โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ทุ่มงบเงินกู้ 7.3 หมื่นล้าน รับซื้อไฟส่วนเกินหน่วยละ 2.20 บาท จากโซลาร์ล้านหลังคา

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 ตุลาคม 2569 เวลา 1.59 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครม.ไฟเขียวโซลาร์รูฟ รับซื้อไฟเหลือ 2.20 บาท ใช้งบ 7.3 หมื่นล้าน เข้มฟันขยะอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินคดีเด็ดขาด มอบ “ปกรณ์” แก้สัมปทานผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย แสดงให้เห็นไม่ได้เอื้อทุนใหญ่

27 ตุลาคม 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบเปิดโครงการโซลาร์รูฟ ให้หลังคาบ้านประชาชนเป็นโรงผลิตไฟฟ้า เป็นหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยจากการดำเนินการของรัฐบาล โดยการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะมีการลดค่าไฟบ้านโดยตัดออกจากบิลค่าไฟสาธารณะ

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปดูสัญญาแก้ไขสัมปทานกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย ซึ่งจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในค่าไฟในบิลประชาชน โดยโซลาร์รูฟของประชาชนหากเหลือใช้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะรับซื้อหน่วยละ 2.20 บาท โดยเป็นการใช้งบจากเงินกู้ฉุกเฉิน วงเงิน 73,540 ล้านบาท ลดค่าไฟประชาชนได้ 2.4 หมื่นล้านบาทต่อปี ลดการซื้อไฟในปีแรกกว่า 6 พันล้านหน่วย เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เห็นแก่ทุนใหญ่ที่มีการดำเนินเรื่องไฟฟ้า เพราะมีการแก้ไขสัญญา ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานที่เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้กรมสรรพสามิตยังลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต E20 และ B20

นายเอกภพ กล่าวว่า นายกฯยังได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีแก้ไขเรื่องพลังงานในระยะยาวเพื่อลดสัดส่วนการใช้พลังงานฟอสซิลลงมา ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสำหรับการนำมาใช้ผลิตเป็นส่วนประกอบของน้ำมัน ทั้งนี้ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่มีการลดค่าการกลั่นลงได้

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯยังได้สั่งการให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมีมติให้คณะกรรมการกำหนดให้บริษัทค้าส่งที่มีการซื้อขายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีได้รับสิทธิ์เครดิตในส่วนของสินค้าเกษตร ไม่เกิน 30 วัน และสินค้าอื่นไม่เกิน 40 วัน จากเดิมวางบิล 30-90 วัน ซึ่งอัตรา 45 วัน จะทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเอสเอ็มอีเร็วขึ้นเฉลี่ย 1 แสนล้านบาทต่อ 15 วัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้นางศุภจี ในฐานะประธานคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ แก้ปัญหาอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีการตรวจสารปนเปื้อน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้มีการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...