โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปราจีนบุรีเตือนน้ำปนเปื้อน กรมชลประทาน จับตาฝน-น้ำเหนือ-น้ำท้ายเขื่อน เร่งบริหารจัดการทั้งระบบ

JS100

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
ปราจีนบุรีเตือนน้ำปนเปื้อน กรมชลประทาน จับตาฝน-น้ำเหนือ-น้ำท้ายเขื่อน เร่งบริหารจัดการทั้งระบบ

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนบริหารจัดการน้ำ พร้อมเน้นย้ำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างรอบคอบและสมดุล โดยต้องนำข้อมูลหลายด้านมาประกอบการตัดสินใจ ทั้งปริมาณฝนที่คาดการณ์ล่วงหน้า ปริมาณน้ำที่จะไหลลงอ่างเก็บน้ำ และระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน เพื่อให้สามารถวางแผนการระบายน้ำได้เหมาะสม ไม่เร่งระบายจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพื้นที่รองรับน้ำไว้ให้เพียงพอ หากมีฝนตกเพิ่มและมีน้ำไหลเข้าอ่างในปริมาณมาก กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน โดยเฉพาะปริมาณฝนและแนวโน้มของน้ำที่จะไหลลงพื้นที่ตอนล่าง หากสถานการณ์เปลี่ยนต้องสามารถปรับแผนการระบายน้ำได้ทันที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์จริง และลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ที่ประชุมยังติดตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลและบริหารจัดการน้ำไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะข้อมูลพยากรณ์ฝน ปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล เพื่อให้การวางแผนรับมือและการแจ้งเตือนประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันนี้ (5 ต.ค. 69) ยังคงระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนยังอยู่ในเกณฑ์มาก โดยเมื่อเวลา 18.00 น. ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.05 ม.รทก. กรมชลประทานจะคงการระบายน้ำในระดับดังกล่าวไปก่อน จนกว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ +16.50 ม.รทก.

ขณะเดียวกันยังต้องจับตาฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง แม่น้ำสะแกกรัง รวมถึงแม่น้ำยม ซึ่งยังมีโอกาสเกิดฝนตกเพิ่มและอาจทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงมาสมทบอีก การระบายน้ำจึงต้องดูทั้งปริมาณน้ำที่กำลังมาและสถานการณ์ด้านท้ายเขื่อนควบคู่กัน เพื่อไม่ให้การระบายเพิ่มภาระกับพื้นที่ท้ายน้ำเกินความจำเป็น

ส่วนลุ่มน้ำป่าสักยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีน้ำเก็บกักประมาณ 957 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 109% ของความจุเก็บกักปกติ ขณะนี้ระบายน้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนพระราม 6 เมื่อเวลา 18.00 น. มีน้ำไหลผ่านประมาณ 696 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่การคาดการณ์ฝนยังมีแนวโน้มทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น จึงต้องจับตาสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้ามาและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำมากเกินไป

ด้านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จะติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ รวมถึงประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เพื่อเพิ่มกำลังในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยลดปริมาณน้ำที่สะสมอยู่ในคลองและพื้นที่โดยรอบ พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการน้ำ หากมีปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้

ด้านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดปราจีนบุรี ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน หลังพบสิ่งผิดปกติบนผิวน้ำเป็นคราบสีรุ้ง ลักษณะคล้ายน้ำมัน แพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นแนวยาวในพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

+++หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ งดลงเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ หากจำเป็นต้องปฏิบัติงานใกล้พื้นที่เสี่ยง ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยางและรองเท้าบูทกันน้ำ

+++งดใช้น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวเพื่ออุปโภคและบริโภค รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำและเก็บพืชในบริเวณดังกล่าวมารับประทาน

+++หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีคราบหนาแน่น เพื่อป้องกันการสูดดมไอระเหยที่อาจทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะ หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรสวมหน้ากากอนามัยตามคำแนะนำในประกาศ

ทั้งนี้ หากสัมผัสบริเวณผิวหนัง ให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากเข้าตาให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาด และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นคัน แสบตา คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ ณ สถานพยาบาลใกล้เคียงทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...