โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รัฐบาลคุมเข้มโฆษณาออนไลน์ สกัดมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน เริ่ม 1 พ.ย. นี้ ผู้ลงโฆษณาต้องยืนยันตัวตนก่อนเผยแพร่

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลคุมเข้มโฆษณาออนไลน์ สกัดมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน เริ่ม 1 พ.ย. นี้ ผู้ลงโฆษณาต้องยืนยันตัวตนก่อนเผยแพร่

(24 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวงประชาชนผ่านโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้แนวทาง “No ID, No Ads” หรือไม่ยืนยันตัวตน ไม่สามารถลงโฆษณาได้ โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาก่อนเผยแพร่โฆษณา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้ช่องทางโฆษณาเข้าถึงประชาชน และเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดปัญหาการหลอกลวง

นางสาวลลิดากล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การกำกับดูแลของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะ Meta เพื่อยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (Ads Payer Verification) ซึ่ง Meta ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ฉบับที่ 2 พร้อมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สื่อสารแนวทางปฏิบัติให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถเตรียมความพร้อมได้ทันกำหนด

สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่โฆษณาในประเทศไทยและได้รับค่าบริการ ต้องดำเนินการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ได้พิจารณาเฉพาะบุคคลที่เป็นผู้ชำระค่าโฆษณาเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ที่มีบทบาทในการนำเสนอโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มด้วย เพื่อให้สามารถระบุผู้เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่โฆษณาได้อย่างชัดเจน

นางสาวลลิดาอธิบายว่า กรณีผู้ประกอบการว่าจ้างบริษัทโฆษณาหรือเอเจนซีให้ดำเนินการเผยแพร่โฆษณาและชำระค่าบริการแทน บริษัทโฆษณาอาจเป็นผู้กระทำการโฆษณาและผู้ชำระค่าโฆษณาตามลักษณะการดำเนินงาน แต่หากเจ้าของร้านค้าเป็นผู้เผยแพร่โพสต์ของตนเอง แล้วว่าจ้างบุคคลอื่นให้ช่วยโปรโมตหรือบูสต์โพสต์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา กรณีดังกล่าวอาจมีผู้กระทำการโฆษณามากกว่าหนึ่งราย ได้แก่ เจ้าของโพสต์และผู้รับจ้างบูสต์โพสต์ จึงขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบบทบาทของตนเองและผู้รับจ้างให้ชัดเจน เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์มได้อย่างถูกต้อง

สำหรับผู้ลงโฆษณาที่เป็นนิติบุคคล แพลตฟอร์มสามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้ดำเนินการแทนบริษัท พร้อมตรวจสอบเอกสารแสดงสถานะนิติบุคคลและหลักฐานการมอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง ส่วนวิธีพิสูจน์ตัวตนสามารถดำเนินการผ่านการตรวจสอบหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐและความเชื่อมโยงกับเจ้าของหลักฐาน หรือผ่านผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัลที่มีระดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า IAL2 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่จำเป็นว่าผู้ลงโฆษณาทุกรายจะต้องใช้วิธีสแกนใบหน้าแบบเดียวกันทั้งหมด

นอกจากนี้ หลักเกณฑ์กำหนดให้พิสูจน์ตัวตนก่อนการเผยแพร่โฆษณา แต่หากแพลตฟอร์มเคยพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาตามเงื่อนไขไว้แล้ว และการพิสูจน์ตัวตนครั้งล่าสุดยังไม่เกิน 1 ปี สามารถใช้ข้อยกเว้นตามที่ประกาศกำหนดได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทุกครั้งที่ลงโฆษณา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของบัญชีโฆษณากับแพลตฟอร์มที่ใช้งานโดยตรง

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า อีกมาตรการสำคัญคือการกำหนดให้แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบุตัวผู้กระทำการโฆษณาตั้งแต่เริ่มเผยแพร่ และเก็บรักษาข้อมูลไม่น้อยกว่า 90 วันหลังสิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา โดยเริ่มนับจากวันถัดจากวันสุดท้ายที่โฆษณาปรากฏบนแพลตฟอร์ม รวมถึงต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ชำระค่าโฆษณาในกรณีที่เป็นบุคคลอื่น เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและติดตามผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดปัญหา

“รัฐบาลต้องการลดช่องว่างที่มิจฉาชีพใช้โฆษณาออนไลน์เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน การยืนยันตัวตนจะช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบและระบุผู้เกี่ยวข้องกับการโฆษณาได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาโฆษณาหรือสินค้านั้นได้รับการรับรองจากภาครัฐ ประชาชนยังต้องตรวจสอบข้อมูลผู้ขายและข้อเสนออย่างรอบคอบ โดยเฉพาะโฆษณาที่ชักชวนให้โอนเงินหรือให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ผู้ประกอบการ ร้านค้าออนไลน์ และบริษัทโฆษณาเร่งตรวจสอบสถานะบัญชีโฆษณา เตรียมเอกสารยืนยันตัวตน หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานนิติบุคคลตามที่แพลตฟอร์มกำหนด ผ่านช่องทางทางการของผู้ให้บริการ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและเผยแพร่โฆษณาได้อย่างต่อเนื่องหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 พร้อมติดตามรายละเอียดและคำแนะนำจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ETDA โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับความปลอดภัยของระบบโฆษณาออนไลน์ ควบคู่กับการคุ้มครองประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...