โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รศ.ยุทธพร” ยันไม่มีดีลแลกโหวตซักฟอก ล้างคดี “ทักษิณ” เผย “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่ยื่นคำร้องนิรโทษกรรม

Manager Online

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

MGR Online - “รศ.ยุทธพร” เผย คณะอนุฯ พิจารณานิรโทษกรรม 3-4 เรื่อง ส่วนดีลแลกโหวตซักฟอกรัฐบาล “ทักษิณ” ล้างคดีไม่จริง - “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่ได้ยื่นคำร้อง ในที่ประชุมชงคดีม็อบ กปปส. “อภิสิทธิ์-สุเทพ เทือก” เข้าเกณฑ์คดีชุมนุมการเมือง

วันนี้ (2 พ.ย.) อาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) รองศาสตราจารย์ ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการ (ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและอำนวยความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์) ออกมาเปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง กว่า 1 ชั่วโมง ว่า การประชุมวันนี้เป็นการพิจารณาเรื่องตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 โดยเฉพาะมาตรา 3 มาตรา 7 มาตรา 8 ทั้งสิ่งที่เป็นหลักการ ข้อยกเว้น และกระบวนการที่ต้องดำเนินการ ซึ่งหยิบยกมาหารือในหลายคดี พบว่าบางคดีศาลก็มีคำวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นเพียงแค่การให้ผู้ร้องได้มารับทราบในภายหลัง หรือบางคดีหากจะมีการยุติคดีในระบบ ก็ต้องส่งหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ยังมีบางกรณีที่จะต้องสรุปเรื่องและส่งต่อไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ พบว่าภาพรวมของคำร้องที่ถูกนำเข้ามาพิจารณากลั่นกรอง มีประมาณ 3-4 เรื่องใหญ่ ๆ

รองศาสตราจารย์ ยุทธพร เปิดเผยว่า กรณีนายทักษิณ ชินวัตร ไม่มีคำร้องขอนิรโทษกรรมในที่ประชุมวันนี้ ส่วนจะมีวาระเรื่องของนายทักษิณ เข้าสู่ที่ประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเมื่อใดนั้น ตนเองก็ยังไม่ทราบเช่นเดียวกัน เพราะต้องไปรวบรวมข้อเท็จจริง เอกสาร หลักฐาน สรุปความเห็นเบื้องต้นในฐานะฝ่ายเลขาฯ ก่อนเสนอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข คาดว่าจะต้องไปดำเนินการอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ สำหรับกระแสข่าวว่ามีหนึ่งในคณะกรรมการฯ ไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงถึงความเห็นเบื้องต้นว่ากรณีคำร้องของนายทักษิณ ทั้ง 4 คดี ไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ตนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ทุกอย่างว่ากันในเรื่องของการเดินตามหลักกฎหมาย

รองศาสตราจารย์ ยุทธพร เผยว่า เนื่องด้วยวาระการปฎิบัติงานของคณะกรรมการฯ จะอยู่ในกรอบ 180 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้ประชุมครั้งแรก จึงจะสิ้นสุดในวันที่ 20 มี.ค.2570 แต่ในทางปฏิบัติ คณะกรรมการก็อยากให้มีการดำเนินการยื่นเรื่องภายในเดือน ม.ค.2570 เพื่อจะได้มีเวลาพิจารณาก่อนจะครบ 180 วัน แต่กฎหมายก็ยังเปิดช่องเอาไว้อยู่ว่าถ้าหากว่าครบกำหนด 180 วันแล้วแต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการให้แล้วเสร็จก็สามารถขยายต่อได้อีกสองครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน โดยหมุดหมายสำคัญ คือ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะเร่งทำทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในกรอบ 180 วัน เพื่ออำนวยความเป็นธรรมให้กับคนทุกฝ่ายและทำให้เป็นการปูทางไปสู่การสร้างสังคมสันติสุขต่อไป

เมื่อถามกรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวถึงเรื่องคำร้องขอนิรโทษกรรมล้างมลทินของนายทักษิณ ชินวัตร ก็เพื่อเป็นการขอลบประวัติทะเบียนอาชญากรรมตามอำนาจกฎหมายนั้น รองศาสตราจารย์ ยุทธพร เผยว่า ปกติแล้วการลบทะเบียนประวัติอาชญากร จะปรากฏอยู่ในมาตรา 8 วรรคท้าย ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 และเป็นหน้าที่ที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีคำวินิจฉัยใดจากทางกรรมการ เพราะมาตรา 8 ของกฎหมายนี้ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า “บุคคลที่เคยถูกบันทึกประวัติ ให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นสุดทันที และไม่สามารถจะไปใช้ยันในทางที่เป็นโทษได้ด้วย” ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.69 จึงหมายหมายความว่านับแต่วันนั้น ประวัติของบุคคลต่าง ๆ ถือเป็นอันสิ้นผลทันที อย่างเช่น กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการวินิจฉัย หรือบุคคลต้องมาร้องต่อคณะกรรมการฯ ซึ่งตนได้เคยให้ความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขไปแล้วตั้งแต่การประชุมเมื่อเดือน ก.ย.69

เมื่อถามถึงกระแสข่าวดีลแลกโหวตของนายทักษิณ กรณีคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีความเห็นชอบให้นิรโทษกรรมล้างมลทินทั้ง 4 คดีตามคำร้อง ก็จะให้ สส.พรรคเพื่อไทย ลงมติไว้วางใจในศึกซักฟอกอภิปรายรัฐบาลนั้น รองศาสตราจารย์ ยุทธพร ชี้แจงว่า ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หากจะมีการดีลเพื่อแลกโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่จำเป็นต้องเอาประเด็นนี้หรอก ยังมีเหตุอื่นอีกมากที่จะทำให้เกิดการดีลในทางการเมืองได้ แล้วในข้อเท็จจริง ตนยืนยันได้เลยว่าไม่มีประเด็นเรื่องเหล่านี้ที่มากดดันการทำงานของคณะกรรมการฯ แม้จะมีกระแสข่าวว่าหากมีการนำเรื่องคำขอนิรโทษกรรมล้างมลทินของนายทักษิณ เข้าไปเพื่อเรื่องของการดีลแลกโหวต อาจทำให้ข้าราชการถูกดำเนินคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้นั้น ตนยืนยันได้ว่าไม่มีความกดดัน เพราะทำตามกฏหมายและระเบียบ ปฏิบัติตามหลักการข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงมองว่าเป็นการดำเนินการโดยสุจริตอยู่แล้ว

รองศาสตราจารย์ ยุทธพร กล่าวถึงภาพรวมสถิติคดีผู้ชุมนุมทางการเมืองที่อยู่ในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ว่า สำหรับสถิติเป็นประเด็นที่เป็นปัญหา ตั้งแต่ในชั้นของการศึกษาแนวทางกฎหมาย จนถึงชั้นของการยกร่างกฎหมาย เป็นปัญหาตลอดในเรื่องของสถิติ เพราะมีหลายคนได้มาสอบถามตลอดว่าตกลงแล้วคดีที่จะเข้าข่ายตามกฎหมายฉบับนี้มีทั้งสิ้นกี่คดี ตัวเลขเป็นอย่างไรบ้าง และตัวเลขที่ได้รับจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ก็ไม่เคยตรงกันตั้งแต่ชั้นของการศึกษาจนมาถึงการยกร่างกฎหมาย

“แม้คณะกรรมการไม่ได้ชี้ขาดทุกกรณี แต่จะต้องชี้ขาดในกรณีที่ไม่มีความชัดเจน หรือมีการร้อง หรือได้รับการปฎิเสธจากหน่วยงานราชการ แต่เราก็ควรจะต้องมีข้อมูลอยู่พอสมควรว่าในเรื่องของการที่จะได้รับผลประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้จะมีทั้งสิ้นกี่กรณี ลักษณะทางคดีอย่างไรบ้าง ซึ่งทางฝ่ายเลขานุการอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ ส่วนที่ประชุมในวันนี้ที่มีการนำเข้าสู่วาระการประชุมประมาณ 3-4 เรื่องใหญ่นั้น ก็ค่อนข้างมีหลากหลายสีเสื้อ เพราะในช่วงของการชุมนุมตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าไม่ถึง 100 คน ส่วนความเห็นวินิจฉัยในวันนี้ของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องก็มีหลากหลายความเห็น”

รองศาสตราจารย์ ยุทธพร กล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ตนคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะแก้ไขและยุติความขัดแย้งได้เลยนั้นคงเป็นไปไม่ได้ และปกติแล้วในเรื่องของการที่จะสร้างสังคมที่ปรองดองสมานฉันท์ ไม่ได้เกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยกลไกและกระบวนการต่าง ๆ ฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของการจะสร้างความปรองดอง แต่ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่ปรองดองไปสู่อนาคต

ส่วนกรณีว่าคณะกรรมการฯ เคยมีการพูดคุยเชิงลึกถึงผลพวงการรัฐประหารในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บ้างหรือไม่ เพราะว่ามีกลุ่มนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายรายที่ปัจจุบันยังคงไม่ทราบชะตากรรมหรือเป็นบุคคลสูญหายว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีผลอย่างไรต่อตัวเขาเองและครอบครัวหรือไม่นั้น รองศาสตราจารย์ ยุทธพร ยอมรับว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะว่าการประชุมของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ จะเป็นประเด็นของข้อกฎหมายและสำนวนคดีมากกว่า แต่ส่วนเรื่องที่จะพูดคุยตรงนั้นน่าจะอยู่ในที่ประชุมของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพราะมีบทบัญญัติที่ให้อำนาจคณะกรรมการหลายเรื่องที่จะไปสื่อสารสาธารณะ หรือไปรับฟังความคิดเห็น หรือไปพูดคุยหาแนวทางสร้างสังคมปองดองสมานฉันท์

รองศาสตราจารย์ ยุทธพร ยอมรับว่า ท้ายสุดแล้วในจำนวนคดีที่จะมีการยุติในระบบ หรือยุติคดีในชั้นการสอบสวน หรือสั่งจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือแม้กระทั่งจำนวนผู้ต้องขังที่จะได้ออกจากเรือนจำฯ เราจะทราบตัวเลขอย่างเป็นทางการในชั้นของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน และเป็นสิ่งที่ตนเชื่อว่ากรรมการทุกคนก็อยากจะเห็น และสังคมเองก็อยากจะเห็นว่าตัวเลขชัดเจนเป็นอย่างไร ตนจึงอยากให้ทางฝ่ายเลขานุการได้จัดทำให้เรียบร้อย ซึ่งก็ทราบว่ามีมติไปแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการมอบหมายผู้แทนหรือฝ่ายกฎหมาย ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมมายังคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องมาหรือไม่นั้น รองศาสตราจารย์ ยุทธพร เผยว่า ยังไม่มีการยื่นคำร้องเข้ามาแต่อย่างใด และยังไม่ได้รับแจ้งถึงการนัดหมายประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่อง เป็นครั้งที่สอง ซึ่งตนจะทราบจากทางฝ่ายเลขานุการในภายหลัง รวมไปถึงวาระเรื่องในที่ประชุมก็จะไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าด้วย เพราะข้อมูลถือเป็นความลับ ซึ่งกรรมการจะเห็นข้อมูลได้จากการประชุมเท่านั้น และหลายเรื่องก็ไม่อนุญาตให้นำออกจากที่ประชุมด้วย ซึ่งจากนี้ฝ่ายเลขานุการจะเป็นผู้สรุปรวบรวมประเด็นและจัดทำวาระต่าง ๆ

รองศาสตราจารย์ ยุทธพร ชี้แจงถึงกรณีหากคำร้องของผู้ยื่นขอนิรโทษกรรมล้างมลทินถูกตีตกหรือถูกวินิจฉัยความเห็นว่าไม่เข้าข่ายคดีชุมนุมทางการเมืองจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้อย่างไร ว่า ในชั้นของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องพิจารณา ไม่สามารถตีตกคำร้องของผู้ยื่นได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย ซึ่งอำนาจในการวินิจฉัยจะเป็นของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นหลัก แต่ในชั้นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ จะมีอำนาจในการสรุป รวบรวมและเสนอความเห็นเบื้องต้นเข้าสู่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเพื่อวินิจฉัย หรือเพื่อดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เช่น หากเป็นเรื่องของการร้องขอการล้างประวัติทะเบียนอาชญากร ซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานต้องทำอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอะไร แต่ถ้าหากเป็นเรื่องที่จะต้องมีการวินิจฉัย เรื่องนี้ก็จะต้องเข้าสู่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่ถ้าหากท้ายสุดแล้วคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้มีมติที่จะยกคำร้องของผู้ใด ผู้ที่มีสิทธิ์หรือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ทางศาลได้ เพราะคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นคำสั่งทางปกครอง ทำให้ผู้ร้องที่ถูกตีตกคำร้อง ยังสามารถไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ ตนยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายล้างมลทินแต่เป็นกฎหมายนิรโทษกรรมที่ทำให้เกิดการที่จะล้างประวัติ ทั้งนี้ หากผู้ที่ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมแล้วถูกตีตกคำร้อง ท่านสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันที

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานเพิ่มเติมภายในที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องพิจารณา ว่า สำหรับสาเหตุที่คำร้องนิรโทษกรรมทั้ง 4 คดีเพื่อล้างมลทินของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ถูกนำเข้าที่ประชุมในวันนี้ เนื่องจากไม่มีการส่งนำเสนอเข้ามาเป็นวาระการประชุม เพราะว่าคำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นการยื่นตรงไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข จึงทำให้อาจไม่ต้องผ่านการมีความเห็นเบื้องต้น หรือการวินิจฉัยโดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณา ซึ่งวันนี้วาระการประชุมคดีชุมนุมทางการเมือง ถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมเพียง 5 เรื่อง รวมจำนวน 7 ราย ซึ่ง 2 ใน 7 รายนี้เป็นคดีพิเศษที่อยู่ในชั้นของดีเอสไอ คือ คดีม็อบ กปปส. ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุวรรณ เนื่องจากพบว่าพฤติการณ์ทางคดีเข้าหลักเกณฑ์คดีชุมนุมทางการเมือง จึงมีความเห็นให้นิรโทษกรรม โดยสั่งยุติการสอบสวนในชั้นของดีเอสไอ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...