โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 151.52 จุด แรงหนุนนักลงทุนเข้าช้อนซื้อ เก็งกำไร

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ก.พ. 2567 เวลา 01.22 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2567 เวลา 01.04 น. • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (14 ก.พ.) โดยที่ "ดาวโจนส์" เพิ่มขึ้น 151.52 จุด แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้น หลังจากตลาดดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันอังคาร ทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นเอ็นวิเดีย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,424.27 จุด เพิ่มขึ้น 151.52 จุด หรือ +0.40% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 5,000.62 จุด เพิ่มขึ้น 47.45 จุด หรือ +0.96% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 15,859.15 จุด เพิ่มขึ้น 203.55 จุด หรือ +1.30%

ดาวโจนส์

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 1.67% และดัชนีหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 1.42%

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซีพุ่งขึ้น หลังจากมาร์เก็ตแคปของบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 โดยหุ้นคอยน์เบส (Coinbase) มาราธอน ดิจิทัล (Marathon Digital) และไรออท แพลตฟอร์มส์ (Riot Platforms) ต่างทะยานขึ้นกว่า 13%

ราคาหุ้นเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 2.5% ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 1.825 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าอัลฟาเบท ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงเป็นอันดับ 3 ของวอลล์สตรีทแล้ว หลังจากที่เพิ่งทำสถิติมีมาร์เก็ตแคปสูงแซงหน้าอเมซอนไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

การที่มาร์เก็ตแคปของเอ็นวิเดียพุ่งแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่างอัลฟาเบท และอเมซอน นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ชิปที่ใช้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งผลิตโดยเอ็นวิเดียนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมาก

ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสของเอ็นวิเดียในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายรายปีของบริษัทจะขยายตัวแข็งแกร่งถึง 118% สู่ระดับ 5.904 หมื่นล้านดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นั้น ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 36.1% คาดว่า เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งลดลงจากระดับ 58% ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พร้อมให้น้ำหนัก 74.3% ที่จะลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...