พิษโลกร้อน! ด้วงหนวดยาวระบาดกว่าหมื่นไร่
เกษตรกรชาวสวนกาแฟบ้านดง ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ต้องเข้าสำรวจต้นกาแฟในสวนอย่างละเอียด เพื่อค้นหาความผิดปกติ กิ่งแห้งตาย ใบเหลือง มีรูบนเปลือกไม้ หรือ พบรอยผงไม้ที่โคนต้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต้นกาแฟกำลังถูกด้วงหนวดยาวเจาะทำลายลำต้น โดยเมื่อพบจะต้องตัดต้นและกิ่ง นำไปเผาทำลายนอกแปลง
วิเชียร กิติกรรณ์ เจ้าของสวนกาแฟ เล่าว่า ปลูกกาแฟมานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่เริ่มพบด้วงหนวดยาวเมื่อ 4–5 ปีก่อน และ เริ่มระบาดหนัก อย่างเห็นได้ชัดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ระบาดหนักที่สุด ล่าสุดเจอต้นกาแฟถูกด้วงหนวดยาวเจาะทำลายแล้วกว่า 20 ต้น คิดเป็นอัตราความเสียหายมากกว่า 10% ของแปลง ส่งผลให้ผลผลิตกาแฟลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลายร้อยกิโลกรัม
แต่ข้อจำกัดและปัญหาของเกษตรกรชาวสวนกาแฟ คือการตรวจพบได้ยาก แม้จะเข้าสวนทุกวัน แต่ต้นที่ถูกด้วงหนวดยาวเจาะในระยะแรกสังเกตได้ยาก กว่าจะรู้ตัวว่าต้นและใบก็เริ่มเหี่ยวแล้ว ที่ผ่านมาแค่ตัวหนอน หรือดักแด้ในลำต้น แต่ไม่เคยพบเห็นตัวเต็มวัย
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ศัตรูพืชชนิดนี้ระบาดหนัก วิเชียรเชื่อว่าเกิดจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและแห้งแล้ง ซึ่งกังวลว่าหากปล่อยไว้ โดยไม่มีวิธีจัดการอย่างทันท่วงที กาแฟอาจจะทยอยตายจนหมดสวน
ปริมาณกาแฟเริ่มลด ตอนนี้ต้องกำจัดตามหลักวิชาการ เบื้องต้นหลีกเลี่ยงการพ่นยา หรือใช้สารเคมี พื้นที่ของตำบลเทพเสด็จเริ่มเยอะ เริ่มระบาด อย่างสวนของผมตรงนี้มีเนื้อที่ 3 ไร่ ระบาดแล้วประมาณ 20 ต้น แล้วที่ยังไม่เห็นอีกก็น่าจะเยอะอยู่
วงจรชีวิตของด้วงหนวดยาว จะเจาะลำต้นกาแฟเพื่อวางไข่ ก่อนจะฟักตัวเป็นหนอน และดักแด้อยู่ในลำต้นนานกว่า 5 เดือน กัดกินเนื้อเยื่อ ท่อลำเลียงน้ำและอาหาร ส่งผลให้ต้นกาแฟทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว และยืนต้นตาย
อภิสิทธิ์ วงษ์แก้ว นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 ระบุว่า ด้วงหนวดยาวในระยะหนอนและดักแด้ในลำต้นกาแฟ เมื่อเข้าสู่ระยะใกล้เป็นตัวเต็มวัย จะเจาะลำต้นออกมาสู่ภายนอก ซึ่งสามารถสังเกตเห็นเป็นรูที่ลำต้นได้อย่างชัดเจน ส่วนอาการที่สังเกตได้ คือเริ่มแรกใบจะเริ่มเหี่ยว เหลือง และร่วง จากนั้นลำต้นจะเริ่มเหี่ยวและแห้งตาย ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก
แนวทางการป้องกันและวิธีแก้ไข คือต้องหมั่นสำรวจแปลง ควรตรวจแปลงอย่างน้อย เดือนละ 1–2 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งติดต่อกัน เพราะเป็นปัจจัยเอื้อต่อการระบาด
หากพบรู ต้องทำลายด้วยการใช้ไม้หรือเหล็กทิ่มเข้าไปในรู หรือใช้มีดขูดบริเวณรู เพื่อหาตัวหนอนแล้วทำลายทิ้งทันที
หากปล่อยให้มีการระบาด โดยไม่มีการป้องกัน อาจจะส่งผลให้การระบาดขยายวงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตกาแฟลดลง ส่งผลต่อรายได้เกษตรกร ในกรณีที่รุนแรงที่สุด ต้นอาจจะเหี่ยวแห้งตายไปเลย แต่บางกรณีหากด้วงหนวดยาวเข้าทำลายต้นในระดับบน หรือส่วนยอด หากหักกิ่งไปแล้ว ก็อาจจะแตกยอดใหม่ขึ้นมาได้ แต่ไม่ว่าจะรุนแรงหรือไม่รุนแรง ถ้าพบการระบาด ต้องรีบทำลายทันที
ประนอม ใจอ้าย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคเหนือ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 ระบุว่า การระบาดของด้วงหนวดยาวในต้นกาแฟ เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย พบการระบาดประมาณ 1 หมื่นไร่ ในเขต อ.เมืองเชียงราย อ.แม่สรวย และ อ.แม่ฟ้าหลวง ทำให้ผลผลิตกาแฟสูญเสียคุณภาพ
คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 2-3 หมื่นบาทต่อไร่ โดยอุปสรรคในการป้องกัน คือสภาพพื้นที่ที่ตั้งอยู่บนดอยสูงชัน ทำให้การเข้าไปปฏิบัติงานค้นหาและทำลายตัวด้วง ทำได้ยากลำบาก ขณะที่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญ เป็นปัจจัยเอื้อที่ทำให้ด้วงหนวดยาวขยายพันธุ์ และแพร่ระบาดได้รุนแรงยิ่งขึ้น
ซูเปอร์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำฝนลดลง แล้วก็มีการทิ้งช่วง ฝนตกเป็นช่วงๆ รวมถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะมีผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศด้วย ทำให้ด้วงหนวดยาวค่อนข้างจะระบาดมากยิ่งขึ้น เพราะว่ามีปัจจัยที่เอื้อ
ข้อมูลจาก สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 ระบุว่า ด้วงหนวดยาวจะเจาะลำต้นกาแฟ ระบาดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมประมาณ 2 หมื่นไร่ เฉพาะจังหวัดเชียงรายพบการระบาดกว่า 1 หมื่นไร่ โดยเฉพาะ ต.ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงราย พื้นที่ปลูกกาแฟ 2,000 ไร่ พบการระบาดทำความเสียหายถึง 1,661 ไร่ หรือ ประมาณร้อยละ 80
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 ยังจับตาผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญต่อพืชผลอื่นๆ โดยเฉพาะ ลำไย, ลิ้นจี่, ทุเรียน และ พืชผักต่างๆ ผลผลิตจะลดลงทั้งปริมาณและคุณภาพ จึงแจ้งเตือนเกษตรกร ให้สร้างแหล่งกักเก็บแหล่งน้ำในพื้นที่การเกษตร คลุมโคนต้นพืชเพื่อรักษาความชื้น ใช้ปุ๋ยอินทรีย์และเพิ่มอินทรียวัตถุเพื่อบำรุงดินและต้นพืช
รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
8 เขต กทม.ยังวิกฤต "ลาดกระบัง–บางกะปิ" ต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก
กรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เตรียมยื่นศาลปกครองมีคำสั่งให้ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” พ้นประธาน กสทช.