ซีอีโอ UBS เตือนภัย “ไซเบอร์” พุ่งทวีคูณ เสี่ยงกระทบธนาคารไม่แพ้หนี้เสีย-ตลาดผันผวน
ซีอีโอ UBS ชี้ภัยไซเบอร์กลายเป็นความเสี่ยงหลักของภาคธนาคาร หลังการโจมตีถี่-ซับซ้อนขึ้น ผู้บริหาร Barclays-State Street เรียกร้องสถาบันการเงินเร่งยกระดับความปลอดภัย
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12.20 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเซอร์จิโอ เออร์มอตติ (Sergio Ermotti) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ UBS Group ธนาคารรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ เตือนว่าความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อภาคธนาคาร โดยมีความสำคัญเทียบเท่าหรืออาจมากกว่าความเสี่ยงแบบดั้งเดิม ทั้งความเสี่ยงด้านสินเชื่อและความผันผวนของตลาดการเงิน เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์มีความถี่และความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เออร์มอตติ กล่าวระหว่าง การประชุม Global Financial Leaders’ Investment Summit ซึ่งจัดโดยธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ว่า ความเสี่ยงทางไซเบอร์กำลังเพิ่มขึ้นในอัตราแบบทวีคูณ และถือเป็นต้นทุนที่ภาคการเงินต้องเผชิญจากการพัฒนานวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล
เขาระบุว่า ปัจจุบันความปลอดภัยทางไซเบอร์กลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในธนาคาร โดยสถาบันการเงินจำเป็นต้องมีระบบธรรมาภิบาลที่ดี กำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน และสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและความเชื่อมั่นของลูกค้า
ด้าน ซี.เอส. เวนกาตากฤษนัน (C.S. Venkatakrishnan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Barclays เห็นสอดคล้องกันว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากบริษัทการเงินในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลและหน่วยงานกำกับดูแลต้องเร่งเข้าดำเนินการ
เวนกาตากฤษนัน กล่าวว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความต่อเนื่องของระบบบริการเป็นอันดับแรก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตัดสินใจสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความเสถียรของระบบกับความจำเป็นในการปรับปรุงระบบและติดตั้งแพตช์รักษาความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตี
ขณะที่ รอน โอแฮนลีย์ (Ron O’Hanley) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ State Street ระบุว่า การรับมือภัยไซเบอร์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างรวดเร็วระหว่างสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเทคโนโลยี เนื่องจากความปลอดภัยของระบบเครือข่ายโดยรวมขึ้นอยู่กับจุดที่อ่อนแอที่สุด
เขามองว่า แนวทางเดิมที่แต่ละองค์กรแยกกันจัดการความเสี่ยง หรือจำกัดการแลกเปลี่ยนข้อมูลไว้ภายในกลุ่มเล็ก ๆ ไม่เพียงพอต่อการรับมือภัยคุกคามในปัจจุบัน โดยควรเพิ่มการประสานงานกับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและผู้ให้บริการเทคโนโลยีภายนอก เพื่อให้สามารถตรวจพบและแก้ไขช่องโหว่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เออร์มอตติยังเน้นย้ำว่า สังคมและภาคการเงินไม่ควรตีตราองค์กรที่ตกเป็นเหยื่อการโจมตีทางไซเบอร์มากเกินไป เนื่องจากอาจทำให้สถาบันการเงินลังเลที่จะเปิดเผยเหตุการณ์หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคาม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวของระบบการเงินโดยรวม
ความเห็นของผู้บริหารธนาคารรายใหญ่สะท้อนว่า ท่ามกลางการเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในภาคการเงิน ความเสี่ยงทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงหลักที่ธนาคารต้องบริหารจัดการควบคู่กับความเสี่ยงด้านสินเชื่อ สภาพคล่อง และตลาดการเงิน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการและความเชื่อมั่นในระบบธนาคาร
อ้างอิง : www.bloomberg.com