CIB ลุยสอบเส้นเงิน “บุ๋ม” ปมเงินบริจาคเกือบพันล้าน หลัง “ออยศรี” แจ้ง 3 ข้อหา
ด่วน! CIB ลุยสอบเส้นเงิน “บุ๋ม ปนัดดา” ปมเงินบริจาคเกือบ พันล้าน หลัง “ออยศรี” แจ้ง 3 ข้อหา ฉ้อโกง-ฟอกเงิน-พ.ร.บ.คอมฯ จ่อสรุปความชัดเจน 9 พ.ย.นี้ ลั่นพบหลักฐานโยงใครดำเนินคดีหมด
วันที่ 2 ต.ค. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่ น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” เข้าแจ้งความกล่าวหามูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นประธานมูลนิธิ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ใน 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หลังออยศรีเข้าแจ้งความและให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในหลายประเด็น โดยช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า ภายในวันจันทร์ที่ 9 พ.ย.นี้ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับคดีดังกล่าว
สำหรับแนวทางการตรวจสอบ จะมุ่งไปที่การใช้เงินบริจาคว่าตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงข้อกำหนดการบริหารเงินของมูลนิธิ โดยเฉพาะอำนาจของประธานมูลนิธิในการอนุมัติค่าใช้จ่ายว่ากำหนดวงเงินไว้เท่าใด หากมีการใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดและต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก็ต้องตรวจสอบว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รับอนุมัติถูกต้องหรือไม่
ส่วนข้อสงสัยเรื่องการฟอกเงินนั้น ต้องตรวจสอบว่ามีการยักย้าย ถ่ายเท เปลี่ยนแปลง หรือส่งต่อทรัพย์สินให้บุคคลอื่นหรือไม่ หากพบพฤติการณ์ดังกล่าวก็จะนำมาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ โดยยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
ขณะที่ข้อมูลด้านการเงิน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่ามีกิจกรรมดำเนินการมาตั้งแต่ประมาณปี 2562 ทั้งในส่วนบุคคลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อประมาณปี 2567 จึงต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังให้ครอบคลุม โดยข้อมูลยอดเงินบริจาคที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนพบว่ามีจำนวนตั้งแต่หลักร้อยล้านบาทไปจนถึงเกือบ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากมีทั้งดารา บุคคลมีชื่อเสียง และประชาชนร่วมบริจาคจำนวนมาก
เมื่อถามถึงกรณีออยศรีบริจาคเงิน 1,000 บาท แต่มีการกล่าวถึงมูลค่าความเสียหายที่อาจสูงกว่านั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หากพิสูจน์ได้ว่ามีการฉ้อโกงประชาชนจริง ผู้ที่หลงเชื่อและโอนเงินบริจาคย่อมอาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย ไม่ว่าจะบริจาค 5 บาท 10 บาท 1,000 บาท หรือหลักล้านบาท เพราะจำนวนเงินไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจมีบุคคลเพียงรายเดียวต้องรับผิดชอบ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็จะดำเนินคดีกับบุคคลนั้นทั้งหมด ไม่จำกัดว่าจะเป็นใครหรือมีกี่ราย ส่วนการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน จำนวนกรรม มูลค่าความเสียหาย และองค์ประกอบความผิดที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อคดีเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานจากข้อมูลที่ออยศรีนำมาแจ้งความ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ย้ำว่า การดำเนินคดีจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้อง มูลนิธิองค์กรทำดี และบุ๋ม ปนัดดา โดยตำรวจสอบสวนกลางจะตรวจสอบอย่างครบทุกมิติ ทั้งเงินส่วนบุคคล เงินบริจาค และการบริหารจัดการมูลนิธิ เพื่อพิจารณาว่ามีขั้นตอนใดไม่ถูกต้องหรือขัดต่อกฎหมายหรือไม่