กลยุทธ์’ชิงพื้นที่สื่อ’?
เมื่อเรื่องที่ดิน 100 ไร่ กลายเป็น “เรื่องรักร้าว”! ทัศนคติ-มุมมองของผู้ติดตามชม นอกจากจะคิดเห็นไม่ตรงกันแล้ว บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาในใจ.. “ดรามาน้ำตาคลอ” หรือ “วิชาเบี่ยงเบนความสนใจ” กันแน่ (วะ)?
เนี่ย..ทำให้ผมนึกย้อนเหตุการณ์ในยุครัฐบาล “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เผชิญมรสุมทางการเมือง และการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านอยู่บ่อยครั้ง!
ซึ่งมีอยู่ครั้งในขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจป๋า จู่ๆ คุณวีระ มุสิกพงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้ที่ได้ชื่อเป็น “ลูก (รัก) ป๋า”..
ก็..ได้ออกมาประกาศขึ้นราคารถเมล์แบบไม่มีปี่-มีขลุ่ย ขึ้นมาซะงั้น!
ทำให้ผู้คน-สื่อมวลชนที่กำลังจดจ่อ-เฝ้าจับตาประเด็นทางการเมือง ที่ฝ่ายค้านมุ่งเป้าไปที่ตัวนายกรัฐมนตรี (ป๋าเปรม) ก็เฮ-หันกลับมาสนใจที่ตัวคุณวีระแทน
ด้วยการขึ้นราคารถเมล์ เป็นความเดือดร้อน ส่งผลกระทบต่อปากท้องประชาชน-คนเมืองหลวงโดยตรง..
จนกลายเป็นประเด็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ที่แย่งพื้นที่หนังสือพิมพ์-โทรทัศน์ไปอย่างสิ้นเชิง!
และจากเหตุการณ์นี้ ได้กลายเป็นกรณีศึกษา-จดจำของคนรุ่นเก๋าในวงการสื่อและนักวิเคราะห์การเมืองที่มักนำมากล่าวอ้าง-เปรียบเทียบ..
ในห้วงเวลามี “ข่าวใหญ่มากลบข่าวร้าย” ของรัฐบาลในยุคต่อๆ มาแบบรู้ทันเหลี่ยม (ไม่เกี่ยวกับทักษิณ)!
กรณีการแถลงข่าวของคุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ก็เช่นกัน ประเด็นที่ดิน 100 ไร่ในจังหวัดนครนายก ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าบุกรุกที่ราชพัสดุและพื้นที่ป่า กำลังเป็นที่ถูกจับตาจากสังคม
และเป็นเรื่องร้อน ด้วย “ผู้บุกรุก” เป็นสามีของคุณบุ๋ม เจ้าของ “มูลนิธิองค์กรทำดี”!
แต่จากที่อ่าน-ที่ฟัง ผมไม่แน่ใจว่า..เนี่ย กำลังฟังคำชี้แจงเรื่องคดีความ หรือกำลังดู “ละครชีวิต” หลังข่าวกันแน่?
เพราะจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คือ..คำถามตัวโตๆ เกี่ยวกับธรรมาภิบาลและการทำประโยชน์บนที่ดินที่สุ่มเสี่ยงจะผิดกฎหมาย
ซึ่งผู้คนต่างคาดหวังจะเห็นคุณบุ๋มได้กางเอกสารสิทธิ การชี้แจงความบริสุทธิ์ในฐานะภรรยา หรือการแสดงความรับผิดชอบร่วมกันในฐานะ “คนทำดี” ของสังคม!
แต่สิ่งที่สังคมได้รู้ กลับเป็นการ “เปิดฉากลากไส้” ความสัมพันธ์ในครอบครัว เรื่องการนอกใจ เงิน 7 ล้านที่หายไป และการประกาศหย่ากลางวงแถลงข่าว
คำถาม ตามความรู้สึกของคนที่เคยผ่านการใช้กลยุทธ์ “เบี่ยงเบนความสนใจของสื่อและสังคม” ของคุณวีระมาก่อน..
นี่คือการแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ หรือเป็นการ “สลัดลูกตุ้ม” เพื่อไม่ให้สาวมาถึงตัวหรืออย่างไร?
ในทางกฎหมาย การเป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกัน ย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบหรือผลประโยชน์ร่วมกันได้ยาก
การที่คุณบุ๋มบอกไม่รู้เรื่องเรื่องที่ดิน 100 ไร่ พร้อมประกาศตัดสัมพันธ์ทันทีในเวลาที่คดีความกำลังถูกรุกไล่ จะไม่ให้ถูกมองว่า..
เป็นกลยุทธ์การ “ชิงพื้นที่สื่อ” เพื่อสร้างภาพให้ตนเองกลายเป็น “เหยื่อ” ของสถานการณ์ แทนที่จะเป็น “ผู้สมรู้ร่วมคิด” ดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย!
คนทำดี..อย่างคุณบุ๋มที่ทำมาก็เรื่องหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายจะเป็น “เกราะคุ้มกัน” และเมื่อใดที่คนดีเริ่มมีกลิ่นอายของผลประโยชน์หรือการพัวพันกับสิ่งไม่ถูกต้อง..
ก็..เป็นธรรมดาที่จะมีคนค้นหาความจริง-จี้ถาม..หากไม่มีเรื่องที่ดิน 100 ไร่ถูกขุดคุ้ย สังคมจะได้ยินเรื่องราวความเจ็บปวดเหล่านี้หรือไม่?
อย่างไรก็ตาม สังคมต้องไม่สับสน..เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครรักหรือเลิกกับใคร หรือใครจะเป็นชู้กับใคร?
แต่อยู่ที่ว่าหน่วยงานรัฐจะกล้าตรวจสอบที่ดินแปลงนั้นอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่นั่นต่างหาก?
และสังคมไทยจะหูตาสว่างพอที่จะแยกแยะระหว่าง “ความเดือดร้อนส่วนตัว” กับ “ความเสียหายส่วนรวม” ได้หรือยัง?
ถ้ายัง..ก็ดรามากันไปเถิด!.
สันต์ สะตอแมน