โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผอ.ชลประทานราชบุรี มั่นใจ 100% อ่างห้วยไม้เต็งยังแข็งแรง! เปิดข้อเท็จจริงน้ำซึมจากเขื่อนดิน ยืนยันไม่วิกฤต ยังรับน้ำได้อีก 8 ล้าน ลบ.ม.

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายพันธุ์เทพ โกมารกุล ณ นคร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง ตำบลน้ำพุ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชลประทาน พร้อมด้วยสื่อมวลชนในพื้นที่ หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพน้ำไหลซึมออกจากบริเวณทำนบดิน สร้างความกังวลให้แก่ประชาชนถึงความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ

นายพันธุ์เทพ โกมารกุล ณ นคร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยแสดงความมั่นใจในความแข็งแรงของเขื่อนดินตามหลักวิศวกรรม ยืนยันว่าจากการประเมินเบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณที่ทำให้ต้องจัดสถานการณ์เป็นขั้นวิกฤต อย่างไรก็ตาม ได้ประสานให้ฝ่ายความปลอดภัยเขื่อน สำนักงานชลประทานที่ 13 เข้าตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ยกสันฝายพับได้ 1.5 เมตร ยังรับน้ำได้อีก 8 ล้านลูกบาศก์เมตร นายพันธุ์เทพเปิดเผยว่า ปัจจุบันทางโครงการชลประทานราชบุรีได้ดำเนินการยกสันฝายพับได้บริเวณทางระบายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำขึ้นอีกประมาณ 1.5 เมตร เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า ระดับน้ำขณะให้สัมภาษณ์อยู่บริเวณสันฝายประมาณ 35–38 เซนติเมตร และอ่างเก็บน้ำยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้อีกประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร

"ตอนนี้เขื่อนไม้เต็ง เรายกสันฝายตัวฝายพับได้ขึ้นอีกประมาณ 1.5 เมตร ตอนนี้น้ำขึ้นมาที่สันฝายประมาณ 35–38 เซนติเมตร ก็ยังรับน้ำได้อีกประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร" สำหรับการคาดการณ์ปริมาณน้ำในระยะต่อไป ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรีอธิบายว่า หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ คาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาอาจอยู่ในระดับที่ระบบสามารถรองรับได้โดยไม่ล้นสันฝาย แต่หากมีฝนตกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงจนล้นสันฝายได้ภายในระยะเวลาประมาณ 5–6 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ "ถ้าฝนไม่ตกเหนืออ่างเรา ก็คาดว่าอาจจะพอดี ๆ ไม่ล้นสันฝาย แต่ถ้ามีฝนตกเติมเข้ามา คาดว่าไม่เกิน 5–6 วัน ก็น่าจะล้นสันฝายครับ" อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรียืนยันว่า อาคารระบายน้ำล้นหรือสปิลเวย์ (Spillway) ยังคงสามารถทำหน้าที่รองรับและระบายน้ำได้ตามการประเมินในขณะนี้
ในส่วนของน้ำไหลซึมจากเขื่อนดินด้านล่างเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ จนเกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นรอยรั่วของเขื่อน และจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนท้ายอ่างหรือไม่นั้น นายพันธุ์เทพอธิบายว่า อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็งเป็นเขื่อนดิน ซึ่งโครงสร้างภายในประกอบด้วยแกนดินเหนียวและระบบระบายน้ำซึมที่ได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรม

โดยคาดว่าน้ำที่พบอาจไหลผ่านระบบระบายน้ำซึมแนวดิ่งภายในเขื่อน หรือ ชิมนี่เดน ก่อนจะไหลมารวมกันที่ระบบระบายน้ำบริเวณฐานเขื่อนด้านท้ายน้ำ หรือ โทเดน ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่รวบรวมและระบายน้ำซึมออกจากตัวเขื่อน จากนั้นน้ำจะไหลตามแนวฐานเขื่อนไปยังจุดต่ำ ก่อนระบายออกสู่รางระบายน้ำริมถนน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารางดังกล่าวยังสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลออกมาได้ "คาดว่าน้ำน่าจะมาจากตัวแกนระบาย แล้วมารวมกัน ซึ่งวางตัวตามแนวด้านล่างของเขื่อน แล้วไหลลงไปที่จุดต่ำสุดตรงกลาง ก่อนออกมาที่รางระบายน้ำริมถนน"

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรียังอธิบายต่อว่า จากการสังเกตเบื้องต้น น้ำที่ไหลออกมามีลักษณะใส ไม่มีตะกอนดินปะปน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่งในการประเมินสภาพเขื่อนดิน "ในเบื้องต้นดูจากลักษณะน้ำ น้ำยังเป็นน้ำใสอยู่ ไม่มีอนุภาคดินอะไรเจือปนออกมา ก็แปลว่าเขื่อนเราก็อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย พร้อมใช้งานครับ”
ทั้งนี้ ลักษณะของน้ำซึมเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ใช้ประกอบการประเมินความปลอดภัยของเขื่อนดิน โดยการยืนยันสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับปริมาณน้ำซึม ความดันน้ำ สภาพทำนบดิน และผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมเพิ่มเติม ยืนยันไม่เข้าขั้นวิกฤต เคยพบลักษณะนี้ช่วงปี 2564–2565 ซึ่งกรมชลประทานได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังมาโดยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการประสานหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เมื่อสถานการณ์ฝนและน้ำผ่านพ้นไปแล้ว ยังมีแผนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินความเหมาะสมของการจัดสร้างอาคารรับน้ำหรือปรับปรุงระบบรวบรวมน้ำบริเวณดังกล่าว เพื่อระบายน้ำออกสู่ลำน้ำธรรมชาติอย่างเป็นระบบต่อไป

ขณะเดียวกัน ทางชลประทานราชบุรี ได้ประสาน ปภ. ผู้ว่าฯ และท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนท้ายอ่างแล้ว โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ตามแนวลำน้ำด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ ครอบคลุมบริเวณห้วยอ่างทอง เพื่อให้ทุกหน่วยงานรับทราบสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือ พร้อมส่งข้อมูลผ่านช่องทางไลน์กับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้มีการสื่อสารแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว

"เฝ้าระวัง ยกของขึ้นที่สูงครับ พวกอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ ท่อสูบน้ำ หรือรถต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกัน ถ้าหากว่ามีน้ำล้น หรือมีฝนตกหนักบริเวณเหนืออ่าง แล้วน้ำเข้าอ่าง น้ำยกตัวอย่างรวดเร็ว เราก็มีการแจ้งเตือนไว้ก่อนครับ" โดยโครงการชลประทานราชบุรี ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมลำน้ำห้วยอ่างทอง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ประชาชนยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์การเกษตร ท่อส่งน้ำ และสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง รวมถึงนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจอดในพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถูกประเมินว่าเป็นภาวะวิกฤต แต่หากมีฝนตกหนักเหนืออ่างอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...