โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกมั่นใจในตัวเองเกินไป : 5 พฤติกรรมของพ่อแม่ที่สร้างอีโก้ (Ego) ให้ลูกโดยไม่รู้ตัว

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 23.42 น. • Features

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าลูกเป็นเด็กมั่นใจในตัวเองมากเกินไปหรือมีอีโก้ (Ego) มากเกินไปการมีอีโก้หรือความเป็นตัวของตัวเองมาก จะส่งผลให้ ลูกมั่นใจในตัวเองเกินไป ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง คิดว่าตัวเองถูกและอยู่เหนือผู้อื่น จนอาจขาดความถ่อมตัว และไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ของเด็กๆ ต่อไปพฤติกรรมและลักษณะนิสัยของลูกล้วนมีปัจจัยสำคัญจากการเลี้ยงดูและพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงการที่ ลูกมั่นใจในตัวเองเกินไปไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกไม่ดี แต่บางครั้งพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดีต่อลูก อาจเป็นการบ่มเพาะนิสัยไม่พึงประสงค์ให้กับลูกได้มาถึงตรงนี้ เราจึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาสำรวจ 5 พฤติกรรมที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกมีอีโก้หรือมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เพื่อเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่กลับมาทบทวนและปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดูลูกให้เป็นเด็กที่มีความมั่นใจอย่างพอดี และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างมีความสุข1. ชื่นชมลูกมากเกินไป

การชื่นชมลูกเป็นเรื่องที่ดี คุณพ่อคุณแม่ส่วนมากมักใช้คำชมเป็นเครื่องมือในการให้กำลังใจและเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูก แต่หากชื่นชมลูกมากเกินไป โดยเฉพาะการชื่นชมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น “ลูกเก่งที่สุดเลย” หรือ “ไม่มีใครเก่งเท่าลูกของแม่อีกแล้ว” การชื่นชมลูกเกินจริงบ่อยๆ อาจทำให้ลูกรู้สึกคล้อยตามและเชื่อมั่นไปตามคำชมนั้น จนกลายเป็นเด็กที่เข้าใจว่าตัวเองเก่งและดีกว่าคนอื่นเสมอ2. พ่อแม่ปกป้องลูกเหมือนไข่ในหิน

การคอยปกป้องและช่วยเหลือลูกทุกครั้งที่เจอปัญหา โดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ลองเรียนรู้หรือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้ลูกไม่เรียนรู้ว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการเติบโต และไม่รู้เห็นความสำคัญของการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง3. พ่อแม่ที่ชอบอวยลูกตัวเองและตำหนิลูกคนอื่นเสมอ

นอกจากการชื่นชมลูกมากเกินไปแล้ว การเปรียบเทียบว่าลูกดีกว่า เก่งกว่าคนอื่น และตำหนิคนอื่นให้ลูกฟังเป็นประจำ เช่น “ลูกเก่งที่สุด” หรือ “คนอื่นคงไม่มีทางสู้ลูกได้” อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองมีดีกว่าคนอื่น เหนือกว่าคนอื่น และไม่เห็นคุณค่าของความสามารถหรือความแตกต่างของแต่ละคน ทำให้ลูกมองคนอื่นในแง่ลบ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ และปรับตัวทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ไม่ดี4. ตามใจลูกทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข

การตามใจลูกโดยไม่มีเหตุผลหรือข้อจำกัด อาจทำให้ลูกไม่เข้าใจถึงคุณค่าของสิ่งของและความพยายามในการได้มา ลูกจะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ และคิดว่าตัวเองสมควรได้รับทุกสิ่งโดยง่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวเข้ากับสังคมและการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นในอนาคตคุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนให้ลูกรู้จักรอคอยและอดทน สร้างเงื่อนไขและข้อตกลงในการได้มาซึ่งสิ่งของหรือความต้องการบางอย่าง สอนให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินและความพยายามเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการบ้าง5. ไม่รับฟังความคิดเห็นของลูกอย่างจริงจัง

การมองข้ามหรือปฏิเสธความคิดเห็นของลูกโดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้อธิบาย เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ลูกรู้สึกว่าการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพียงแค่ความคิดเห็นจากผู้นำหรือคนๆ เดียวก็เพียงพอแล้ว ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรตั้งใจรับฟังความคิดเห็นของลูกอย่างจริงจัง สอนให้ลูกรู้จักการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นต่อไปอ่านบทความ: ลูกไม่มั่นใจในตัวเอง : 5 เช็กลิสต์ สำรวจความมั่นใจ (Self-esteem) ในตัวลูกอ้างอิงResurfacegroupParenteam

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...