โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TIPHปักธงประกันโตกว่าตลาด ปี67ยอมเบี้ยEVหดแต่TIPมั่นคง

ทันหุ้น

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 00.30 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2568 เวลา 16.24 น.

#TIPH #ทันหุ้น- TIPH มองบวกธุรกิจประกันวินาศภัย รับอานิสงส์ ท่องเที่ยว และการลงทุนจากภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ หนุนประกันท่องเที่ยว และประกันทรัพย์สินดีตาม คาดอุตสาหกรรมปี 68 โต 1.5 - 2.5% TIP จะโต 4.5-7.5% เดินกลยุทธ์คัดสรรงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะประกันรถ EV เผยยอมเบี้ยชะลอ แต่บริษัทแกร่งโตยั่งยืน

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH กล่าวว่าในปี 2568 TIPH ยังคงมีมุมมองบวกต่อโอกาสในการเติบโตของ บมจ.ทิพยประกันภัย หรือ TIPโดยเฉพาะในส่วนของงานประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non- Motor) ซึ่งเป็นงานที่บริษัทมีความชำนาญ และเป็นพอร์ตงานหลักของ TIPด้วยสัดส่วนกว่า 70% ส่วนประกันรถยนต์ (Motor) เนื่องจากยังคงเน้นคัดงาน ดังนั้น TIP จะยังคงสัดส่วนการรับงานประกันรถไม่ให้เกิน 30%

*เป้าปี 68 โต 4.5-7.5%

“ประกันวินาศภัยจะโตล้อไปกับเศรษฐกิจ โดยปี 2568 เราเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะขับเคลื่อนได้ภาคการท่องเที่ยว และงานลงทุนขนาดใหญ่จากภาครัฐ ซึ่งก็จะหนุนให้ประกันการเดินทาง กับประกันภัยทรัพย์สินในโครงการขนาดใหญ่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม เราถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่ได้พอร์ตงานมาบริหารความเสี่ยง ดังนั้นเราจึงคาดว่าภาคธุรกิจประกันวินาศภัยปีนี้โต 1.5 - 2.5% ในส่วนของ TIP คาดว่าจะโตได้ 3 เท่าของภาคอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย หรือที่ราว 4.5-7.5%”

ทั้งนี้ งบ 9 เดือนแรกปี 2567 TIP มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท ลดลง 649 ล้านบาท คิดเป็น 2.8%เนื่องจากนโยบายการรับประกันที่เน้นคัดสรรภัย และกำหนดเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับบริษัท ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท โต 5.7%

*รับ EV แต่เข้มคัดสรร

ดร.สมพร กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของพอร์ตประกันรถยนต์ เรายังคงเน้นคัดงานโดยไม่ลงไปเล่นในเรื่องของราคา และระมัดระวังมากขึ้นในการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความเสี่ยงจากการซ่อม ทำให้ค่าสินไหมอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อรถเกิดความเสียหาย เกือบทั้งหมดจะต้องซ่อมห้าง เพราะอู่ทั่วไปยังไม่พร้อมให้บริการซ่อม ดังนั้น ค่าซ่อมจึงสูง

ขณะที่มูลค่ารถ EV ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว จากการลดราคาอย่างแรงและเร็ว และหากต้องเปลี่ยน แบตเตอรี ราคาแบตก็สูงคิดเป็น 70-75% ของมูลค่ารถยนต์ รวมถึงอะไหล่รถที่แม้จะใช้น้อย แต่ก็ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ หาเปลี่ยนยากเมื่ออะไหล่ส่วนนั้นๆ เสียหาย

อย่างไรก็ตาม ทิพยประกันภัย ยังคงรับงานประกันรถ EVแต่เลือก เช่น รับงานกับลูกค้าที่ซื้อรถ EVแล้วมาทำประกันกับบริษัท แต่ไม่รับงานผ่านดีลเลอร์ เนื่องจากงานดังกล่าวดีลเลอร์จะเป็นผู้กำหนดราคาเบี้ยประกันซึ่งปัจจุบันมองว่าไม่สอดคล้องกับความเสี่ยง ซึ่ง ดร.สมพร ชี้ว่า การควบคุมต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของสินค้ากลุ่มนี้ (ประกันรถ VE) โดยบริษัทจะประเมินความเหมาะสมอย่างละเอียดก่อนรับประกัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

“เรามีการปรับพอร์ตและรับงานประกันรถ EV อย่างเข้มงวด ส่งผลให้ปี 67 ที่ผ่านมาเบี้ยของเราชะลอตัว โตลดลงราว 4-6%แต่ก็เกิดจากความตั้งในของเราในการปรับโครงสร้างการรับงานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในระยะยาว โดยคาดว่าปี 68 นี้ เบี้ยประกันรถจะกลับมาเป็นบวก 5% จากที่ติดลบในปีก่อนขณะเดียวกัน บริษัทยังเห็นพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเน้นแต่รถ EV ก็หันมาใช้แบบ “ไฮบริจด์ (Hybrid) มากขึ้น

ปัจจุบัน ทิพยประกันภัยมีเบี้ยประกันรับรวมในส่วนรถ EV ราว 500 ล้านบาท และปี 2568 จะรักษาระดับเบี้ยไว้ที่ตัวเลขดังกล่าว หรืออาจจะเติบโตเล็กน้อย เนื่องจากมีการชะลอรับงาน และเน้นคุณภาพงานมากขึ้น

ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย คาดว่า แนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2568 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นราว1.5- 2.5% จากปี 2567 ด้วยตัวเลขเบี้ยรับตรงที่ประมาณ 291,240 -294,100 ล้านบาท จากการเร่งเบิกจ่าย และการลงทุนของภาครัฐมากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ภายใต้ความท้าทายต่างๆ จากปัจจัยภายในและปัจจัยนอก ที่ยังคงเป็นแรงกดดัน

โดยปัจจัยภายนอก ยังคงมาจากผลกระทบเรื่องของการกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐกับคู่ค้า ต่างๆ ไม่เฉพาะจีน หากยังรวมถึงไทยด้วย รวมถึงสงครามความไม่สงบในภูมิภาคต่างๆ ที่จะปัจจัยกดดันความเชื่อมั่น

ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่เป็นความท้าทาย คือกำลังซื้อ และหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีผลต่อการจับจ่ายใช้สอย อย่างไรก็ตามประเมินว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐออกมาช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน รวมถึงกระตุ้นเบิกจ่ายงบ จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา สถาบันการเงินมีโอกาสและแนวทางที่จะลดความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อได้ ทำให้คาดว่าภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2568 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง จากปี 2567 ที่คาดว่าการเติบโตจะติดลบ 0.5-1.5%ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...