โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

พ่อแม่สอนลูกได้ “วิธีรับมือกับภัยพิบัติแบบคนญี่ปุ่น”

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 07.52 น. • HELLO! Magazine Thailand
การรับมือภัยพิบัติแบบญี่ปุ่นเป็นแบบอย่างที่ดีเพราะญี่ปุ่นมีประสบการณ์กับภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง

ญี่ปุ่นมีวิธีรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างที่ดีเพราะญี่ปุ่นมีประสบการณ์กับภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ ไต้ฝุ่น และภูเขาไฟระเบิด ทั้งญี่ปุ่นยังตั้งอยู่ในเขตรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีภูเขาไฟเกือบทั้งหมดในโลกกระจุกตัวอยู่ และมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ 83 ลูก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของภูเขาไฟทั้งหมดในโลก

จากเว็บ Ministry of Foreign Affairs of Japan ระบุถึงการป้องกันภัยพิบัติ ไว้ว่า ญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในยุคหลังสงคราม ส่งผลให้มีการจัดตั้งระบบบริหารจัดการป้องกันภัยพิบัติที่วางแผนไว้อย่างครอบคลุม และในปี 1961 ได้มีการตราพระราชบัญญัติพื้นฐานเกี่ยวกับมาตรการรับมือภัยพิบัติ

หลังจากนั้น มาตรการป้องกัน บรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน และฟื้นฟูก็เชื่อมโยงกันแบบโต้ตอบภายใต้ระบบที่รับรองแนวทางการรับมือภัยพิบัติที่วางแผนไว้และครอบคลุม พระราชบัญญัติมาตรการเร่งด่วนเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้และควบคุมน้ำท่วมในเดือนมีนาคม 1960 ตามมาด้วยการดำเนินการตามแผนของมาตรการควบคุมน้ำท่วมและโครงการอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถของญี่ปุ่นในการป้องกันภัยพิบัติ ในเดือนมิถุนายน 1960 มีการตัดสินใจกำหนดให้วันที่ 1 กันยายนของทุกปีเป็น “วันป้องกันภัยพิบัติ” เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยพิบัติและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน

ต่อไปนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลวิธีการรับมือภัยพิบัติแบบญี่ปุ่นที่สามารถนำไปปรับใช้ได้

1. เตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย

  • สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติในพื้นที่ เช่น ศึกษาประวัติภัยพิบัติที่เคยเกิดขึ้นและแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นอีก
  • เตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน (Emergency Kit) เช่น
  • น้ำดื่ม (ประมาณ 3 ลิตร/คน/วัน)
  • อาหารกระป๋องหรืออาหารแห้งที่เก็บได้นาน
  • ไฟฉาย ถ่าน พาวเวอร์แบงก์ วิทยุแบบมือหมุน
  • ยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาล
  • เงินสด (เพราะ ATM และระบบธนาคารอาจใช้การไม่ได้)
  • เอกสารสำคัญในถุงกันน้ำ (เช่น บัตรประชาชน, สมุดบัญชี, กรมธรรม์ประกันภัย)
  • ฝึกซ้อมอพยพและวางแผนหนีภัย
  • รู้เส้นทางอพยพและจุดรวมพลในชุมชน
  • ฝึกซ้อมดับเพลิงและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

2. ขณะเกิดภัยพิบัติ

แผ่นดินไหว

  • หากอยู่ในอาคาร:
  • ป้องกันตัวเองโดย “Drop, Cover, Hold On” (หมอบลง, คลุมหัว, ยึดเกาะ)
  • อยู่ห่างจากหน้าต่างและเฟอร์นิเจอร์ที่อาจล้มทับ
  • อย่าวิ่งออกนอกอาคารทันที เพราะอาจมีสิ่งของหล่นใส่
  • หากอยู่กลางแจ้ง:
  • อยู่ห่างจากอาคารสูง, เสาไฟฟ้า, ป้ายโฆษณา
  • คุ้มครองศีรษะและรอจนการสั่นสะเทือนหยุด

สึนามิ

  • หากอยู่ชายฝั่งและรู้สึกแผ่นดินไหวรุนแรง หรือได้ยินสัญญาณเตือนสึนามิ:
  • อพยพไปที่สูงทันที (อย่างน้อย 30 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลหรือห่างจากฝั่ง 3-5 กิโลเมตร)
  • อย่าใช้รถยนต์ เพราะอาจติดการจราจร

ไต้ฝุ่นหรือน้ำท่วม

  • ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐ
  • ย้ายไปที่สูงและหลีกเลี่ยงการเดินทาง
  • ปิดประตูหน้าต่างและยึดสิ่งของให้มั่นคง

3. หลังเกิดภัยพิบัติ

  • ตรวจสอบความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้างก่อน
  • ใช้วิทยุหรือโทรศัพท์เพื่อรับข้อมูลล่าสุด (ระบบสื่อสารอาจล่มชั่วคราว)
  • ระวังอาฟเตอร์ช็อก (แผ่นดินไหวตาม)
  • ช่วยเหลือผู้อื่นตามความสามารถ แต่ไม่เสี่ยงเกินไป
  • เตรียมรับมือกับภาวะขาดแคลน เช่น น้ำ ไฟฟ้า อาจขาดหายไปหลายวัน

อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่ Hello!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...