โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาร์ริค ชี้คำขอโทษ โปร เรฟ ไร้ความหมาย หลัง แมนยู แพ้ แมนซิตี้

SIAMSPORT

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจคำขอโทษจาก องค์กรผู้ตัดสินอังกฤษ ปมดราม่าวีเออาร์พลาดประตูชัย แมนซิตี้ ไม่ได้ช่วยอะไร

ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าคำขอโทษขององค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพอังกฤษ หรือ "โปร เรฟ" (Pro Ref) ในแมตช์ที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เพราะต้นสังกัดของตนเสียประโยชน์ไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าโปร เรฟ ออกโรงยอมรับเกี่ยวกับความผิดพลาดในจังหวะที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงประตูชัย เพราะตอนนั้น เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า และมีส่วนร่วมเข้าไปรบกวนการเล่นของ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ แต่วีเออาร์มองข้ามจังหวะดังกล่าวไป

จากความผิดพลาดดังกล่าวทำให้มีหลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของวีเออาร์ กระนั้น คาร์ริค ยืนยันว่าตนยังคงเชื่อมั่นในระบบเทคโนโลยีนี้ เพียงแต่คำขอโทษที่ได้รับไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะ แมนฯ ยูฯ แพ้ไปแล้ว

"ฟังนะ เรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ตอนนั้นมันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เราทุกคนรู้เรื่องนั้นดี และผมคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องพูดถึงมันซ้ำอีก แน่นอนว่าผมยังมีความเชื่อมั่นในระบบ ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ เพราะนี่คือระบบที่เราทำงานร่วมและใช้กันอยู่ ดังนั้นคำขอโทษจึงไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก"

"ผมเข้าใจและให้ความเคารพพวกเขาที่ออกมายอมรับผิดและพูดว่า -เราตัดสินใจผิดพลาด- เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ จากนี้ไปเราก็แค่ต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า บางทีเราอาจได้รับการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์กลับมาบ้างหนึ่งหรือสองครั้ง เพื่อให้ทุกอย่างมันถ่วงดุลกันไปตามสัดส่วน หรือเป็นไปตามกฎของค่าเฉลี่ย อะไรทำนองนั้น" คาร์ริค ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...