โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คปภ. รุดลงพื้นที่ภูเก็ต เร่งเยียวยาประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

คปภ. รุดลงพื้นที่ภูเก็ต หลังน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม กระทบบ้านเรือนประชาชน เดินหน้าความคุ้มครอง "กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" ประสานทุกภาคส่วนดูแลสิทธิและค่าสินไหมทดแทน

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 25-26 ต.ค. 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณต.ป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งกระแสน้ำได้พัดพาดินโคลน หิน และเศษวัสดุเข้าท่วมถนน บ้านเรือน ร้านค้า และสถานประกอบการ รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหาย

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) จึงสั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) ประสานสำนักงาน คปภ. จ.ภูเก็ต เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ สำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

พร้อมกันนี้ เร่งบูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลตามสิทธิความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และการเยียวยาผู้ประสบภัยจากอุทกภัยและดินโคลนถล่ม พร้อมด้วย นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม และ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ให้ความสำคัญกับการลงทะเบียนขอรับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิความคุ้มครองและได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น จำนวน 1 หมื่นบาท โดยเร็ว

ในการนี้ นางสาวกาญจนา ศรีรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต ได้ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน พร้อมรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิความคุ้มครอง ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และขั้นตอนการแจ้งขอรับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นตลอดจนประสานภาคธุรกิจประกันภัยในการตรวจสอบสิทธิและพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเบื้องต้นอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ไม่ตกหล่น

สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งรัฐบาลจัดให้มีความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยให้ความคุ้มครองภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ แบ่งเป็นความคุ้มครองที่อยู่อาศัยสูงสุด 1 แสนบาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยกำหนดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก จำนวน 1 หมื่นบาท ระยะที่สองตามความเสียหายจริงเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 9 หมื่นบาท ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหว กำหนดค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 9.5 หมื่นบาท

ส่วนกรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นจำนวน 1 หมื่นบาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

นอกจากนี้ ยังให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติที่ได้รับความคุ้มครอง วงเงินสูงสุดรวม 2 ล้านบาทต่อคน ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยประชาชนไม่ต้องสมัครหรือชำระเบี้ยประกันภัยด้วยตนเอง

ในส่วนของที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยในจ.ภูเก็ต สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่

1. เว็บไซต์ www.thainatcat.org

2. LINE Official Account: @ThaiNATCAT

3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555

4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ

กรณีประชาชนไม่มีสมาร์ตโฟนหรือไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นได้

ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหาย ประชาชนสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ โดยยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติ บ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย

กรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์

กรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น จำนวน 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์ หากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้

หากมีความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นตามความเสียหายจริงในระยะที่สองอีกไม่เกิน 9 หมื่นบาท รวมวงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้ประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ประชาชนอาจมีอยู่แล้ว ทั้งการประกันภัยบ้านอยู่อาศัย การประกันอัคคีภัย การประกันภัยทรัพย์สิน และการประกันภัยรถยนต์ เพื่อให้การพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม โดยเฉพาะความเสียหายที่อาจเกินกว่าวงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งสามารถพิจารณาความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยอื่นที่ผู้ประสบภัยถืออยู่

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิความคุ้มครองหรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น สามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. จังหวัดในพื้นที่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 และ LINE Official Account @OICCONNECT คปภ. รอบรู้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...