โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 69 หนาวช้า ปีหน้าเสี่ยงร้อนเดือด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ดร.เสรี” เตือนเอลนีโญทำไทยอากาศแปรปรวน คาดฤดูหนาวมาช้า โดยจะเริ่มต้นในช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน ขณะที่ภาคใต้เสี่ยงฝนหนักและน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้ ปี 2570 ไทยเสี่ยงเผชิญ “ซูเปอร์เอลนีโญ” อาจเกิดภัยแล้งและอากาศร้อนรุนแรง โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน เตือนภาคเกษตร ระบบน้ำประปา และพลังงานอาจได้รับผลกระทบ แนะเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำและพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า

นักวิชาการด้านสภาพภูมิอากาศเตือนผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ประเทศไทยเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก โดยคาดว่าปีนี้ฤดูหนาวจะมาถึงล่าช้าในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ปี 2570 มีความเสี่ยงเผชิญภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง พร้อมแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำและพลังงาน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศสุดขั้ว

รองศาสตราจารย์เสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทำให้สภาพอากาศเกิดความแปรปรวนอย่างหนัก โดยคาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวล่าช้าไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับความร้อนที่ยังสะสมอยู่ทั้งบนผืนดินและผิวน้ำทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือ ภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากรูปแบบการตกของฝนอาจไม่กระจายตัวตามฤดูกาลเหมือนที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุด ทำให้การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าหลายวันมีข้อจำกัดในการระบุพื้นที่และช่วงเวลาที่ฝนจะตกหนักได้อย่างแม่นยำ

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพยากรณ์อากาศระยะสั้นมากขึ้น โดยเน้นการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไม่เกิน 12 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการแจ้งเตือนภัยและช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์เสรียังกล่าวถึงแนวโน้มสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ว่ายังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดความแห้งแล้งรุนแรง ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตรกรรม รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน หากอุณหภูมิยังคงสูงต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนปีหน้า ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมืองที่มีการสะสมความร้อนสูง ซึ่งอาจทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงาน รวมถึงระบบการผลิตและจัดส่งน้ำประปา

รองศาสตราจารย์เสรีจึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินความเสี่ยงและวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานล่วงหน้า ควบคู่กับการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศระยะสั้นและระบบแจ้งเตือนภัยที่สามารถส่งข้อมูลถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

ทั้งนี้ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ เนื่องจากอาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วหลายรูปแบบ ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วม และภัยแล้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมืออย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...