โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EXIM BANK ชู “7S” ตอบโจทย์ ESG

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.พ. 2567 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 12.00 น.

เปิดยุทธศาสตร์แบงก์รัฐปี 2567 EXIM BANK ขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ 7S เพื่อตอบโจทย์ ESG ขยายสินเชื่อ ESG เป็น 50% ภายในปี 2571 พร้อมพัฒนา Green Finance ยกระดับธุรกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรการสิ่งแวดล้อมสากล

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า ในปี 2567 EXIM BANK มีวิสัยทัศน์สู่การเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนของไทยให้เติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน โดยกำหนดแนวทางขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุวิสัยทัศน์ผ่านยุทธศาสตร์ 7S ที่ตอบโจทย์ ESG ดังนี้

E : Environment Commitment

ยุทธศาสตร์ที่ 1 Sustainable Growth Escalator ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจที่เป็น ESG โดยมุ่งขยายการสนับสนุนทั้ง Green Financing และ Blue Financing ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ อย่างครบวงจรมากขึ้น

S : Social Empowerment & Industrial Development

ยุทธศาสตร์ที่ 2 S-curve Stimulator ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศให้แข่งขันได้และเติบโตในตลาดโลก ผ่านการให้สินเชื่อและบริการใหม่ๆ อย่าง Investment Banking (Bond Guarantee / Bond Investment)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Service Sector & Soft Power Promoter สนับสนุนธุรกิจบริการไทยสู่ตลาดโลกเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ ทั้งโลจิสติกส์ สุขภาพ ท่องเที่ยว หรือ MICE (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Smart Agro-industry Value Creator เสริมสร้างขีดความสามารถให้อุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศ ทั้งการเกษตร เกษตรแปรรูป และชีวภาพ

G : Corporate Governance at All Levels

ยุทธศาสตร์ที่ 5 Synergy Arranger บูรณาการกับพันธมิตรสนับสนุนทางการเงิน และไม่ใช่การเงินแก่ SMEs ทั้งการเติมความรู้ เติมโอกาส ตลอดจนเติมเงินทุน

ยุทธศาสตร์ที่ 6 Safeguard for Entrepreneurs ป้องกันความเสี่ยงด้านการค้าการลงทุนไทยในต่างประเทศ ผ่านบริการประกัน

ยุทธศาสตร์ที่ 7 Sustainable Organizational Driver ขับเคลื่อนการจัดการภายในองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในแง่ของการบริหารเงิน การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล การยกระดับทรัพยากรบุคคล และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573

“ไฮไลต์ของแผนยุทธศาสตร์ 7S ของ EXIM BANK คือ การตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อ ESG ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 เป็น 50% ของสินเชื่อทั้งหมดภายในปี 2571”

[inline_posts type="IDs" box_title="ยุทธศาสตร์ 5 แบงก์รัฐ ปี 67 " align="alignleft" textcolor="#FFF001" background=" #162CCD"]92220,92218,92213,92141,92102[/inline_posts]

พัฒนาGreen Finance

ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจ ESG

ดร.รักษ์ กล่าวว่า EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่สอดรับตามนโยบายของรัฐบาล ตอบสนองหมุดหมายแผนระดับชาติ (แผนฯ 13) โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 10 เศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 5 ประตูการค้าการลงทุนและโลจิสติกส์ของภูมิภาค และหมุดหมายที่ 7 SMEs ที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูงและสามารถแข่งขันได้ โดยมุ่งเน้นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียวภายใต้บริบทใหม่ของโลกที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน

ดังนั้น EXIM BANK จึงเดินหน้าตามบทบาท Green Development Bank ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจที่เป็น ESG ด้วยการเป็นกลไกในการยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ผ่านการสนับสนุนทั้งด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน ทั้งการบ่มเพาะ/ให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมตามกติกาการค้าระหว่างประเทศ/เวทีการค้าโลก พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว

ในการนี้ EXIM BANK ได้พัฒนาเครื่องมือทางการเงินสีเขียว (Green Finance) ทั้งในฝั่งของการระดมทุนด้วย Green Bond มูลค่า 5,000 ล้านบาท และ SME Green Bond มูลค่า 3,500 ล้านบาท และมีแผนเตรียมที่จะออก Blue Bond เพื่อธุรกิจที่อนุรักษ์ท้องทะเลและทรัพยากรทางน้ำ และในฝั่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการ

รวมถึงพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เพื่อยกระดับธุรกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมสากล เช่น สินเชื่อ Solar D-Carbon Financing ที่ไม่เพียงให้เงินทุน แต่ยังช่วยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตแก่ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Ecosystem ของการสร้างพลังงานสะอาด รวมถึงสินเชื่อ EXIM Green Start สำหรับคนตัวเล็กที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว

“แนวทางทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า EXIM BANK จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาล โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ขับเคลื่อนองค์กร

สู่ Digital Banking

ดร.รักษ์ กล่าวว่า EXIM BANK มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวเข้าสู่การเป็นธนาคารดิจิทัล (Digital Banking) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

โดยพัฒนาระบบและเทคโนโลยีให้ทันสมัย สอดรับกับพฤติกรรมการใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า รวมทั้งการเพิ่มช่องทางการให้บริการดิจิทัล เช่น การปรับปรุงระบบงานหลัก (Core Banking) ที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในและภายนอกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

รวมถึงการพัฒนาระบบอนุมัติวงเงินรับประกัน (Insurance Origination System) และปรับปรุงระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management) สำหรับบริการประกันการส่งออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ มีการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในองค์กรเพื่อให้สามารถเข้าถึงและให้บริการลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) เพื่อนำมากำหนดกลุ่มเป้าหมายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม การนำ AI มาใช้ในการแนะนำ ตอบคำถาม รวมทั้งเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า และสนับสนุนการทำงานให้ถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เผย 3 กลยุทธ์
ส่งเสริม SME ไทย

ดร.รักษ์ กล่าวว่า EXIM BANK ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งด้านการเงินผ่านการให้สินเชื่อ และไม่ใช่การเงินผ่านการบ่มเพาะ ให้ความรู้ในด้านต่างๆ และจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุน โดยบูรณาการกับพันธมิตรสนับสนุน SMEs อย่างครบวงจร ผ่าน “กลยุทธ์ 3 เติม” ดังนี้

เติมความรู้ : รู้จักตัวเอง ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก โดยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว ทั้งผู้ส่งออกและ Suppliers ของผู้ส่งออก เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบ่มเพาะความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ตามกติกาการค้าระหว่างประเทศ/เวทีการค้าโลก ร่วมกับพันธมิตรอื่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำการค้าโลก TOP X Executive Program ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 3 สภาฯ 1 มหาวิทยาลัย และ 1 ธนาคาร

เติมโอกาส : จับคู่คู่ค้าทั้งใกล้และไกลทั่วโลก โดยBusiness Matching ในตลาดใหม่ โดยเฉพาะสินค้า Niche อาทิ สินค้า Halal และธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล E-commerce Platform เปิดตลาด โดยเฉพาะสำหรับ New Exporters เช่น Alibaba, Amazon หรือในอนาคต เข้าร่วมในแพลตฟอร์ม NDTP (Thailand National Digital Trade Platform)

เติมเงินทุน : เสริมสภาพคล่องควบคู่กับการป้องกันความเสี่ยง โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เพื่อยกระดับธุรกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมสากลนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น เช่น EXIM Green Goal และ EXIM Extra Transformation โดยในปี 2567 จะมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมการลดคาร์บอนครบทั้ง 3 Scopes

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...