โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ปลูกอินทผลัม แบบวิศวกร จัดการน้ำ-ปุ๋ย อย่างเป็นระบบ ควบคุมผลผลิตได้ตามต้องการ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 24 มิ.ย. 2565 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2565 เวลา 03.00 น.

ถึงเดือนมิถุนายนเข้าสู่ฤดูกาลของอินทผลัม ผลไม้ประโยชน์สูงอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ช่วยลดอาการท้องผูก รวมถึงให้พลังงานสูง บำรุงร่างกายที่อ่อนล้าให้กลับมีกำลัง ปัจจุบัน ในประเทศไทยเริ่มมีการปลูกอย่างแพร่หลาย ด้วยผลตอบแทนที่คุ้มค่า ราคาต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง บางสายพันธุ์สูงถึงหลักพัน แต่ถ้าหากในอนาคตกลไกการตลาดอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากพื้นที่ปลูกมากขึ้น ผลผลิตเพิ่มขึ้นตามราคา ย่อมตกลงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญคือจะทำอย่างไรให้อยู่ได้ และยังมองเห็นกำไรในยามที่ผลผลิตราคาถูกลง ที่นี่มีคำตอบ

คุณธีรภัทร มีชัย หรือ พี่น้ำ เจ้าของสวนอินทผลัมบ้านสวนมีสุข ตั้งอยู่เลขที่ 41 หมู่ที่ 9 ตําบลโนนแหลมทอง อําเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อดีตวิศวกรดูแลอาคารในเมืองหลวง วางแผนทำการเกษตรก่อนลาออกจากงานประจำ มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาหาข้อมูลพืชที่จะนำมาปลูกไว้สำหรับเลี้ยงตนเองและครอบครัวในยามแก่เฒ่า สุดท้าย มาลงเอยที่การปลูกอินทผลัม และฝรั่งหงเป่าสือ เป็นผลไม้สร้างรายได้ โดยการนำความรู้จากงานด้านวิศวกรมาปรับประยุกต์ใช้ในสวน ในส่วนของการจัดการระบบน้ำ ระบบไฟ ให้มีแบบแผน ช่วยลดต้นทุน แม้ในวันที่ผลผลิตราคาถูกลงก็ยังสามารถอยู่ได้แบบสบายๆ

พี่น้ำ เล่าถึงการวางแผนทำการเกษตรว่า ก่อนหน้านี้ตนเองทำงานเป็นวิศวกรดูแลอาคารมีเงินหลายหมื่น พร้อมกับการวางแผนล่วงหน้าก่อนออกจากงานประจำนานกว่า 5 ปี ในการเริ่มศึกษาหาพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ดินของตนเองที่กาฬสินธุ์ โดยตั้งเป้าไว้ว่า พืชชนิดนั้นจะต้องเป็นพืชที่มีมูลค่าและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน หลังจากนั้นลงมือทดลองปลูกก่อนลาออกจากงานอีก 3 ปี

“หลายคนสงสัยว่าทำไมผมใช้เวลาวางแผนและลงมือนานขนาดนี้ คำตอบของผมก็เพื่อให้ได้รู้ว่าพืชที่ผมตัดสินใจเลือกปลูกว่ามันสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นดินของเราไหม และปลูกไปแล้วให้ผลผลิตได้จริงๆ เพราะถ้าหากไม่มีการวางแผนหรือทดลองปลูกก่อน ตัดสินใจลาออกจากงานมาแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ถือว่าเคว้งนะ การทำเกษตรทำให้เงินจม มีค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมาย เพราะฉะนั้นการทดลองทำเพื่อให้รู้ว่าเหมาะสมหรือจะไปรอดหรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก แต่ถ้าหากทำแล้วไปได้ดี วิเคราะห์แล้วว่าผลผลิตที่ปลูกไปจะกลับมาเลี้ยงชีพเราได้ และสามารถต่อยอดไปได้อีก จึงค่อยตัดสินใจลาออกจากงานประจำก็ยังไม่สาย”

การปลูกอินทผลัม ให้ประสบความสำเร็จ
หัวใจสำคัญคือ การรดน้ำ-ใส่ปุ๋ย อย่างสม่ำเสมอ

พี่น้ำ บอกว่า การทำเกษตรของตนเองถือว่าได้เปรียบเกษตรกรมือใหม่หลายคนด้วยความที่มีความรู้ทางด้านวิศวกรที่สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการทำสวนได้เป็นขั้นตอน มองเห็นทุกอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถดูแลจัดการสวน ควบคุมปริมาณและคุณภาพของผลผลิตให้ออกมาได้ตามความต้องการ

โดยปัจจุบันที่สวนปลูกอินทผลัม จำนวน 3 ไร่ มีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ บาฮีเหลือง บาฮีแดง และโคไนซี เป็นต้น พันธุ์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทั้งหมด ด้วยข้อดี คือ 1. ได้ต้นที่เกิดขึ้นจะเหมือนต้นแม่พันธุ์ทุกประการ 2. รู้เพศชัดเจน เป็นต้นเพศเมีย 100% ไม่มีการกลายพันธุ์ 3. สายพันธุ์ที่ได้เป็นสายพันธุ์มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอยู่แล้ว และ 4. ผลผลิตที่ได้จะเหมือนกันทุกต้น ชื่อพันธุ์สามารถใช้ชื่อเดียวกันได้ ควบคุมคุณภาพได้ง่าย

เทคนิคการปลูกอินทผลัม

การเตรียมดินก่อนปลูก พื้นที่เดิมของที่สวนเคยปลูกมันสำปะหลังมาก่อน ต้องไถพรวนดินใหม่ และมีการใช้ปุ๋ยคอกและแกลบปรุงดินเฉพาะจุดที่จะปลูกอินทผลัม ดินที่เหมาะสมในการปลูกอินทผลัมต้องเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี ไม่อุ้มน้ำในหน้าฝน ไม่ขังน้ำ

การปลูก ขุดหลุมลึก 50×50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างร่อง 8×8 เมตร 1 ไร่ ปลูกได้ 25 ต้น ใส่ปุ๋ยคอกและแกลบรองก้นหลุม เนื่องจากต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกไม่สูงมาก และต้องการให้ต้นเจริญเติบโตได้เร็ว จากนั้นนำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงหลุมปลูก

การดูแลรดน้ำ-ใส่ปุ๋ย

ระบบน้ำ อินทผลัมเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้ เจ้าของสวนจำเป็นต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว เพราะน้ำมีส่วนสำคัญในทุกช่วงอายุของอินทผลัม ในช่วงต้นยังเล็กจะช่วยให้มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ต้นไม่แคระแกร็น ส่วนต้นใหญ่ที่ให้ผลผลิตแล้ว น้ำก็มีส่วนช่วยทำให้ผลผลิตออกมาสมบูรณ์ ลูกโตเช่นกัน

อัตราการรดน้ำ 2 วันรดครั้ง ต้นเล็กเปิดรดน้ำนาน 10 นาที ต้นใหญ่เปิดรดน้ำนานครึ่งชั่วโมง หรือดูตามสภาพอากาศและความชื้นของดินประกอบ โดยระบบน้ำของที่สวนเป็นระบบสปริงเกลอร์หัวเล็ก ปักไว้รอบต้น ต้นละ 3 ขา และจะรดน้ำในช่วงเช้าเท่านั้น เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ต้น เมื่อเจอแดดร้อนในช่วงกลางวันดินยังมีความชุ่มชื้นช่วยรักษาต้นไม่ให้เหี่ยวเฉาจนเกินไป แต่ถ้าหากเริ่มรดในช่วงกลางวันที่มีแดดร้อนจัดจะส่งผลต่อระบบรากของต้นอินทผลัมได้

ปุ๋ย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ ต้องให้อย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกันกับน้ำ ในช่วงปลูกเริ่มแรกจะมีการใส่ปุ๋ยคอกเพื่อให้ดินร่วนซุย สลับกับการใส่ปุ๋ยเคมีไปด้วย เพื่อให้ต้นและใบสมบูรณ์ แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

“อินทผลัมเป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาปลูกค่อนข้างนานกว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 3-4 ปี ที่สวนของผมจะมีเทคนิคการใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ คือใส่ทุกเดือน ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ต่างกันที่ปริมาณการใส่ต่อต้นจะเพิ่มขึ้นไปตามอายุ เช่น ในปีแรกจะเน้นใส่ปุ๋ยสูตรที่ตัวหน้าสูงหน่อยเพื่อเร่งใบ เร่งยอด ให้เจริญเติบโตให้ได้มากที่สุด ใส่ปริมาณต้นละ 1-2 ช้อนโต๊ะ พอปีที่ 2 ก็ยังใส่ปุ๋ยสูตรเดิมเพิ่มเติมคือ ปริมาณการใส่ที่มากขึ้นเป็นต้นละ 2-3 ขีด เมื่อเข้าปีที่ 3 จะเห็นได้ว่าต้นเริ่มสมบูรณ์ พอที่จะคาดการณ์การออกจั่นได้ว่าจะออกในช่วงไหน ก็คือประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม 2 เดือนนี้ก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นปุ๋ยสูตรที่เน้นตัวหลังสูงๆ เพื่อต้องการให้ออกดอก เช่น สูตร 8-24-24 ปริมาณต้นละ 1 กิโลกรัม หลังจากนั้นอินทผลัมจะออกจั่น จะปรับสูตรปุ๋ยให้พร้อมกับการติดลูกอีกครั้ง”

การผสมเกสร เมื่อจั่นเริ่มแตก ให้นำละอองเกสรตัวผู้ที่เก็บรวบรวมไว้มาผสมกับเกสรดอกตัวเมีย ด้วยเครื่องมือพ่นผสมเกสร หลังจากการผสมเกสรเสร็จเรียบร้อยทางสวนจะนำถุงห่ออินทผลัมมาห่อช่อดอกทิ้งไว้ประมาณ 45 วัน ด้วยถุงห่อสีขาวขนาดเล็ก 1. เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช 2. ช่วยป้องกันกระแสลมพัดหลังจากการผสมเกสร 3. ป้องกันการเกิดเชื้อราในช่วงหน้าฝน และ 4. ป้องกันการเสียดสีของผล ช่วยทำให้ผิวสวย น่ารับประทาน หลังจากแต่งผล ห่อผลต่อเนื่องด้วยถุงห่อผลชุนฟงสีน้ำตาลขนาดใหญ่

หลังจากการผสมเกสรเสร็จนับไปอีก 5 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามฤดูกาลในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม แต่การที่อินทผลัมจะออกดอกได้สมบูรณ์หรือไม่ ปัจจัยสำคัญคือสภาพอากาศของปีนั้นๆ ในบางครั้งเดือนที่วางแผนไว้ไม่ออกผลผลิตก็จะเลื่อนตามไปด้วย ซึ่งสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการออกจั่นจะอยู่ในระดับความเย็นที่ประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส นานติดกัน 5-7 วัน อินทผลัมก็จะออกดอกได้ดี

ด้วงศัตรูพืชต้องระวัง ด้วงถือเป็นศัตรูพืชตัวร้ายในสวนอินทผลัม ที่สวนจะดูแลด้วยวิธีแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน คือการหมั่นสำรวจตรวจแปลงเป็นประจำ

“วิธีสังเกตด้วงง่ายๆ หากต้นไหนมีด้วงเจาะเข้าไป เขาจะทิ้งร่องรอยเป็นขุยๆ ไว้ที่ลำต้น ก็ต้องใช้วิธีขุดเจาะลำต้นเพื่อเอาตัวด้วงออกมาให้ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เอาออกมาไม่ได้ ด้วงจะเข้าไปวางไข่และเจาะกินลำต้นไปเรื่อยๆ จนต้นตายในที่สุด”

วางแผนความเสี่ยงก่อนปลูก
รับได้ในวันที่ราคาผลผลิตถูกลง

พี่น้ำ บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่สองของการเก็บผลผลิตขายสู่ตลาด ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ทั้งในด้านของคุณภาพ ปริมาณผลผลิต และผลตอบรับจากลูกค้าที่ล้นหลาม สามารถขายผลผลิตหมดอย่างรวดเร็ว ด้วยเทคนิคการทำตลาดแบ่งออกเป็น 2 ช่องทาง คือ

  • แบ่งขายตลาดออนไลน์ 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีความต้องการของตลาดค่อนข้างสูง หมายความว่าผู้ขายก็ต้องมีกลุ่มของคนที่สนใจอินทผลัมด้วย เพราะถ้าหากไม่มีเป้าหมายหรือกลุ่มคนไม่สนใจ ความต้องการซื้อสินค้าเราก็จะน้อย เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญคือการเลือกหากลุ่มลูกค้าให้ตรงจุดขายได้แน่นอน
  • แบ่งขายหน้าสวน 20 เปอร์เซ็นต์ ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวหรือคนที่เข้ามาศึกษาดูงานที่สวน

โดยปีที่ผ่านมาไปได้สวย สามารถขายอินทผลัมได้ในราคากิโลกรัมละ 400-500 บาท นับเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ถ้าหากวันใดราคาของผลผลิตถูกลง อาจจะตกลงไปเหลือราคาหลักสิบ ก็ยังยืนยันว่าจะสามารถทำกำไรให้อยู่ได้ เนื่องจากผลกระทบตรงนี้ตนเองได้คิดล่วงหน้าก่อนลงมือปลูกไว้แล้วว่า ในอนาคตอาจเกิดขึ้นได้ด้วยกลไกการตลาด หากเมื่อไหร่ที่มีจำนวนสินค้ามากๆ ราคาของสินค้านั้นๆ ก็ต้องถูกลง อินทผลัมก็เช่นกัน ที่สวนจึงได้มีการวางแผนรองรับความเสี่ยงไว้อยู่แล้ว หากวันหนึ่งราคาตกลงมาเหลือกิโลกรัมละ 30-50 บาท ก็ยังสามารถอยู่ได้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิตต่อต้นกับขั้นตอนการปลูกการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก กำไรยังมีให้เห็นแน่นอน เมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ การวางแผนการตลาดถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำเกษตรให้สามารถเลี้ยงชีพและอยู่ได้อย่างมั่นคง

ฝากถึงมนุษย์เงินเดือนอยากทำเกษตร

“ฝากสำหรับเกษตรกรมือใหม่ที่จะมาทำเรื่องของเกษตรโดยที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน และคิดว่าตัวเองมีเงินทุนหนา มีที่ดิน อยากจะทำอะไรสักอย่าง แล้วลาออกจากงานประจำมาลงมือทำ เพราะคิดว่าสิ่งที่เราทำมันจะประสบผลสำเร็จแบบที่เราคิดไว้ อันนี้คือไม่อยากให้คาดหวังมากจนเกินไป เพราะว่าการทำเกษตรส่วนมากจะผิดหวังถ้าไม่มีการวางแผนที่ดีมาก่อน หากเราจะย้อนกลับไปทำงานประจำอย่างที่เราเคยทำมันจะลำบาก ที่นี่การที่เราทำเกษตรพืชแต่ละตัวว่าจะให้ผลผลิตมันต้องใช้เวลา พอใช้เวลาช่วงที่เรามาอยู่บ้านลงมือ ลงเงิน ลงแรงเข้าไป การที่มันจะตอบแทนเรา มันค่อนข้างใช้ระยะเวลา ไม่แนะนำให้ออกมา แต่แนะนำให้ทดลองก่อนหากงานเกษตรที่ทำสามารถเลี้ยงตัวเองได้แล้วค่อยตัดสินใจออกจากงาน” พี่น้ำ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 084-604-1279 หรือติดต่อได้ที่ช่องทางเฟซบุ๊ก : สวนอินทผลัม บ้านสวนมีสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...