เอ่อ…ฉันไม่รู้ คือฉัน…จำไม่ได้แล้ว”

“หึ ไม่เป็นไร…ผมจะทบทวนความจำให้คุณเอง”

เขากระตุกยิ้มมุมปากจนหญิงสาวเสียวสันหลังวาบ รู้สึกกลัวคนตรงหน้าขึ้นมา ไม่รอช้าปากหนาก้มลงมาบดจูบเรียวปากเล็ก ขบเม้มสลับดูดดึงกลีบปากนุ่มแผ่วเบาอย่างวาบหวาม ก่อนจะดุนดันลิ้นร้อนเข้าไปตวัดโรมรันลิ้นเล็กอีกครั้งด้วยความช่ำชอง เขารู้ดีว่ารสชาติโพรงปากนุ่มของเธอนั้นมันหอมหวานเพียงใด และก็ไม่ผิดหวังเพราะนี่คือรสสัมผัสที่ตราตรึงอยู่ในใจเขามาตลอด 1 ปีเต็ม

“อื้อ…”

มุกตาภาครางกระเส่าเมื่อเขาลิ้มรสเธออย่างแสนหวาน หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อรู้สึกได้ว่าเขากำลังร่ายมนตร์เสน่หาผ่านทางริมฝีปากและปลายนิ้วเพราะมือหนาของเขาได้ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะเลื่อนมากอบกุมก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นใต้เนื้อผ้าที่กำลังเด้งสู้มือเมื่อถูกเขาบีบเคล้นหนักหน่วง รสจูบที่แสนนุ่มนวลและอ่อนหวานอย่างเรียกร้องนั้น ทำให้เธอคล้อยตามสนองจูบตอบเขาอย่างไม่ประสาด้วยความเผลอไผล

“อืมม…”

ติณณภพครางในลำคออย่างพอใจเมื่อได้รับการตอบสนอง แม้จะยังอ่อนเดียงสา…แต่ของแบบนี้มันสอนกันได้หากปฏิบัติบ่อย ๆ เธอจะเก่งขึ้นเองและมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะสอนเธอได้

เรื่องนี้ไรท์ปล่อยให้อ่านฟรีก่อนจนถึงตอนจบ และเริ่มทยอยติดเหรียญ หลังปล่อย e-book

ช่วงที่ลงนิยายฝากนักอ่านคอมเม้นท์ ช่วยแนะนำ ติดตาม และเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ^^

นิยายทุกเรื่องของ TouchJai_writer แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียน เนื้อเรื่อง ตัวละคร สถานที่ต่าง ๆ อาจไม่ได้มีอยู่จริง ทั้งนี้ต้องขออภัยหากชื่อตัวละคร โครงเรื่องนิยายไปเหมือนกับนักเขียนท่านอื่น หากมีสิ่งใดผิดพลาดหรือทำให้ผู้ใดไม่พอใจ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ลิขสิทธิ์

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงบทความหรือนำบางส่วนในนิยายไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ทันที

E-Book

** ใน MEB สำหรับผู้ที่ใช้ระบบ iOS แนะนำให้กดซื้อผ่านลิงค์นี้ หรือเว็บไซต์ จะได้ราคาถูกกว่าซื้อในแอพค่ะ **

แนะนำตัวละคร

พระเอก : ติณห์ ติณณภพ อัครบวรโชติ อายุ 28 ปี

นักธุรกิจหนุ่มสุดหล่อไฟแรง บ้านรวย เป็นคนเด็ดขาด จริงจังกับการทำงานเลยไม่ได้มองหาคนมาเคียงข้างกาย ไม่ใช่คนเจ้าชู้ทว่าเรื่องบนเตียงกลับไม่เคยแพ้ใคร แต่เขาจะเลือกนอนกับผู้หญิงที่ถูกใจเท่านั้น และวันหนึ่งเขาก็มาสะดุดตากับสาวสวยคนหนึ่ง ยิ่งได้รู้ว่าเธอมีศักดิ์เป็นอาของหลานสาว ทำให้เขาต้องหาหนทางเพื่อให้ได้ใกล้ชิดและหลอกล่อจนได้เธอผู้นั้นมาเป็นแฟน

นางเอก : มุก มุกตาภา เดชาธร อายุ 24 ปี

สาวสวยหน้าหวาน นิสัยน่ารัก จิตใจดี มองโลกในแง่บวก เป็นที่รักของเพื่อน ๆ และทุกคนที่ได้รู้จัก ชื่นชอบการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ และยังไม่เคยมีแฟน เพราะอยากช่วยเหลือการเงินของครอบครัว จึงตั้งใจเรียนและสอบชิงทุนจนได้ไปเรียนต่อด้านการทำอาหารที่ประเทศอังกฤษ และที่นั่นก็ทำให้เธอได้เสียตัวให้กับผู้ชายแปลกหน้าครั้งแรก สุดท้ายเขาคนนั้นกลับกลายมาเป็นลุงสุดหล่อของหลานสาว

นางร้าย : ริต้า เรนิตา วาณิชสกุลกิจ อายุ 25 ปี

ไฮโซสาวสวย ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส บ้านฐานะร่ำรวยแต่ขาดความอบอุ่น โหยหาความรัก สนิทกับบ้านพระเอก เพราะทั้ง 2 ครอบครัวอยู่แวดวงธุรกิจเหมือนกัน แอบชอบพระเอกมาตั้งแต่เด็ก แต่พระเอกคิดแค่น้องสาว

ลูกสาวของเมฆ+ตา : เมรินทร์ เดชาธร อายุ 4 ขวบ

ลูกสาวของนภทีป์ (พี่ชายนางเอก) และนรินทร์ตา (น้องสาวพระเอก) แก้วตาดวงใจของทุกคนในบ้าน และเป็นกามเทพตัวน้อยของลุงติณห์กับอามุก

บทที่ 1 บทนำ

ณ ประเทศอังกฤษ

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สถาบันสอนทำอาหาร ซึ่งเปิดสอนทั้งด้านการปรุงอาหาร การบริการและการท่องเที่ยวนั้นมีกลุ่มนักเรียนเป็นจำนวนมากกำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ตนเองเรียนจบแล้ว

มุกตาภาก็เป็นหนึ่งในนั้นเธอเดินยิ้มแก้มปริออกมาหาณิชนันทน์และนนนท์เพื่อนคนไทยทั้งสองที่ได้ทุนมาเรียนด้วยกัน แม้ว่าทั้งสามคนจะมาเรียนด้วยกันแต่ก็เลือกเรียนต่างสาขากันไปตามความสนใจส่วนตัวและบางคนก็เลือกให้สอดคล้องกับธุรกิจของครอบครัว

“ในที่สุดพวกเราก็เรียนจบแล้ว วันนี้ฉันดีใจที่สุดเลย ยินดีกับพวกแกด้วยนะต้นฝ้าย นนนท์”

ทั้งสามยืนกอดคอกันถ่ายรูปยิ้มแฉ่งด้วยความดีใจที่เรียนจบพร้อมกัน มุกตาภา ณิชนันทน์ และนนนท์ รู้จักกันตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและคบหากันจนถึงปัจจุบันจึงสนิทกันมาก

“ฉันก็ยินดีกับแกด้วยนะมุก แกโคตรเก่งเลยจบพร้อมกันตั้งสองคอร์ส”

ณิชนันทน์ชมเพื่อนสาวคนสนิทที่ทั้งสวย เก่ง และตั้งใจเรียนมาก แถมยังนิสัยดีเป็นที่รักของเพื่อน ๆ อีกต่างหาก เพราะมุกตาภาเรียนจบสองหลักสูตรพร้อมกันทั้งด้านการทำอาหารฝรั่งและขนมหวาน ควบคู่กับทักษะในการทำอาหารเบื้องต้นจนถึงทักษะขั้นสูงที่ใช้ทำอาหารทุกรูปแบบตั้งแต่การทำอาหารฝรั่งเศส อาหารนานาชาติและเทรนด์การทำอาหารที่เกิดขึ้นในโลกอีกด้วย

“พวกฉันเรียนแค่คอร์สเดียวก็แทบตาย…ขอบคุณแกมากนะมุกที่คอยช่วยเหลือพวกฉันตลอด ถ้าไม่ได้แก ฉันกับนนนท์คงแย่แน่ ๆ”

เมื่อนึกถึงตัวเองกับนนนท์แล้วณิชนันทน์ก็อดขอบคุณเพื่อนไม่ได้ เพราะถ้าไม่ได้มุกตาภาคอยตักเตือนไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางพวกเธออาจจะจบช้ากว่าที่หลักสูตรกำหนดก็ได้

“ไม่หรอก ฉันว่าเป็นเพราะตัวพวกแกด้วยต่างหากที่อดทน พยายามตั้งใจเรียนจนพวกเราเรียนจบพร้อมกัน”

มุกตาภาพูดอย่างถ่อมตัว เพราะเธอก็ทำได้แค่คอยเตือนถ้าเพื่อนไม่ฟังเธอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แม้ฐานะทางบ้านของเพื่อนทั้งสองจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง แต่ด้วยความอยากเอาชนะครอบครัวที่ไม่ยอมให้ทั้งคู่มาเรียนต่อเพราะรู้ว่าณิชนันทน์และนนนท์ไม่ได้อยากไปเรียนจริง ๆ แต่แค่อยากตามเพื่อนและเที่ยวสนุกเท่านั้น ทำให้ทั้งสองต้องดิ้นรนหาทุนมาเรียนด้วยตัวเอง นั่นก็คือความพยายามของเพื่อนทั้งสอง

“พวกเรานี่สุดยอด ฉันยินดีกับพวกแกด้วยนะ ว่าแต่เย็นนี้เราไปฉลองกันดีไหม…เอาเป็นร้านเดิมแล้วกัน ฉันจะฉลองให้สุดเหวี่ยงไปเลย พวกแกโอเคนะ” นนนท์ถามเพื่อน ๆ แล้วก็สรุปเลือกร้านเอง

ร้านเดิมของนนนท์ก็คงไม่พ้นสถานบันเทิงเพราะเจ้าตัวชอบสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ ถึงกับเลือกเรียนคอร์สเกี่ยวกับไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮออล์และที่บ้านของนนนท์ก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มอีกด้วย

“ตามนั้นย่ะ…ถ้าร้านนี้ฉันพร้อมเสมอ”

สายปาร์ตี้ตัวแม่อย่างณิชนันทน์มีหรือจะพลาด เธอเลือกเรียนคอร์สการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต ภัตตาคาร คาเฟ่ เน้นไปที่การบริการธุรกิจเพื่อนำไปใช้ในอุตสหกรรมท่องเที่ยวและอาหาร เพราะที่บ้านของณิชนันทน์ก็สนับสนุนให้เรียนด้านนี้ จะได้ไปช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวในฐานะลูกสาวคนเดียว

“แกห้ามปฏิเสธอีกนะมุก ถือว่าเลี้ยงส่งแกด้วยไง…นะ ๆ ไปด้วยกันนะ แกไม่ได้ไปเที่ยวผับกับพวกเรามานานแล้ว” เมื่อเห็นมุกตาภามีท่าทางครุ่นคิดสีหน้าลำบากใจ ณิชนันทน์จึงหันไปพูดออดอ้อนเพราะกลัวว่าเพื่อนสาวจะไม่ยอมไปด้วยอีกตามเคย

“เอ่อ…ไปก็ได้ แต่ฉันไปไม่นานนะ เพราะพรุ่งนี้ฉันต้องเดินทาง”

มุกตาภาลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ แต่เมื่อเห็นสายตาของเพื่อนที่มองมา เธอจึงยอมตกลงแต่ก็ยังมีข้อแม้เพราะพรุ่งนี้เธอต้องกลับประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้เธอได้แจ้งให้เพื่อน ๆ ทราบล่วงหน้าแล้ว

“ได้สิ…งั้นตอนเย็นเราเจอกันที่เดิมนะ เดี๋ยวฉันไปรับ โอเค๊” นนนท์พูดขึ้น

เมื่อถึงเวลานัดหมายทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปยังสถานบันเทิงซึ่งเป็นที่ประจำที่เคยมาเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ แต่มุกตาภาก็จะขอตัวกลับก่อนทุกครั้งเพราะเธอไม่ค่อยชอบเที่ยวสถานที่แบบนี้เท่าไหร่ หญิงสาวไม่ใช่คนชอบดื่มแต่ชอบบรรยากาศที่ได้เต้นสนุกกับเพื่อน ๆ ตามจังหวะเสียงเพลงเร้าใจ ทุกครั้งที่ไปเธอจะไปเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนเสียมากกว่า แต่ก็ไม่ได้ปล่อยตัวเองไหลไปกับแสงสีจนเสียการเรียน เพราะเธอมีคติในใจว่า…เที่ยวสนุกได้ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองให้ได้ด้วย

อีกมุมหนึ่งของประเทศอังกฤษชายหนุ่มทายาทเจ้าของบริษัทเกี่ยวกับเครื่องเพชรและอัญมณี ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวอัครบวรโชติที่ได้มาขยายสาขาที่นี่ได้หลายปีแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร หลังจากเรียนจบปริญญาโท ติณณภพจึงอาสามาบริหารงานที่นี่ด้วยตัวเอง เพราะอยากพิสูจน์ความสามารถให้คนอื่นยอมรับและเชื่อมั่นในตัวเขาหากต้องเป็นคนต่อไปที่จะมาสานต่อธุรกิจทั้งหมดของครอบครัวทั้งในไทยและต่างประเทศ เขาใช้เวลาแค่ 3 ปีกว่าธุรกิจก็เติบโตอย่างรวดเร็ว สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำจนมีผู้คนอยากร่วมลงทุนด้วยเป็นจำนวนมาก แถมยังถูกสังคมจับตามองว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรงอยู่ในขณะนี้

“เออ ๆ กูเพิ่งประชุมเสร็จ กำลังออกไป”

ติณณภพตอบกลับคนปลายสาย หลังจากเดินออกมาจากห้องประชุมก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทันทีที่เขากดเปิดเครื่อง ซึ่งก็เป็นเพื่อนของเขานั่นเองที่โทรตาม วันนี้เขาเหนื่อยล้าและเคร่งเครียดกับการทำงานมาหลายชั่วโมงจึงอยากไปปลดปล่อยด้วย จึงรีบไปตามนัดอย่างรวดเร็ว

บทที่ 2 แรกเจอ

ณ สถานบันเทิง PTK

บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยแสง สี และเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มสุดเร้าใจ นักท่องราตรีต่างออกมาขยับโยกร่างกาย ปลดปล่อยความตึงเครียดไปกับแอลกอฮอล์และจังหวะที่สนุกสนาน ทางด้านติณณภพเมื่อมาถึงเขารีบเดินขึ้นไปชั้นสองโซนวีไอพีที่มีเพียง 13 โต๊ะเท่านั้น เขาเดินเข้าไปนั่งโต๊ะประจำที่มีเพื่อนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ซึ่งโต๊ะที่พวกเขานั่งถือว่าเป็นมุมดีที่สุดเพราะสามารถมองเห็นบรรยากาศเบื้องล่างได้ทั้งหมด

“มาได้แล้วเหรอว่ะ กูนึกว่าจะเทกันซะแล้ว”

เสียงทักทายกวน ๆ นั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสียงภารันต์เพื่อนสนิทที่โทรตามเขานั่นเอง

“ขอโทษทีว่ะ งานยุ่งนิดหน่อย” คนรู้ตัวว่ามาช้าเอ่ยขึ้น

“ไม่น่าจะนิดแล้วมั้ง กว่าจะเจอตัวได้” ภารันต์ยังบ่นไม่หยุด

“เอาน่า นาน ๆ เราจะได้เจอกันที เอา…แบบนี้ต้องหมดแก้ว”

เสียงคริสเตียนเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นพร้อมส่งแก้วเหล้าให้กับคนมาทีหลัง พวกเขาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนอยู่ไทยจนแยกย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วก็ยังติดต่อกันอยู่จนถึงปัจจุบัน ทำให้สนิทกันมาก แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้นาน ๆ ทีถึงจะได้เจอกันครบกลุ่ม

ติณณภพรับแก้วเหล้ามาจากเพื่อน ก่อนจะชนแก้วกันและนั่งดื่มพูดคุยกันไปตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ปกติเขาไม่ค่อยได้มาสถานที่แบบนี้เท่าไหร่ จะมาผ่อนคลายบ้างในช่วงทำงานหนักและอยากมาปลดปล่อยตามประสาผู้ชายบ้างก็เท่านั้น แต่ครั้งนี้เห็นว่าคริสเตียนมาทำธุระที่ประเทศอังกฤษด้วยพอดี เขาจึงออกมาพบปะเพื่อนสนิท แถมสถานที่แห่งนี้ยังมีภารันต์เป็นเจ้าของ และเขากับคริสเตียนก็เป็นหุ้นส่วนร่วมอยู่ด้วยกึ่งหนึ่ง

ระหว่างนั่งดื่มติณณภพมองลงไปยังเบื้องล่างตามปกติ ก่อนสายตาคมจะไปหยุดที่สาวสวยคนหนึ่งในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงกำลังเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างพริ้วไหวอยู่กับเพื่อนของเธอ ด้วยท่าเต้นที่ออกแนวโก๊ะ ๆ ไม่ได้ยั่วยวนเหมือนคนอื่นนั้นแต่มันกลับสะดุดตาเขาทันทีที่เห็น หญิงสาวช่างดูน่ารัก เซ็กซี่ และมีเสน่ห์มากเมื่อทำมันออกมา เขาเผลอมองอยู่นานและอดยิ้มตามไม่ได้ จนเพื่อนร่วมโต๊ะรู้สึกถึงความผิดปกติเลยหันไปมองตาม คริสเตียนและแมธทิวหันมาสบตาและส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยให้กันเมื่อเห็นท่าทีของติณณภพที่น้อยครั้งจะเป็นแบบนี้

“ชื่อมุกตาภา สนใจเหรอ”

คำพูดของภารันต์ดึงความสนใจของติณณภพได้เป็นอย่างดี พอได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มก็หันมาหาเพื่อนแทบจะทันที ก่อนย้อนถาม

“มึงรู้จักเหรอ”

“ไม่เชิงรู้จัก เธอเป็นเพื่อนของคนรู้จักอีกที มึงโชคดีมากนะที่มาเจอเธอวันนี้ ปกติเธอไม่ได้มาบ่อย ๆ ถ้าสนใจเดี๋ยวกูช่วยติดต่อให้”

ภารันต์บอกออกไปเท่าที่รู้จากลินินผู้หญิงที่เขากำลังคุยอยู่ ว่าเพื่อนของเธอคนนี้ไม่ค่อยชอบเที่ยวสถานที่แบบนี้ ซึ่งก็เหมือนกับติณณภพ แต่ไม่รู้เพราะความบังเอิญ โลกกลม หรือพรหมลิขิต ที่ทำให้ทั้งสองมาเที่ยวในวันเดียวกัน

“ไม่ต้อง…เธอก็แค่น่ารักดี”

ติณณภพปฏิเสธ แม้จะถูกใจหญิงสาวผู้นี้เป็นอย่างมากแต่ก็แค่มองตามประสาหนุ่มโสดที่พบเจอสาวสวยถูกใจก็เท่านั้น เพราะเขายังไม่อยากมีใครเป็นตัวเป็นตนและอยากทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานเสียก่อนจึงไม่ได้รีบหาคนมาเคียงข้างกาย

“ไม่แค่น่ารักแล้วมั้ง มองเขาขนาดนั้น”

เป็นเสียงคริสเตียนที่เอ่ยแซวอีกคน เพราะติณณภพไม่ใช่คนเจ้าชู้ที่ขึ้นเตียงกับผู้หญิงเป็นว่าเล่น แต่จะเลือกนอนกับคนที่ถูกใจเท่านั้น ซึ่งสาวน้อยคนนี้คงถูกใจเพื่อนเขาไม่น้อย ถึงได้มองไม่ละสายตาแบบนั้น ติณณภพไม่ตอบแต่ยักคิ้วส่งกลับไปให้เพื่อน เมื่อเห็นเพื่อนเงียบไปพวกเขาจึงหยุดแซวเพราะรู้ว่าเพื่อนไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัวมากนักถ้าเจ้าตัวไม่อยากพูด แต่พฤติกรรมของติณณภพที่ปิดยังไงก็ไม่มิดก็ไม่สามารถลอดพ้นสายตาพวกเขาไปได้

ชายหนุ่มที่ทำเป็นไม่สนใจแล้ว แต่ก็คอยลอบมองหญิงสาวอยู่เป็นระยะ ดวงหน้าสวยหวานนั้นสะกดสายตาเขาให้ดูได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อ ยามเธอยิ้มโลกใบนี้มันช่างดูสดใสเหลือเกิน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาเขาให้หยุดมองไม่ได้จริง ๆ ในชีวิตเขาเจอผู้หญิงสวย ๆ มาก็เยอะแต่ก็ไม่เคยมีใครทำให้หัวใจเขาวูบวาบแบบนี้มาก่อน

จังหวะดนตรีครื้นเครงของเสียงเพลงในสถานบันเทิงนั้น ปลุกให้หนุ่มสาวเต้นกันอย่างเมามันออกรสชาติ บ้างก็นั่งดื่มอยู่ที่โต๊ะแต่ไม่ใช่กลุ่มเพื่อน ๆ ของมุกตาภาแน่นอนที่แอลกอฮอล์เข้าปากแล้วจะให้อยู่เฉยได้ยังไง สองสาวสวยกับหนึ่งหนุ่มต่างออกมาวาดลวดลายประชันท่าเต้นกันอย่างไม่มีใครยอมใครด้วยความสนุกสุดเหวี่ยง

มุกตาภาที่ถูกชวนแกมบังคับให้มาด้วย แต่ไหน ๆ ก็มาแล้วเธอจึงขอปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มที่ให้สมกับความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียน น้ำเมาถูกส่งเข้าปากหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อรู้ตัวว่าทนฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่ไหวและรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินกับการเต้นครั้งนี้ ทำให้เธอพะอืดพะอมอยากอาเจียนจึงขอตัวไปจัดการตัวเองให้รู้สึกดีขึ้น

“ต้นฝ้าย นานนท์ ฉาน…ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” หญิงสาวพยายามประคองสติตัวเองบอกเพื่อนทั้งสองคนให้รับรู้

“เดี๋ยวฉาน…ไปเป็นเพื่อน”

ณิชนันทน์ที่เริ่มเมาแล้วได้ยินจึงขันอาสาเพราะรู้ดีว่าเพื่อนสาวคออ่อนแค่ไหนกลัวว่าจะไปไม่ถึงห้องน้ำ ครั้งนี้มุกตาภาดื่มเข้าไปเยอะกว่าปกติ คงเพราะอยากฉลองที่เรียบจบก็เลยจัดหนักกว่าทุกครั้ง

“ไม่เป็นไร ฉะ…ฉันไปได้”

“แกแน่ใจนะ ว่าไปคนเดียวได้” นนนท์ถามขึ้นอีกคน ซึ่งจัดว่ายังมีสติมากที่สุดในกลุ่มแม้จะเหลือไม่เต็มร้อยแล้วก็ตาม

“แน่ใจซี…พวกแกเต้นกันต่อเถอะ ไม่ต้องห่วงฉาน”

พูดจบมุกตาภาก็รีบเดินออกไปทันทีเพราะกลัวว่าอาการท้องไส้ปั่นป่วนจะระบายออกมาเสียก่อนที่เธอจะไปถึงห้องน้ำ และกว่าร่างบางสมส่วนของมุกตาภาจะเดินฝ่าผู้คนออกมาได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร เธอแอบขึ้นมาใช้บริการห้องน้ำโซนวีไอพีชั้น 2 เพราะคนไม่เยอะ

“ว้าย…”

เมื่อใกล้ถึงห้องน้ำด้วยความรีบร้อนจนไม่ทันได้ระวังตัวทำให้เดินเซไปชนเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่งเต็มแรง ความพะอืดพะอมที่พยายามอดกลั้นเอาไว้ถูกปล่อยพรวดออกมาทันที

‘อ้วก อ้วกกก…แหวะ’

“เฮ้ย!”

ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายเดินมาเข้าห้องน้ำพอดีเป็นต้องหยุดชะงัก แขนแกร่งตวัดคว้าเอวเธอไว้ได้ทันตามสัญชาตญาณก่อนที่เธอจะเซล้ม กลิ่นเหล้าผสมปนเปกลิ่นอ้วกเหม็นหึ่งทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนี

“ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยว่ะ”

ติณณภพสบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย อดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นวิธีเรียกร้องความสนใจแบบใหม่หรือเปล่านะ การมีสาวสวยเข้าหาเขาถือเป็นเรื่องปกติ แต่ละคนต่างใช้มารยาสารพัดวิธีเพื่อได้เข้าใกล้เขา แต่ยังไม่เคยมีใครใช้วิธีได้น่าสะอิดสะเอียนเท่านี้มาก่อน…ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้คิดอะไรอยู่ สมองของเธอมีปัญหาอยู่หรือไง

เขาก้มลงมองคนตัวเล็กด้วยแววตาขุ่นเคือง แล้วคิ้วหนาเข้มก็ต้องยกสูงด้วยความสงสัยเมื่อรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่หญิงสาวสวมใส่นั้นคุ้นตาเหมือนกับเคยเห็นมาก่อนแต่นึกไม่ออก และก่อนจะได้นึกหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ ทำให้เขาได้เห็นใบหน้านวลแดงก่ำเต็มตา

“คุณ!”

ติณณภพพูดเสียงแผ่วราวกับละเมอด้วยความตกใจเขานึกออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นใคร หัวใจแกร่งกระตุกไหววูบ แม้ว่าเขาจะถูกใจเธอมากก็ตามแต่การเจอกันในสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเธอน่ามองน่าพิศวาสมากนัก

“เฮ้ย! คุณไหวหรือเปล่า”

เขารีบจับตัวคนเมาออกห่างแล้วให้หันหน้าไปทางถังขยะเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะโก่งคออาเจียนออกมาอีกรอบ มือหนายกขึ้นมาช่วยลูบหลังให้หญิงสาวไปมา

“อึก…ฉันจะไม่ดื่มมากแบบนี้แล้ว แหวะ…อร่อยก็ไม่อร่อย อึก”

หญิงสาวบ่นพึมพำออกมาเป็นระยะ ด้วยความเมาจึงพูดออกมาเป็นภาษาไทยตามจิตใต้สำนึกของเธอ ติณณภพได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย พลางตำหนิคนเมาในใจ เพราะฟังจากคำพูดก็รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่นักดื่ม ถ้ารู้ว่าคอไม่แข็งก็ไม่ควรอวดเก่งดื่มจนเมามายขนาดนี้

หลังจากระบายออกมาจนหมดไส้หมดพุง ดวงหน้าสวยหวานแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาจากถังขยะ เขาจึงได้มองสำรวจหญิงสาวอีกครั้งเมื่อพิจารณาหน้าตาเธอชัด ๆ เห็นว่ามาทางฝั่งเอเชีย แต่ก็ยังไม่มั่นใจจึงตัดสินใจถามออกไป

“เอ่อ…คุณเป็นคนไทยเหรอ”

“ช่าย ฉานเป็นคนทาย…ทำมาย พื้นมานถึงเอียงแบบนี้”

หญิงสาวตอบกลับเป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงยานคาง ร่างบางหอบเหนื่อย รู้สึกมึน ๆ ยืนโอนเอนไปมาเหมือนจะเซล้ม โชคดีที่ได้คนร่างสูงช่วยประคองตัวไว้ ไม่อย่างนั้นคงได้ไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น

“คุณไหวหรือเปล่า”

เขาถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นคนในอ้อมแขนเหมือนจะยืนไม่ไหว สองแขนเล็กยกขึ้นมาเกาะบ่าแกร่งของเขาเอาไว้ พยายามปรือตาขึ้นมามองเขาแวบหนึ่งแต่ก็เห็นเป็นภาพซ้อนแล้วก็หลับตาลงยืนนิ่งไม่ไหวติง

“ม่าย หวาย” เธอบอกเสียงยานคางอีกครั้งดวงตาแทบจะปิดอยู่แล้ว ก่อนจะล้มคอพับซบหน้ากับอกแกร่งของเขา

“เฮ้ยคุณ…อย่าหลับนะ ตื่นขึ้นมาก่อน”

ติณณภพเห็นแบบนั้นจึงเขย่าตัวปลุกเรียกคนเมาให้ได้สติ แต่ก็ได้ความเงียบตอบกลับมา…เฮ้อ ให้ตายสิ…ทำไมเธอถึงดื่มจนเมามายไม่ได้สติแบบนี้ ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายแค่ไหน นี่ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งเขาจะฟาดให้ก้นลายเลย ยิ่งได้รู้ว่าเธอเป็นคนไทยด้วยกันแล้วต้องมาอยู่ต่างถิ่นแบบนี้เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเธอขึ้นมา

“ผมจะทำยังไงกับคุณดีนะ”

ชายหนุ่มก้มมองคนตัวเล็กในวงแขนแกร่งสลับกับคราบสกปรกบนเสื้อตัวเองแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง…เนื้อตัวเหม็นขนาดนี้เขาไม่มีอารมณ์ไปดื่มต่อแล้ว จะปล่อยเธอไว้อย่างนี้ก็คงไม่ดี สวย ๆ แบบนี้ใครเห็นเข้าอันตรายแน่ จะให้ไปส่งคืนเพื่อนของเธอก็คงเมามายไม่ต่างกันและไม่รู้ว่าเขาจะโดนข้อหาทำมิดีมิร้ายผู้หญิงด้วยหรือเปล่า เห็นทีเขาคงปล่อยเธอเอาไว้ไม่ได้ สายตาของคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มมองเขาและเธอแล้วก็ยกมือป้องจมูกตัวเอง เมื่อไม่รู้จะทำยังไงจึงตัดสินใจอุ้มร่างไร้สติของหญิงสาวไปที่รถ…เอากลับไปด้วยกันนี่แหละ

พระเอกเค้าจะพานางเอกของเราไปไหน…มาติดตามกันได้ในตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านน้าา ????❤️

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...