โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดินตามฝันเส้นทางนักซิ่ง คุยกับ “เอ็นโซ่ สุภาวีระ ธารวณิชกุล” ถึงเป้าหมาย ความฝัน และแพชชั่นที่เข้มข้น

LSA Thailand

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 06.34 น. • Lifestyle Asia Thailand

อ่านสัมภาษณ์แบบไม่คัตกับ “เอ็นโซ่ สุภาวีระ ธารวณิชกุล” ดาวดวงใหม่ของวงการแข่งรถ ถึงการทำงาน ไลฟ์สไตล์ และเส้นทางความฝันของเขา

อายุ 16 อาจฟังดูเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ยังไม่ได้จับอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก แต่กับ “เอ็นโซ่ สุภาวีระ ธารวณิชกุล” อายุ 16 ปีของเขากลับเป็นเหมือนจำนวนประสบการณ์บนเส้นทางการแข่งรถที่ฟาดฟันมาแล้วหลายสนาม จนกระทั่งคว้าชัยในการแข่ง World Championship และเดินหน้าสู่สนามการแข่งฟอร์มูลาวันอย่างเป็นทางการ! เอ็นโซ่จับพวงมาลัยลงแข่งโกคาร์ทครั้งแรกอายุ 3 ขวบ กระทั่งทุกวันนี้แม้วันว่างของเขาก็ยังต้องควบคู่ไปกับวินัยในการออกกำลังกายและการกินอาหาร เพื่อคงสมรรถภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความทุ่มเทและแพชชั่นที่มีต่อวงการแข่งรถแบบเข้มข้น

วันนี้ Lifestyle Asia มีโอกาสได้พูดคุยกับนักแข่งรถในโครงการ Red Bull Junior ภายใต้สังกัดทีม Campos Racing พร้อมพาส่องคอลเล็กชั่นสำคัญที่เขาได้ออกแบบร่วมกับแบรนด์ Royal Ivy Regatta เป็นครั้งแรก กลายมาเป็น ROYAL IVY REGATTA x ENZO T. คอลเล็กชั่นที่สะท้อนความเป็นนักแข่งขันมืออาชีพของเขา และความหรูหราในแบบ American Elegance ของแบรนด์ เป็นการมาเจอกันของชิ้นงานที่โดดเด่นด้วยคัตติ้งเนี้ยบกริบ และงานดีไซน์แบบสปอร์ตลักซ์ชูรี อย่ารอช้ามารู้จักเอ็นโซ่ให้มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์ที่จะพาอัพเดตถึงการทำงานปัจจุบัน ประสบการณ์การแข่งที่ผ่านมา การปรับตัวร่วมกับทีมใหม่ แพชชั่นและเส้นทางในอนาคตที่เขาวาดหวังเอาไว้

ตอนนี้เข้าร่วมกับ Red Bull Junior Team อย่างเป็นทางการแล้ว การเตรียมตัวเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนในการก้าวสู่เส้นทางของมอเตอร์สปอร์ต

ทางทีมจะช่วยในส่วนที่เป็นการเตรียมตัวครับ (Preparation) เขาจะแนะนำว่าวิธีแบบไหนดีที่สุดสำหรับเรา ส่วนใหญ่เขาจะช่วยให้เราไปในทางที่ถูกต้องสำหรับตัวเรามากกว่า แต่ว่าเขาจะไม่ได้ยึดติดว่าต้องทําแบบไหนนะครับ

เป็นนักกีฬาแข่งมืออาชีพแบบนี้ ในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง

จริงๆ แล้วแต่ว่าอยู่ที่กีฬาอะไรนะครับ แต่ว่าในกีฬาแข่งรถที่ผมแข่งอยู่ปกติก็คือจะไปยิมครับ ก็จะทำ Strength and Condition Training (วิธีการฝึกเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายภาพของนักกีฬา) หลังจากนั้นจะมี Simulator (เครื่องจำลองการแข่งรถ) หรือไม่ก็จะเลือกเล่นเป็นกีฬาอะไรก็ได้ครับอย่าง Paddle (กีฬาชนิดหนึ่งคล้ายกับเทนนิส) หรือไม่ก็ตีกอล์ฟครับ ส่วนคาร์ดิโอก็แค่บางวัน อาจจะไปปั่นจักรยานบ้าง แต่ว่าผมจะเลือกปั่นแบบระยะยาวครับ 80 กิโลเมตร

ส่วนถ้าเป็นเรื่องอาหารการกินที่เขาบอกว่าเป็นนักแข่งมืออาชีพต้องควบคุมใช่ไหมครับ คือจริงๆ แล้วด้วยผมอายุยังน้อย กินเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องเป็นอาหารคลีนครับ พวกอกไก่ที่เป็น Clean Product อะไรแบบนี้ครับ ไม่ได้มีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษ

เอ็นโซ่มีทริคการขับรถที่แตกต่างหรือพิเศษกว่าคนอื่นไหม

เอาจริงๆ ผมไม่รู้เลยครับ (หัวเราะ) ตอนขับผมจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มันเงียบไปเลยในหัว รู้แค่ว่าต้องทำแบบไหน อย่างตอนนี้ที่เรานั่งคุยกันผมจำตอนที่ขับตอนนั้นไม่ได้เลยครับ เพราะว่าพอเริ่มขับแล้วมันจะเข้า Flow State ครับ (ภาวะดำดิ่งในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง) คือง่ายๆ เลยเหมือนสมองมันหยุดทํางานไปแล้ว เหมือนเป็น Muscle Memory มากกว่าครับ

อยากให้แชร์โมเม้นต์การแข่งขันที่ตื่นเต้นที่สุดโมเม้นต์ไหนก็ได้

ที่สําคัญที่สุดแล้วก็ที่ผมดีใจที่ชนะมากที่สุดก็จะเป็นถ้วยนี้ครับ World Championship เป็นรายการแข่งขันระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ได้ชนะถ้วยนี้มา มันรู้สึกดีมากๆ ครับ แต่ว่าก็จะมีรายการที่อาจจะไม่ได้สําคัญเท่ากัน แต่ว่าก็สนุกกว่าครับ เพราะว่าเราอาจจะได้ขับช้ากว่า แล้วก็ไม่ได้เครียดมากครับ

แล้วตอนนั้นที่ชนะ World Championship เราจัดการความรู้สึกให้สงบลงอย่างไรบ้าง เพราะเดาว่าอะดรีนาลีนต้องสูบฉีดแรงมากแน่ๆ

จริงๆ แล้วตอนนั้นที่ชนะ ผมเหมือนไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเราเพิ่งทําอะไรลงไป (หัวเราะ) มันแบบโอเค…ชนะ World Championship นะ…ดีมาก แต่พอเวลาผ่านไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์คือเพิ่งจะมาเข้าใจจริงๆ ว่าผมได้ประสบความสําเร็จในการแข่งที่เลเวลที่สูงที่สุดในอายุของผมแล้ว เหมือนมันต้องใช้เวลาประมวลผลนิดหนึ่งเพื่อที่จะเข้าใจครับ พอเริ่มเข้าใจจริงๆ ถึงได้แบบ โอ้…มันคือเรื่องที่ใหญ่มากๆ เลยนะ

แพ้-ชนะ เป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน ในฐานะนักแข่งมืออาชีพแล้วจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร

สำหรับผมแล้ว ชนะก็คือ…มันเป็นงานของผม ผมควรที่จะชนะ แต่ว่าพอไม่ชนะ มันคือการเรียนรู้ครับ เพราะว่าชีวิตโดยปกติแล้วคือการเรียนรู้ การปรับปรุงส่วนที่ผิดพลาด แน่นอนการชนะให้ความสุขครับ แต่เราไม่เคยได้พัฒนาจากการชนะนะครับ การพัฒนาเกิดขึ้นได้จากการที่เราแพ้ หรือการที่เราได้จุดที่ 2 ที่ 3 ครับ เพราะนั่นแปลว่ามันมีขอบเขตของการพัฒนา (Margin of Improvement) ที่เราเห็นได้ชัดครับ

แบบนี้ทำอย่างไรให้แพชชั่นเข้มข้นอยู่ตลอดเวลา

ตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับตัวเองตลอดครับ อย่างตอนแรกคือ World Championship ซึ่งทำได้ไปแล้ว ตอนนี้เป้าหมายคืออยู่ในปีนี้ แต่จริงๆ ผมเรียนมากับทีม Red Bull ว่าเป้าหมายของคุณควรที่จะเป็นแบบ Ambitious Goal (เป้าหมายที่จะทะเยอทะยาน) มากกว่า แต่ว่าต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละนิดทีละหน่อยในแต่ละสเต็ป เหมือนเป็นการให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้น 1% หรือ 2% ในทุกวันครับ แบบนี้จะเป็นปรัชญาในการแข่งมากกว่า

แน่นอนว่าเป้าหมายในอนาคตคือการได้เป็นแชมป์ F1 แล้วถ้านอกเหนือจากนั้นล่ะ มีอะไรอีกไหม

เป้าหมายสูงสุดเลยใช่ไหมครับ คือการชนะ F1 ทั้งหมด 4 ครั้ง ไปชนะ Le Mans ทั้งหมด 2 ครั้ง (การแข่งขัน 24 Hours of Le Mans เป็นการแข่งขันที่ทดสอบความทนทานของรถและนักแข่ง โดยนักแข่งต้องขับรถด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ) แล้วก็ IndyCar อีก 2 ครั้ง (NTT IndyCar Series เป็นการแข่งรถทางเรียบระดับสูงสุดของอเมริกา) นั่นแหละครับสำหรับผมมันคือ Perfect Career ที่ชนะทุกรายการครับ แต่ถ้าไม่ได้แบบนั้น ก็เป็นการชนะ 8-9 ครั้งของ F1 ครับ (ยิ้ม) แต่ว่าอย่างแรกเลยในตอนนี้ คือต้องไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ก่อนครับ (ยิ้ม)

แล้วตอนนี้ล่ะกำลังเตรียมตัวหรือมีโปรเจกต์อะไรใหม่ๆ มาอัพเดตบ้างไหม

ตอนนี้แข่ง F4 Spanish Championship อยู่ครับ เพิ่งจบฤดูกาลไปครับ (ข้อมูลอ้างอิงจากวันสัมภาษณ์ในเดือนธันวาคม 2567) ในปีนี้ผมจะมีข่าวดีมาเร็วๆ นี้ครับ (ยิ้ม) แล้วก็นอกเหนือจากการแข่งรถและการเตรียมตัวแล้ว ปีนี้ผมยังได้ร่วมทำงานกับแบรนด์ Royal Ivy Regatta ด้วยครับ

เล่าถึงการทำงานกับแบรนด์ Royal Ivy Regatta ให้ฟังหน่อย มาเจอกันได้อย่างไร

เริ่มจากการที่ผมอยากทำงานกับแบรนด์ที่มีความคล้ายกับตัวผมครับ ซึ่ง Royal Ivy Regatta เอง เราต่างอยากสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยในระดับโลกเหมือนกัน แล้วแบรนด์ยังสะท้อนตัวตนของผมด้วย คือมีความคลาสสิก แต่ก็ดูเท่ มีความสมาร์ทแคชชวลในเวลาเดียวกัน ซึ่งตรงกับสไตล์การแต่งตัวของผมอยู่แล้วด้วย

อย่างในขั้นตอนการทำงาน ผมได้พูดคุยกับดีไซน์เนอร์ เพื่อร่วมออกแบบคอลเล็กชั่นที่มีคอนเซ็ปต์สมาร์ทแคชชวล มีติดกลิ่นอายความเป็นสปอร์ตนิดๆ ซึ่งเป็นตัวตนของผมเองและความรักในมอเตอร์สปอร์ตของผมครับ ผมชอบสีน้ำเงินกับแดง เพราะมันมีความเป็นนักแข่งรถ ที่สื่อถึงความรวดเร็ว ส่วนเบอร์ที่ใช้แข่งก็เป็นเบอร์ 8 ครับ ในงานดีไซน์ผมยังอยากเก็บความเป็นลักซ์ชูรีของแบรนด์เอาไว้ด้วย คอลเล็กชั่นที่ออกมาเลยลงตัวมากๆ มีหลายลุคที่ผมสามารถเอามามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ในหลายโอกาส ทั้งวันธรรมดา วันซ้อม หรือวันที่ผมต้องการความเป็นทางการก็สามารถหยิบมาใส่ได้เหมือนกันครับ ก็อยากให้ทุกคนติดตามคอลเล็กชั่นนี้ด้วยครับ เพราะมันเป็นอะไรที่ใหม่มาก และผมเองก็ตื่นเต้นกับการร่วมงานครั้งนี้มากๆ ด้วยเหมือนกันครับ

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...