แม่วัย 82 ยืนยันผ่านโทรศัพท์ "สบายดี" ลูกกลับบ้านในรอบครึ่งปี เปิดตู้เย็นถึงกับจุก
แม่วัย 82 ยืนยันผ่านสายโทรศัพท์ "แม่สบายดี" ลูกชายกลับบ้านในรอบครึ่งปี เปิดตู้เย็นดูถึงกับจุกอกพูดไม่ออก
พฤติกรรมของพ่อแม่ผู้สูงอายุจำนวนมาก มักจะเลือกส่งข้อความหรือตอบปลายสายว่า "สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง" เพื่อไม่ให้ลูกหลานที่ทำงานไกลบ้านต้องกังวล ทว่าความเป็นจริงเบื้องหลังคำตอบนั้น อาจแฝงไปด้วยความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันที่เสื่อมถอยลงตามวัย
เรื่องราวของชายญี่ปุ่นรายหนึ่งที่เดินทางกลับบ้านเกิดไปหาคุณแม่วัย 82 ปี ในรอบครึ่งปี กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจลูกหลานทั่วโลก หลังจากที่เขาเปิดตู้เย็นในครัว แล้วพบความจริงที่ทำให้ต้องจุกจนพูดไม่ออก
โทรคุยเสียงแจ่มใสทุกครั้ง เผยความจริงหลังเปิดตู้เย็น
สื่อต่างประเทศรายงานเรื่องราวของ เคนจิ (นามสมมุติ) ชายวัย 54 ปี ที่ต้องเดินทางไปทำงานนอกเมือง โดยมีคุณแม่วัย 82 ปี อาศัยอยู่คนเดียวเพียงลำพัง หลังจากคุณพ่อเสียชีวิตไปเมื่อ 8 ปีก่อน แม้คุณแม่จะมีเงินบำนาญใช้จ่ายอย่างไม่เดือดร้อน
แต่เนื่องจากงานที่ยุ่งมาก ทำให้เคนจิไม่ได้กลับบ้านนานกว่า 6 เดือน และทำได้เพียงโทรศัพท์คุยกัน ซึ่งคุณแม่ก็มักจะตอบด้วยน้ำเสียงแข็งแรงแจ่มใสเสมอว่า "แม่สบายดี ไม่ต้องห่วง ทานข้าวครบทุกมื้อ"
จนกระทั่งวันหยุดช่วงสุดสัปดาห์ เคนจิได้เดินทางกลับบ้านเกิดและตั้งใจจะทำอาหารเย็นให้คุณแม่ทาน แต่เมื่อเดินไปเปิดตู้เย็น กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบเพียง ไข่ไก่, เต้าหู้, นัตโตะ, นมสด และอาหารสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อไม่กี่กล่อง ส่วนช่องแช่แข็งมีเพียงเส้นอุด้งแช่แข็งแน่นตู้ โดยไร้เงาของเนื้อสัตว์ ปลา หรือผักสด ซึ่งเป็นของโปรดที่คุณแม่เคยซื้อมาทำอาหารเป็นประจำอย่างสิ้นเชิง
สารภาพทั้งน้ำตา เดินถือถุงช้อปปิ้งไม่ไหวจนต้องประหยัดแรง
วันถัดมาเมื่อเคนจิชวนคุณแม่นั่งรถไปซูเปอร์มาร์เก็ต คุณแม่จึงยอมเปิดเผยความจริงในใจว่า แม้ระยะทางจากบ้านไปซูเปอร์มาร์เก็ตจะใช้เวลาเดินเพียง 15 นาที ซึ่งแต่ก่อนเคยเดินไปกลับเพื่อออกกำลังกายได้สบายๆ แต่ในช่วงหลังมาร่างกายเริ่มโรยรา การต้องถือถุงช้อปปิ้งหนักๆ เดินกลับบ้านกลายเป็นภาระที่หนักหนาเกินไป
เธอจึงต้องจำใจเปลี่ยนมารอซื้อของจากรถขายของเคลื่อนที่สัปดาห์ละครั้ง และใช้วิธีซื้ออาหารแปรรูปที่เตรียมง่ายจากร้านสะดวกซื้อแถวบ้านแทน การกินอยู่จึงถูกตัดทอนเหลือเพียงอาหารง่ายๆ เพื่อประหยัดพลังงานร่างกาย
iStockphoto
สถิติชี้ผู้สูงอายุเจอปัญหาเดินทางซื้อของเข้าบ้าน
ข้อมูลจากผลสำรวจที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมของผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักในการออกจากบ้านของผู้สูงอายุถึง 80.4% คือการออกไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าใกล้บ้าน
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของผู้สูงอายุที่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้ "เกือบทุกวัน" มีเพียง 55.4% เท่านั้น และสัดส่วนนี้จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เรื่องราวนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ลูกหลานสังเกตพฤติกรรมและความเป็นอยู่จริงของพ่อแม่ผู้สูงอายุ มากกว่าการเชื่อคำว่า "สบายดี" ผ่านสายโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว