Nasdaq สูญมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ เซ่นตลาดแห่เทขายหุ้น AI
รอยเตอร์สรายงานว่า มูลค่าตลาดของบริษัทในดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นหลักมีแนวโน้มลดลงรวม "มากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์"ในเดือนต.ค. ที่ผ่านมา หลังฤดูผลประกอบการของบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทำให้นักลงทุนหันมาตั้งคำถามมากขึ้นว่า เม็ดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่ทุ่มลงไปในปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้รวดเร็วแค่ไหน
ในเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียว ดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวลดลงแล้วมากกว่า 5.8% ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และดาต้าเซนเตอร์ (Hyperscaler) อย่าง Meta Platforms, Alphabet และ Amazon.com ต่างก็ปรับเพิ่มคาดการณ์งบลงทุนขึ้นอีกเพื่อเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI
แนวโน้มการใช้จ่ายด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังสร้างความกังวลให้นักลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ "ต้นทุนการกู้ยืม" พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การลงทุนด้วยเงินกู้มีต้นทุนแพงขึ้น และยากขึ้นที่จะพิสูจน์ได้ว่าการลงทุนดังกล่าวคุ้มค่า
ต่อไปนี้เป็นภาพรวมผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ประกาศออกมาแล้ว โดย Apple มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์หน้า ส่วน Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทชี้วัดทิศทางอุตสาหกรรม AI จะประกาศในช่วงกลางเดือนพ.ย.
หุ้นเทคทรุดหนัก กังวลลงทุน AI ไม่คุ้ม
ราคาหุ้น Alphabet ร่วงลงภายในวันเดียว "รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์" เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังผลประกอบการพบว่า รายได้ของธุรกิจหลักอย่างโฆษณาบนเสิร์จเอ็นจินออกมาต่ำกว่าคาด แต่บริษัทยังคงใช้เงินสดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้าน Meta ยิ่งสร้างความกังวลให้นักลงทุนมากกว่า หลังเผยแผนระดมทุนครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์วงเงิน 9.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับการลดสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม และความเป็นไปได้ที่บิ๊กเทครายอื่นจะหันมาพึ่งการระดมทุนในตลาดการเงินมากขึ้น เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตามMicrosoft และ SpaceX กลับเป็นข้อยกเว้น โดยผลประกอบการของทั้งสองบริษัทเริ่มแสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้าน AI สามารถสร้างผลตอบแทนได้แล้ว
จอห์น บิลตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเชิงกลยุทธ์ระดับโลกด้านการลงทุนหลากสินทรัพย์ของเจพีมอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนท์ กล่าวว่า อาจเป็นไปได้ว่าตลาดประเมินการเติบโตไว้สูงเกินไป แต่เมื่อมองภาพรวม บริษัทเหล่านี้ก็ยังไม่ถึงกับมีการเติบโตติดลบ และความต้องการดาต้าก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนี้พอก แต่บิ๊กเทคเร่งระดมทุน
มีรายงานว่า Microsoft กำลังวางแผนระดมทุนประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านการออกหุ้นกู้ระดับลงทุนในสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 9 ปี
ขณะที่ Meta,Amazon และ Alphabet ต่างออกหุ้นกู้รวมแล้วมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลว่า บริษัทเหล่านี้พึ่งพาการออกตราสารหนี้มากเกินไปหรือไม่
มอร์แกน สแตนลีย์คาดการณ์ว่า เม็ดเงินลงทุนรวมในโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปีหน้า
ต้นทุนประกันผิดนัดชำระหนี้พุ่ง
การที่บริษัท AI พึ่งพาเงินกู้มากขึ้นกำลังกลายเป็น "ความเสี่ยงใหม่" ของนักลงทุน และเริ่มท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่า บริษัทซึ่งเป็นศูนย์กลางของกระแส AI จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคได้
ความกังวลดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดหุ้น แต่เริ่มลุกลามไปยัง "ตราสารหนี้" โดยนักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงว่า ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ประกอบกับผลตอบแทนจากการลงทุน AI ที่อาจเติบโตช้ากว่าคาด จะสร้างแรงกดดันต่อบริษัทที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่ามีความแข็งแกร่ง และแทบไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
รายได้ยังแกร่ง แม้ลงทุนมหาศาล
อย่างไรก็ตาม รายได้ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 7 ราย "Magnificent Seven" หรือกลุ่ม 7 นางฟ้า ยังคงเติบโตแข็งแกร่งนับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวในปี 2022 ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนยอมสนับสนุนการลงทุนจำนวนมหาศาลของบริษัทเหล่านี้ในช่วงแรก แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเริ่มเห็นผลตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อใด
ธุรกิจคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญของ Amazon ยังคงเติบโตเร็วขึ้น ขณะที่ Meta มีรายได้เติบโตดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และให้แนวโน้มธุรกิจในเชิงบวก ส่วน Microsoft ก็คาดการณ์ว่าธุรกิจคลาวด์จะเติบโตแข็งแกร่งเช่นกันในการประกาศผลประกอบการล่าสุด
งบลงทุน AI จ่อแตะ 5.5 ล้านล้านดอลลาร์
ที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากมาโดยตลอด เพื่อสร้าง และขยายธุรกิจต่างๆ ทั้งคลาวด์คอมพิวติง โฆษณาออนไลน์ และอีคอมเมิร์ซ แต่กระแส AI ทำให้รายจ่ายลงทุนพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ "อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
เจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่า รายจ่ายลงทุนด้าน AI ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยเฉพาะในปี 2026 เพียงปีเดียว คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 9 แสนล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์เจพีมอร์แกน ระบุว่า รายจ่ายลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ Amazon, Alphabet, Meta, Oracle และ Microsoft เฉพาะในปีนี้เพียงปีเดียว มีแนวโน้มสูงเทียบเท่ากับรายจ่ายลงทุนสะสมทั้งหมดของบริษัทเหล่านี้ นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวในเดือนพ.ย.2022
ที่มา: Reuters
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์