โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิเคราะห์ตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 26/10/69 จับตาเฟด-งบหุ้นเทคโนโลยี หลังดาวโจนส์ร่วงกว่า 650 จุด

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเปิดการซื้อขายในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 ด้วยความระมัดระวัง หลังดัชนีหลักทั้ง 3 ตลาดปิดลดลงในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะดัชนีดาวโจนส์ที่ร่วงลงถึง 652.82 จุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความไม่แน่นอนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ การประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีผลต่อการคาดการณ์ต้นทุนทางการเงินและทิศทางตลาดหุ้นในระยะถัดไป

ภาพรวมตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด

ในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,215.16 จุด ลดลง 652.82 จุด หรือ 1.23% สะท้อนแรงขายที่เกิดขึ้นในหุ้นหลายกลุ่ม ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,623.68 จุด ลดลง 39.75 จุด หรือ 0.52% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,955.34 จุด ลดลง 53.52 จุด หรือ 0.21%

การปรับตัวลงของดัชนีทั้งสามสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังมีความกังวลต่อความเสี่ยงในตลาด แม้แรงกดดันจะมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มหุ้น โดยดาวโจนส์ปรับลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับดัชนีหลักอีกสองแห่ง

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายสัปดาห์ยังไม่ได้เป็นลบทั้งหมด เนื่องจากดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 0.4% และทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.5% และ Nasdaq ลดลง 0.7% แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังเผชิญแรงขายทำกำไรและการประเมินความเสี่ยงใหม่ โดยเฉพาะในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในวันที่ 26 ต.ค. 2569

1. ความกังวลเรื่องต้นทุน AI กดดันหุ้นเทคโนโลยี

ประเด็นสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ นักลงทุนเริ่มพิจารณาอย่างเข้มงวดมากขึ้นว่าการลงทุนมหาศาลใน AI และศูนย์ข้อมูลจะสร้างรายได้และผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่ หลังผลประกอบการของ Meta Platforms และ Lam Research ทำให้นักลงทุนผิดหวัง และเพิ่มความกังวลต่อความยั่งยืนของกระแสการลงทุน AI

ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการของ Alphabet, Microsoft และ Amazon รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์อื่น ๆ หากบริษัทเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารายได้จาก AI เติบโตสอดคล้องกับเงินลงทุน ก็อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและหนุน Nasdaq ได้ แต่หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง

2. เฟดกับทิศทางดอกเบี้ย เป็นตัวแปรสำคัญของตลาด

การประชุมเฟดระหว่างวันที่ 27–28 ตุลาคม และการประกาศมติในวันที่ 28 ตุลาคมตามเวลาสหรัฐฯ จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาด โดยตลาดให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ยังต้องติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจขยายตัวโดยไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม หากเฟดแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อและส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป อาจเพิ่มแรงกดดันต่อมูลค่าหุ้นและทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยง

3. ผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่ อาจชี้ทิศทางตลาดระยะสั้น

นอกจากหุ้น AI แล้ว นักลงทุนยังต้องติดตามผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม เพราะตัวเลขรายได้ กำไร และแนวโน้มธุรกิจจะช่วยประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

หากผลประกอบการส่วนใหญ่ดีกว่าคาดและบริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มธุรกิจ ตลาดอาจกลับมาฟื้นตัวได้ แต่หากผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะบริษัทที่มีมูลค่าหุ้นสูง ก็อาจทำให้เกิดแรงขายเพิ่มเติม

สรุปทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 26 ต.ค. 2569

ประเมินจากข้อมูลปิดตลาดวันที่ 23 ตุลาคม ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้ม ผันผวนและเปิดตลาดด้วยความระมัดระวัง โดยมีความเสี่ยงด้านลบมากกว่าปกติ จากแรงกดดันในหุ้น AI ความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ย และการรอผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าดัชนีจะเปิดลบ เพราะข้อมูลปิดตลาดเพียงอย่างเดียวยังไม่สะท้อนทิศทางฟิวเจอร์สก่อนเปิดตลาดวันที่ 26 ตุลาคม

ปัจจัยชี้ขาดในสัปดาห์นี้คือผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และท่าทีของเฟด หากทั้งสองปัจจัยออกมาในทางบวก ตลาดอาจฟื้นตัวจากแรงขายก่อนหน้า แต่หากผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาดและเฟดยังคงส่งสัญญาณเข้มงวด ตลาดอาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง

สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามเป็นพิเศษ คือทิศทางหุ้น AI ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สัญญาณเงินเฟ้อ และถ้อยแถลงของเฟด โดยไม่ควรตัดสินใจลงทุนจากการปรับตัวลงของดัชนีเพียงวันเดียว

หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้อ้างอิงข้อมูลตลาดตามที่ให้มาและข้อมูลปฏิทินเศรษฐกิจที่ค้นได้ ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 เป็นการประเมินแนวโน้ม ไม่ใช่การยืนยันราคาหรือทิศทางเปิดตลาดจริง และไม่ใช่คำแนะนำซื้อขายหลักทรัพย์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...