5 พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสี เมืองไอสึวากามัตสึ ฟุกุชิมะ
ด้วยความที่เป็นจังหวัดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น รองจากฮอกไกโดและอิวาเตะ ตั้งอยู่ทางภูมิภาคโทโฮคุหรือทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ภายในจังหวัดฟุกุชิมะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 พื้นที่หลัก ได้แก่ นากะโดริ พื้นที่ตอนกลางของจังหวัดประกอบด้วยเมืองใหญ่อย่างฟุกุชิมะและโคริยามะ และเป็นส่วนที่เส้นทางรถไฟชินคันเซ็นวิ่งผ่านยาว จากโตเกียวขึ้นมาโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง ขณะที่ ฮามะโดริ อยู่ติดกับทะเลแปซิฟิก อากาศบริเวณนี้ค่อนข้างอบอุ่นกว่าบริเวณอื่น ๆ และไอสึ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดจากทั้ง 3 พื้นที่ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล
แน่นอนว่า หากหาพิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ซ่อนเร้นไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ดินแดนแห่งซามูไรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอย่าง “เมืองไอสึ วากามัตสึ” (Aizu Wakamatsu) คือคำตอบ กับ 5 พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีประจำเมือง ที่จะช่วยแต่งแต้มทริปใบไม้เปลี่ยนสีให้พิเศษกว่าที่เคย
เริ่มต้นที่ “ปราสาทสึรุงะ” (Tsuruga Castle) สัญลักษณ์แห่งความกล้าและแรงศรัทธาแห่งไอสึ วากามัตสึ ปราสาทเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลือหลังคากระเบื้องสีแดงแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ ที่นี่นับได้ว่าเป็นป้อมปราการอันยิ่งใหญ่ของตระกูลซามูไรแห่งไอสึที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณรอบ ๆ ตัวปราสาทจะแต่งแต้มไปด้วยเฉดสีแดงแซมส้มเหลืองของใบเมเปิล ที่คอบเชื้อเชิญให้เดินชมและถ่ายภาพความสวยงาม ภายในบริเวณปราสาท ยังมี“เรือนชารินคาคุ” (Tea ceremony room Rinkaku) ห้องชงชาโบราณที่ทุกท่านสามารถแวะเวียนเข้ามาชมสถาปัตยกรรม พร้อมดื่มด่ำไปกับสุนทรีย์ทางวัฒนธรรมผ่านชาเขียวมัทฉะและขนมหวานญี่ปุ่นได้
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดคือ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) นั่งรถบัสฮาอิคะระซัง (Haikara-san) มาประมาณ 20 นาที จากนั้นลงที่ป้ายสึรุกะโจ อิริกูจิ (Tsuruga-jou Iriguchi)
พิกัดต่อไปคือ “สถานีอะชิโนะมากิออนเซ็น” (Ashinomakionsen Station) สถานีไม้สุดคลาสสิกที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1927 ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี สองข้างทางตามแนวรางรถไฟจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ภาพขบวนรถไฟท้องถิ่นตัดกับทิวเขาที่กำลังเปลี่ยนเฉดสีโดยมีเจ้าหน้าที่เหมียวคอยทำหน้าที่ต้อนรับนั้น เป็นภาพที่งดงามและเหมาะมากแก่การเก็บภาพความทรงจำ คุ้มทั้งการตามล่าหาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี คุ้มทั้งได้เจอนายสถานีสุดน่ารักเลยทีเดียว
“น้องเหมียว” ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเป็นนายสถานีประจำการปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 ชื่อ “น้องซากุระ” โดยมีผู้ช่วยฝึกหัด “น้องโซระ” กับ “น้องริคุ” คอยสลับเวรเพื่อตรวจการณ์ความเรียบร้อยของสถานีด้วยการนอนออดอ้อนผู้โดยสาร และรับเงินเดือนกลับบ้านเป็นอาหารเม็ด น้องแมวจะประจำอยู่ที่สถานีตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. โดยน้องซากุระจะอยู่ประจำการในวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์อาทิตย์ ส่วนน้องโซระกับน้องริคุจะอยู่ประจำการในวันจันทร์ พุธและวันศุกร์เสาร์อาทิตย์
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดคือ ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานีไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) นั่งรถไฟสายไอสึ (Aizu Railway) มาลงที่สถานีอาชิโนะมากิออนเซ็น (Ashinomakionsen)
จุดต่อไป “สวนสมุนไพรโอยะคุเอ็น” (Oyakuen Garden) สวนญี่ปุ่นโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยมุโรมาจิเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าเมืองไอสึ และต่อมาตระกูลมัตสึไดระได้เข้ามารับช่วงต่อและบูรณะสวนพร้อมกับปลูกพืชสมุนไพรนานาชนิดเพื่อนำมาใช้รักษาโรคและดูแลสุขภาพของชาวเมือง เมื่อฤดูกาลแปรเปลี่ยน ใบเมเปิลจะค่อย ๆ เริ่มผลัดจากสีเขียวชอุ่มเป็นสีเหลืองทองแซมส้ม บรรยากาศโดยรอบจะอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินชมธรรมชาติ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ตามทางเดินรอบสระน้ำแบบสบาย ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการเสิร์ฟชาเขียวมัทฉะและขนมญี่ปุ่น ให้ได้ทานกันชิลๆ ในห้องที่ขุนนางญี่ปุ่นชอบมาพักผ่อน จนพาจินตนาการว่าตัวเองเป็นขุนนางสมัยก่อนได้เลย
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu Wakamatsu Station) สายบันเอทสึไซ (Ban-etsu West Line) โดยรถบัสสายไฮคาราซัง (Haikara-san Bus) ประมาณ 20 นาที ลงป้ายรถบัสโอยะคุเอ็นอิริกุจิ (Oyakuen Entrance Bus Stop)
ไปต่อที่ “โรงแรมโอคาวะโซ” (Ookawaso) เรียวกังออนเซ็นชื่อดังแห่งย่านอาชิโนะมากิออนเซ็น (Ashinomaki Onsen) ตั้งอยู่คู่ขนานไปกับหุบเขาและแม่น้ำโอกาวะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมภายในอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแรงบันดาลใจให้กับอนิเมะ “ดาบพิฆาตอสูร” โดยเฉพาะเวทีการแสดงชามิเซ็งกลางโถงที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของฉาก “ปราสาทไร้ขอบเขต” ในอนิเมะยอดฮิต แขกที่มาพักสามารถรับชมการแสดงชามิเซ็งได้ในทุกวันช่วงเย็น พร้อมผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งท่ามกลางทัศนียภาพของใบไม้เปลี่ยนสี
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) แล้วนั่งรถบัส “โคริยามะ ~ไอสึวากามัตสึ อาชิโนะมิยะออนเซ็น (Koriyama~Aizuwakamatsu・Ashinomaki Onsen) ประมาณ 20 นาที จากนั้นลงที่ป้ายอาชิโนะมากิ มารุมิเนะ มาเอะ (Ashinomaki Marumine Mae)
สุดท้ายที่ “วัดซาซะเอโดะ” (Sazaedo Temple) วัดไม้โบราณทรงหกเหลี่ยมอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีบนเนินเขาอีโมริยามะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบันไดวนเกลียวคู่หนึ่งเดียวในโลกที่ทางขึ้นและทางลงไม่สวนทางกัน การออกแบบอันน่าอัศจรรย์นี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น นอกจากความแปลกตาทางสถาปัตยกรรมแล้ว ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี สถานที่แห่งนี้ยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เนื่องจากสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองไอสึ วากามัตสึที่ปกคลุมไปด้วยสีโทนอุ่นร้อนของใบเมเปิลและใบแปะก๊วยได้แบบพาโนรามาจากบนเขา
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu Wakamatsu Station) สายบันเอทสึไซ (Ban-etsu West Line) โดยรถบัสสายไฮคาราซัง (Haikara-san Bus) ประมาณ 15 นาที ลงป้ายรถบัสอีโมริยามะ (Iimori Yama Bus Stop) แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เปิดมุมมองการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ทุกคนจะได้สัมผัสถึงความงามผ่านร่องรอยทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว
มาถึงไอสึ วากามัตสึแล้ว ห้ามพลาดการตามหา “ยามานากะ เซ็มเบ้ ฮงโปะ” (Yamanaka Senbei Honpo) ร้านขายเซ็มเบ้เก่าแก่ซึ่งเป็นที่รักของผู้คนมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปีค.ศ. 1921 ความพิเศษของยามานากะ เซ็มเบ้ ฮงโปะคือ กรรมวิธีการย่างเตาถ่านด้วยมือ เซ็มเบ้ทุกชิ้นจะถูกย่างอย่างพิถีพิถันทีละแผ่น โดยใช้เทคนิคที่สั่งสมมานานหลายปีในการควบคุมความร้อนอย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้เซ็มเบ้ที่มีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบอันเป็นเอกลักษณ์และกลิ่นหอมที่การย่างด้วยเครื่องมือหรือเครื่องจักรที่ทันสมัยไม่อาจเลียนแบบได้
เซ็มเบ้ของร้านทำจากข้าวและโชยุชั้นดี เมื่อเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงรสหวานของข้าวและความหอมของโชยุที่ค่อย ๆ อบอวลออกมา นอกจากรสโชยุที่เป็นรสยอดนิยมแล้ว ยังมีเซ็มเบ้หลากหลายชนิดให้เลือก เช่น รสงาหอม, บราวน์ชูก้ารสหวานเค็ม, เซ็มเบ้ห่อสาหร่ายที่หอมกลิ่นทะเล และมิโซะที่มีรสชาติเผ็ดนิด ๆ ชวนให้เจริญอาหาร หากมีโอกาสได้ลิ้มรสเซ็มเบ้แบบดั้งเดิมพร้อมกับการเดินเล่นในเมืองเก่า ที่ขึ้นเรื่องราเมนอย่างคิตะคาตะ จะยิ่งช่วยเติมเต็มความประทับใจมากขึ้นไปอีก
แล้วอย่าลืมหาชิม “คิตะคะตะราเม็ง” (Kitakata Ramen) 1 ใน 3 สุดยอดราเม็งที่โด่งดังของญี่ปุ่น เส้นราเม็งเส้นใหญ่เหนียวนุ่ม และน้ำซุปโชยุรสเข้มข้น พร้อมหมูชาชูนุ่ม ๆ ในเมืองคิตะคะตะมีร้านราเม็งตั้งเรียงรายกันมากถึง 120 ร้าน ซึ่งทุกร้านมีทีเด็ดที่แตกต่างกันไป รวมถึง “เบอร์เกอร์คิตะคะตะราเม็ง” (Kitakata Ramen Burger) เมื่อเส้นราเม็งถูกนำมาทอดกรอบแทนแป้งขนมปัง ประกบคู่ไส้ในที่ใช้เครื่องของราเม็งทั้งต้นหอม ลูกชิ้นและหมูชิ้นโต นอกจากนี้ยังมีเป็นเนื้อไก่ให้เลือกอีกด้วย สามารถหาลิ้มลองได้ที่ร้านฟุรุซาโตะเท ณ จุดพักรถคิตะคะตะ ฟุรุซาโตะ
ดูข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่เว็บไซต์เมืองไอสึ www.aizukanko.com/ เว็บไซต์ของจังหวัดฟุกุชิมะ https://welovefukushima.com/ หรือ Facebook : WeLoveFukushimaTH