โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

Dairy Queen โตต่อเนื่อง 30% ด้วยจุดแข็งสูตรจากนม เมนูใหม่มาต่อเนื่อง และกลยุทธ์ดำเนินงาน

BT Beartai

อัพเดต 01 ก.พ. 2567 เวลา 11.24 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2567 เวลา 10.59 น.
Dairy Queen โตต่อเนื่อง 30% ด้วยจุดแข็งสูตรจากนม เมนูใหม่มาต่อเนื่อง และกลยุทธ์ดำเนินงาน

Dairy Queen แบรนด์ซอฟต์เสิร์ฟในดวงใจของใครหลายคนประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ปี 2564 – 2566 เติบโตต่อเนื่อง 30% จากหลายปัจจัยที่สนับสนุน ทั้งการกลับมาขยายสาขาใหม่ได้หลังจากต้องพักไประหว่างช่วงโควิด นอกจากนี้ยังมีเมนูใหม่ที่เปิดตัวหมุนเวียนหลายครั้งต่อปี รวมถึงการใช้งานสื่อยุคใหม่เพื่อสื่อสารไปถึงลูกค้าชาวไทย พร้อมประกาศเดินหน้าสู่การเป็น “The playground for a sweet pause” ในปี 2567

ธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ดีคิว จำกัด
ธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ดีคิว จำกัด

คุณธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ดีคิว จำกัด บริษัทในเครือ ไมเนอร์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านไอศกรีม “แดรี่ควีน“ เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินงานของแดรี่ควีนในปี 2566 ที่ผ่านมา ภาพรวมมีการเติบโตอยู่ที่ 70% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ฟื้นจากวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นการเติบโตเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ในขณะที่ตั้งแต่ปี 2564-2566 ภาพรวมมีการเติบโตขึ้นกว่า 30% ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ที่เน้นการตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วยเมนูแปลกใหม่และรสชาติที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น เมนูบลิซซาร์ดข้าวเหนียวมะม่วงน้ำกะทิ รสชาติเข้มข้นสร้างการจดจำ เมนูบลิซซาร์ดโอวันตินภูเขาไฟ ที่สร้างยอดขายในประเทศไทยได้มากกว่า 1 ล้านถ้วย ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน และเมนูบลิซซาร์ดปังกรอบชาไทย ที่ได้รับกระแสตอบรับแบบถล่มทลายจนสามารถทำยอดขายนิวไฮ พร้อมกับการขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันแดรี่ควีนมีจำนวนสาขาครอบคลุมกว่า 520 สาขาทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายให้ได้ 1,000 สาขา

โดยสินค้าหลักของร้านคือกลุ่มไอศกรีมโคนและถ้วย ทำรายได้ราว 60% รองลงมาคือเค้ก 20% และกลุ่มเครื่องดื่มอยู่ 10% ซึ่งเค้กถือเป็นหนึ่งในอาวุธลับของแดรี่ควีน เพราะในตลาดมีเค้กไอศกรีมเด่นอยู่แค่ 2 เจ้าคือ DQ กับ Swensen’s (ซึ่งก็เป็นอีกบริษัทในเครือไมเนอร์) โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่แทบไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจาก 2 เจ้านี้ ทำให้โดดเด่นมาก

สรุปเคล็ดลับความสำเร็จของ Dairy Queen

คุณธนกฤตอธิบายให้เราฟังถึงความสำเร็จของ Dairy Queen ว่า

  • ปีที่ผ่านมาแดรี่ควีนออกสินค้าฮิตหลายตัวอย่างมะม่วง, ทุเรียน, โอวัลติน, ข้าวหลาม
  • ก่อนจะออกสินค้าต้องมีการทำคอนเช็ปต์เทสต์ เพื่อให้ลูกค้าให้ความเห็นก่อนว่าจะเลือกอะไร
  • สินค้าแต่ละชุดใช้เวลาพัฒนา 1 ปีก่อนจะออกสู่ตลาดจริง ช่วง 6 เดือนแรกคือการพัฒนา อีก 6 เดือนหลังคือได้รับอนุญาตจาก Dairy Queen International
  • องค์กรของแดรี่ควีนใหญ่มาก การออกสินค้า หรือการทำอะไรต้องใช้เวลา เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าสำเร็จ แฟรนไชส์ได้กำไร
  • การทำแฟรนไชส์ของแดรี่ควีนคือสิทธิ์แต่ละเจ้าในระดับจังหวัดเลย ทำให้ไม่มีการตั้งร้านข้ามเขตกัน เพื่อเชื่อได้ว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์ของแดรี่ควีนจะได้กำไร ซึ่งปัจจุบันมีแต่แม่ฮ่องสอนเท่านั้นที่ไม่มีแฟรนไชส์ไปตั้ง เพราะภูเขาเยอะ เดินทางลำบาก ประชากรน้อย เลยยังไม่มีคนสนใจ
  • ซึ่งพอแดรี่ควีนใหญ่มาก เข้าถึงคนหมู่มาก มีคนเกี่ยวข้องเยอะ ของที่เอามาออกเป็นสินค้า คนซื้อต้องเข้าใจทันที เช่นโอวัลติน ขายดีคอนเชปต์ nostagia ลูกค้าวัยกลางคนอยากกิน คาดหวังได้ถึงรสชาติโดยไม่ต้องอธิบาย
  • ทำไมแดรี่ควีนถึงยืนหนึ่ง เพราะสูตรไอติมไม่ได้เปลี่ยนมา 28 ปี มาจากโรงงานของไมเนอร์เอง ทำให้ได้รสแบบเดียวกับต้นฉบับ ซึ่งการใช้วัตถุดิบเป็นนม ทำให้ได้รสแตกต่างจากคู่แข่งอื่น ๆ รวมถึงคู่แข่งรายใหม่จากจีน ที่ใช้ผงนมสำเร็จรูปมาทำวัตถุดิบ
  • ปีหนึ่ง ๆ แดรี่ควีนออกสินค้าพิเศษประมาณ 7 ครั้ง ชุดหนึ่งขายประมาณ 1 เดือน หรือ 45 วัน ซึ่งปีนี้คงไม่ทำถี่กว่านี้ เพราะต้องมั่นใจว่าร้านค้าทั้งหมด รวมถึงร้านแฟรนไซส์สามารถขายสินค้าพิเศษได้กำไร ถ้าเปลี่ยนเร็วไป จะมีปัญหาเรื่องใช้วัตถุดิบไม่ทัน
  • มีเน้นใช้โซเซียลมีเดียด้วย คือจุดเด่นเดิมของแดรี่ควีนคือทำสดหน้าร้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำไอศกรีมหรือแต่งหน้าเค้ก ก็ให้พนักงานถ่ายวิดีโอแล้วแชร์ลงโซเซียล ก็ได้กระแสตอบรับที่ดี
  • ไทยเป็นฐานในการพัฒนาสินค้าของอาเซียน สินค้าหลายอย่างพัฒนาที่ไทยก่อนแล้วส่งขายที่ DQ ในประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจึงเป็นคีย์โฟกัสของ DQ International ในโซนอาเซียน ซึ่งจำนวนสาขาในไทยเป็นรองแค่จีนในเอเชีย

The Playground for a Sweet Pause

คุณธนกฤตพูดถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2567 ว่าแดรี่ควีนตั้งเป้ามุ่งสู่การเป็น “The playground for a sweet pause” หรือ ที่ที่ให้คุณได้แวะพัก เติมพลังให้กับชีวิต ผ่านการปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหม่ ภายใต้คาแรกเตอร์ ทันสมัย รักสนุก และมีพลัง (Modern, fun-loving, energetic)

ในส่วนเมนูหวานน้อย ลูกค้าไม่ได้อยากได้เท่าที่ควร และการโฟกัสที่ตลาด Healhty อาจทำให้จุดยืนของแบรนด์ที่เน้นของหวานเปลี่ยนไป

นอกจากนี้ยังเปิดตัว “DQ Lounge” ร้านในคอนเซปต์ใหม่ จากเดิมที่ DQ จะเน้นการให้บริการแบบ Grab and Go แต่ร้านแบบ Lounge จะมีพื้นที่รองรับการให้บริการที่มากขึ้น ให้ลูกค้าสามารถนั่งกินสบาย ๆ ได้ มาพร้อมเมนูพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ DQ Lounge เท่านั้น เช่น เบเกอรี่ และ พาร์เฟต์ โดยได้เปิดให้บริการแล้วที่ร้านแดรี่ควีน ชั้น 1 เซ็นทรัลเวสต์เกต พร้อมกันนี้แดรี่ควีนยังมีแผนขยายสาขาเข้าไปยังอาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัย และร้านขายส่งเพิ่มเติมเพื่อสร้างการเข้าถึงและใกล้ชิดกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการให้บริการในรูปแบบ EV truck ซึ่งแดรี่ควีนทดลองเป็นครั้งแรกในโลก พร้อมให้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งตั้งเป้าจะขยายให้เป็น 5 คันในปีนี้ ที่ช่วยให้แบรนด์และสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่เป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้จากการดำเนินกลยุทธ์ข้างต้น แดรี่ควีนเชื่อมั่นว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจและทำให้ภาพรวมการดำเนินงานของธุรกิจในปี 2567 เติบโตเป็นไปตามเป้าหมาย ตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาดและเป็นแบรนด์ขนมหวาน พรีเมียมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกสไตล์ อร่อยได้ในทุกโอกาสและทุกเทศกาลความสุขของคนไทย” คุณธนกฤต กล่าวทิ้งท้าย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...