ปรับเพิ่มการระบายน้ำ "เขื่อนเจ้าพระยา" สูงสุดไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที
น้ำเหนือเพิ่มต่อเนื่อง "กรมชลประทาน" ปรับเพิ่มการระบายน้ำ"เขื่อนเจ้าพระยา" สูงสุดไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนพื้นที่เฝ้าระวัง
เมื่อเวลา 21.58 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 เฟซบุ๊ก กรมชลประทาน ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 วันที่ 30 กันยายน 2569 หลังฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ข้อมูลวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 20.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,565 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสะแกกรัง Ct.19 อุทัยธานี 554 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และน้ำท่าไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,200 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.77 ม.รทก.
โดยกรมชลประทานคาดการณ์ว่า วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ปริมาณน้ำที่ C.2 จะเพิ่มสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 700–750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 3,600–3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งจะช่วยรับน้ำประมาณ 550–580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากแนวโน้มดังกล่าว คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้อนุมัติให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะเริ่มทยอยปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันได ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันนี้ 30 กันยายน 2569 จากอัตรา 2,200 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,300 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 02.00 น. (ชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วินาที โดยประมาณ) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้อยที่สุด
การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ สูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 15 –30 เซนติเมตร โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร, จ.อ่างทอง บริเวณ อ.วิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมืองอ่างทอง และไชโย, จ.สิงห์บุรี บริเวณ อ.อินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี และ จ.ชัยนาท บริเวณ อ.สรรพยา
กรมชลประทาน จะใช้ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งและพื้นที่ว่างเหนือเขื่อนช่วยรับและชะลอน้ำ เพื่อควบคุมการระบายท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น พร้อมทยอยปรับตามสถานการณ์จริง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมจะทยอยลดการระบายลง และเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลผ่านคลองลัดโพธิ์ตามจังหวะน้ำทะเลขึ้น–ลง พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนเขื่อนเจ้าพระยา จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 - 2,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอีก 0.4 - 0.7 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา/คลอง/พื้นที่ลุ่มต่ำ ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น ในพื้นที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร ขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำ ทั้ง 2 ฝั่ง/ที่ลุ่มต่ำ ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ อพยพกลุ่มเปราะบาง หากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพิ่มเพื่อนที่ Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.
ขอบคุณเฟซบุ๊ก กรมชลประทาน, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปรับเพิ่มการระบายน้ำ "เขื่อนเจ้าพระยา" สูงสุดไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “พิทักษ์เดช” เหน็บ “ถอดบทเรียนน้ำท่วม 3 รอบ” ล้มเหลวหมด
- วัดระดับน้ำ "เขื่อนวชิราลงกรณ" จากสะพานมอญ เหลืออีก 1.16 เมตร จะถึงพื้นสะพาน
- กระเป๋าตกค้าง 8,000 ใบ สั่งเคลียร์จบใน 2 ต.ค. สั่งการบินไทยเปิดคาร์โก้สุวรรณภูมิปกติ
- บอสณวัฒน์ ฟาดเดือด! อยู่หมู่บ้านเดียวกับ อนุทิน แต่น้ำท่วมหนัก ฝั่งบ้านนายกฯ แห้งสนิท
- “ศักดิ์สิทธิ์” เปรียบรัฐบาลแก้น้ำท่วมล้มเหลวพลัส จี้เร่งเยียวยาเกษตรกร-ธุรกิจก่อนกระทบยาว
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath