โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดประเทศ หนุนอัตราเข้าพักโรงแรม พ.ย.ขยับ ผู้ประกอบการเกินครึ่งรายได้ยังต่ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ธ.ค. 2564 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 13.11 น.

สมาคมโรงแรมไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเดือน พ.ย. 64 พบสัญญาณดีขึ้นเล็กน้อย อัตราเข้าพักขยับเฉลี่ยขยับไปอยู่ 30% รับเปิดประเทศ แต่มีเพียงร้อยละ 21 ที่รายได้กลับมาเกินครึ่งหนึ่ง ผู้ประกอบการยังเจออุปสรรคจากสถาบันการเงิน ย้ำรัฐบาลต้องออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 สมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักโรงแรม ซึ่งจัดทำร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ประจำเดือนพฤศจิกายน 2564 จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 146 แห่ง (เป็น ASQ 11 แห่ง, Hospitel 3 แห่ง) ระหว่างวันที่ 11-25 พฤศจิกายน 2564 ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในต่างประเทศ

พบว่าในเดือนพฤศจิกายน 2564 มีโรงแรม (ไม่รวมที่เป็น ASQ และ Hospitel) ร้อยละ 68 เปิดกิจการปกติ ใกล้เคียงจากเดือนตุลาคมที่ร้อยละ 67

โดยสาเหตุที่โรงแรมบางส่วนยังไม่กลับมาเปิดกิจการปกติ เนื่องจากต้นทุนในการเปิดดำเนินการ เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าจ้างพนักงาน ยังอยู่ในระดับสูง และอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ โรงแรมที่ยังปิดกิจการชั่วคราว (ร้อยละ 7) คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งอย่างเร็วในไตรมาส 1 ปี 2565 และอีกจำนวนหนึ่งที่ปิดกิจการชั่วคราวมามากกว่า 1 ปี คาดว่ากลับมาเปิดกิจการได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป

ส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ร้อยละ 30 เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม ที่มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 23 เป็นการปรับขึ้นของโรงแรมในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะโรงแรมในภาคตะวันออกและภาคกลาง หลังจากมีการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเพิ่มเติม รวมทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ทัวร์เที่ยวไทย นอกจากนี้ โรงแรมส่วนใหญ่คาดว่าอัตราการเข้าพักในเดือนธันวาคม ที่เป็นช่วง High season จะเพิ่มขึ้นจากเดือนปัจจุบันมาอยู่ที่ร้อยละ 34

ขณะที่รายได้ของผู้ประกอบการที่พักโรงแรม ในเดือนพฤศจิกายนยังอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนตุลาคมเล็กน้อย สะท้อนจากโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ โรงแรมที่รายได้กลับมาไม่ถึงร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับก่อนการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 57 ลดลงจากเดือนก่อนที่ร้อยละ 63 และมีโรงแรมเพียงร้อยละ 21 ที่รายได้กลับมาเกินครึ่งหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 30 และมีลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปชาวไทย

ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า ผู้ประกอบการยังต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐคล้ายกับการสำรวจครั้งก่อน โดยต้องการให้พักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย และสนับสนุนค่าจ้างพนักงานเดิม (Co-Payment) มาเป็นอันดับแรก รองลงมา คือ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว

สำหรับปัญหาหรืออุปสรรคในการเข้าถึงมาตรการฟื้นฟูฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ไม่ต่างจากการสำรวจในเดือนก่อนมากนัก โดยผู้ประกอบการมากกว่าครึ่งมองว่าอุปสรรคของการเข้าร่วมโครงการ คือสถาบันการเงินสร้างเงื่อนไข หรือกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมซึ่งทำให้เข้าถึงมาตรการได้ยากขึ้น

ขณะที่โครงการพักทรัพย์ พักหนี้ มีปัญหาเรื่องไม่มีความชัดเจนว่าสถาบันการเงินจะให้เข้าร่วมโครงการมากที่สุด ขณะที่สินเชื่อฟื้นฟูฯ ส่วนใหญ่มีอุปสรรคเรื่องอัตราดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมสูงเกินไป สถาบันการเงินระมัดระวังการให้สินเชื่อค่อนข้างมาก โดยเฉพาะลูกหนี้ใหม่ และการสื่อสารรายละเอียดของมาตรการ นโยบายหรือแนวปฏิบัติของสถาบันการเงินไม่ชัดเจน

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโรงแรมร้อยละ 35 มองว่าผลของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และทัวร์ทั่วไทยในเดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นไปตามที่คาด ขณะที่อีกร้อยละ 28 ยังมองว่าแย่กว่าที่คาด เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำเป็นสำคัญ

ส่วนผลของการเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้ประกอบการร้อยละ 36 ระบุว่ายังไม่สามารถประเมินผลของการเปิดประเทศต่ออัตราการเข้าพักได้ ขณะที่โรงแรมที่มองว่าผลเป็นไปตามที่คาด และแย่กว่าที่คาดมีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ประมาณร้อยละ 25

ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยเห็นว่าภาคธุรกิจโรงแรมยังต้องการมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐ ทั้งการพักชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตลอดจนการเพิ่มสภาพคล่อง เงินกู้ Soft Loan สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูต่าง ๆ ควรมีความชัดเจนจากสถาบันการเงิน รวมถึงความสำคัญกับระบบสาธารณสุข เรื่องของวัคซีน หรือนโยบายการเปิดประเทศ มาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...