โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ดัชนี S&P 500” จ่อทำนิวไฮ น้ำมันหลุด 100 ดอลลาร์-บอนด์ฟื้น หนุนคลายวิตกเงินเฟ้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 ตุลาคม 2569 เวลา 22.31 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ดัชนี S&P 500" จ่อทำนิวไฮ น้ำมันหลุด 100 ดอลลาร์-บอนด์ฟื้น นักลงทุนหันให้น้ำหนักกับกำไรบริษัทและกระแสลงทุน AI ดันสู่สถิติสูงสุดใหม่

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 14.45 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงและตลาดพันธบัตรฟื้นตัว ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนยังให้น้ำหนักกับผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจที่ยังมีความยืดหยุ่น และกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

*สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.2% หลังดัชนีปิดตลาดก่อนหน้าในระดับห่างจากจุดสูงสุดใหม่เพียงเล็กน้อย และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ขณะที่ Nasdaq 100 มีแนวโน้มขยับขึ้นทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ส่วนฟิวเจอร์สดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.4%*

แรงหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัว โดยน้ำมันดิบ Brent ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 99.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง ช่วยลดความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจะกระตุ้นเงินเฟ้อเพิ่มเติม

บอนด์ฟื้น หลังยีลด์สหรัฐแตะระดับสูงสุดรอบกว่า 20 ปี

ตลาดพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวดีขึ้นหลังเผชิญแรงขายอย่างหนักก่อนหน้านี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง 2 basis points มาอยู่ที่ 5.28% หลังแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 ในการซื้อขายก่อนหน้า

ฝั่งยุโรป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ลดลง 6 basis points สู่ 3.44% และพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปี ลดลงในระดับเดียวกันมาอยู่ที่ 5.36%

พันธบัตรยุโรปโดยรวมฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยพันธบัตรฝรั่งเศสและอิตาลี ซึ่งเผชิญแรงขายหนักในช่วงที่ผ่านมา เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นเด่น

ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.8% และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วันเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน ขณะที่ MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.3%

ตลาดหุ้นยังเมินน้ำมันแพง จับตากำไรบริษัท-AI

แม้ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงและความกังวลเงินเฟ้อระลอกใหม่จะผลักดันบอนด์ยีลด์ทั่วโลกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ยังสามารถรับมือกับแรงกดดันดังกล่าวได้

นักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับปัจจัยบวกจากผลประกอบการบริษัท ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และการลงทุนเกี่ยวกับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยผลักดันดัชนีหุ้นสำคัญให้เดินหน้าสู่ระดับสูงสุดใหม่

Stephan Kemper จาก BNP Paribas Wealth Management ระบุว่า การปรับขึ้นของตลาดหุ้นในปีนี้มีแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของกำไรบริษัท มากกว่าการขยายตัวของระดับมูลค่าหุ้น หรือ Valuation Multiple

ขณะเดียวกัน การปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะบริษัทสหรัฐที่ปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการสูงกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้มีโอกาสที่ปัจจัยดังกล่าวจะสนับสนุนตลาดหุ้นต่อไป

เงินทุนยังไหลเข้าสู่ AI ดีลใหญ่ทยอยออกมา

กระแสการลงทุนด้าน AI ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของตลาด โดย OpenAI อยู่ระหว่างเจรจากับกองทุนหลายแห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึง MGX จากอาบูดาบี เพื่อเข้ามาเป็นนักลงทุนหลักในการระดมทุนรอบใหม่มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์

ด้าน DeepSeek ใกล้ระดมทุนได้อย่างน้อย 8 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าเป้าหมายเดิม ก่อนแผนเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงต้นปี 2570

ขณะที่ Moonshot AI ปิดการระดมทุนภาคเอกชนรอบสุดท้ายด้วยมูลค่าบริษัทราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำลังเดินหน้าเข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกงในไตรมาสแรกของปีหน้า

นอกจากนี้ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ยังใกล้บรรลุข้อตกลงซื้อพลังงานนิวเคลียร์จาก Constellation Energy สะท้อนความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและ AI

สำหรับตลาดอื่น ๆดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ทรงตัว เงินยูโรอยู่ที่ 1.1229 ดอลลาร์ ขณะที่ เงินเยน อ่อนค่า 0.1% สู่ 158.10 เยนต่อดอลลาร์ ส่วนBitcoin ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ประมาณ 85,479 ดอลลาร์ และ ทองคำ Spot ทรงตัว

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...