โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โดรนส่งอาหาร...ทางเลือกของ Food Delivery ไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 01.52 น.

คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : ธนา ตุลยกิจวัตร ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

ความต้องการใช้บริการ Food Delivery เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ทำให้การจัดส่งอาหารในช่วงเวลายอดนิยม เช่น ช่วงพักกลางวันมีจำนวนพนักงานส่งอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการ และส่งผลต่อเนื่องให้ระยะเวลาจัดส่งนานกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง

สะท้อนจากระยะเวลาจัดส่งต่อออร์เดอร์ของไทยโดยเฉลี่ยสูงถึง 40 นาที นานกว่าในสหรัฐ หรือจีนที่อยู่ระหว่าง 25-35 นาที และ “การใช้โดรนส่งอาหาร” เป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพและร่นระยะเวลาในการจัดส่งอาหาร ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐและจีน ซึ่งการใช้โดรนส่งอาหารมีจุดเด่น ได้แก่

– ความรวดเร็วในการจัดส่ง โดย Meituan แพลตฟอร์มสั่งอาหารในจีนสามารถใช้โดรนลดระยะเวลาในการจัดส่งอาหารจากออร์เดอร์ละ 30 นาที เหลือเพียง 12 นาที เร็วขึ้นถึง 150%

– ลดต้นทุนการขนส่ง โดย Domino Pizza ชี้ว่าการใช้โดรนช่วยลดค่าจ้างพนักงานและค่ารถส่งของ ทำให้ต้นทุนในการขนส่งลดลงถึง 20%

– การเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล โดย Zipline ใช้โดรนเพื่อส่งเวชภัณฑ์และอาหารให้กับชุมชนที่อยู่ห่างไกลในรวันดา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากลำบาก

– ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากโดรนใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 50% เมื่อเทียบกับการขนส่งโดยรถจักรยานยนต์

และจากราคาโดรนที่มีแนวโน้มลดลงราว 20% ต่อปี Krungthai COMPASS ประเมินว่า ในอนาคตโดรนจะเข้ามามีบทบาทในธุรกิจ Food Delivery ของไทยมากขึ้น จากปัจจัยสนับสนุน 4 ข้อ ดังนี้

1) ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบดั้งเดิม ทั้งในมิติค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และการบำรุงรักษา ทั้งนี้ PWC มีการประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการใช้โดรนขนส่งสินค้าจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2577 หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า จะลดลงเหลือเพียง 2 เหรียญสหรัฐต่อครั้ง หรือลดลงมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ในบริบทของประเทศไทย แม้ว่าในปัจจุบันการใช้โดรนส่งอาหารอาจมีความคุ้มค่าต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการส่งอาหารโดยใช้รถจักรยานยนต์ แต่จากราคาของโดรนที่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งสวนทางกับค่าแรงงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทาง Krungthai COMPASS ประเมินว่าการใช้โดรนในธุรกิจ Food Delivery จะมีความน่าสนใจมากขึ้น และเริ่มมีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ สอดคล้องกับงานวิจัยเรื่องแนวทางการใช้โดรนเพื่อการขนส่งสินค้าทางอากาศเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย

โดยในปี 2572 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า การใช้โดรนส่งอาหารในไทยจะมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2.2-2.8 ปี ซึ่งต่ำกว่าอายุการใช้งานของโดรนเฉลี่ยที่อยู่ที่ประมาณ 3 ปี

2) ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่มีความต้องการด้าน Food Delivery สูง โดยข้อมูลล่าสุดจาก LINE MAN Wongnai ระบุว่าปัจจุบันแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai มีผู้ใช้กว่า 10 ล้านรายต่อเดือน ดังนั้น การใช้โดรนส่งอาหารจะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่ติดขัดและช่วยให้ส่งอาหารได้เร็วขึ้น ส่งผลให้สามารถรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของอาหารไว้ได้

3) ช่วยลดปัญหามลพิษภายในเมือง การใช้โดรนส่งอาหารสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ เนื่องจากโดรนใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก รวมถึงยังช่วยลดปริมาณยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในการส่งอาหาร ทำให้ปัญหามลพิษภายในเมืองใหญ่ เช่น ฝุ่น PM 2.5 บรรเทาลงได้ โดยการใช้โดรนส่งอาหารจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงกว่า 30-50% เทียบกับการใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน

4) ช่วยลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลน Rider โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน เช่น ช่วงพักกลางวัน หลังเลิกงาน หรือในช่วงเทศกาลที่มีความต้องการสั่งซื้ออาหาร Online เป็นจำนวนมาก และด้วยจำนวนพนักงาน Rider ที่มีจำกัด ทำให้พนักงานแต่ละคนต้องแบกรับปริมาณงานเป็นจำนวนมาก การใช้โดรนอาจช่วยแบ่งเบาภาระงานของพนักงานลงได้ และช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการระบบการจัดส่งอาหารได้ดียิ่งขึ้น

Krungthai COMPASS ประเมินว่าโดรนส่งอาหารในไทยอาจจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ โดยในปี 2572 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า การใช้โดรนเพื่อขนส่งอาหารในธุรกิจ Food Delivery ของไทยจะมีมูลค่าราว 1.6 พันล้านบาท และในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2577 อาจมีมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 66% ต่อปี ทั้งนี้ การใช้โดรนส่งอาหารเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องมีความรู้ในการบริหารจัดการระบบโดรน

รวมถึงต้องลงทุนในอุปกรณ์ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไป แต่ผู้ให้บริการด้าน Food Delivery อาจมีความคุ้มค่าการลงทุนในเทคโนโลยีโดรนมากกว่า เนื่องจากมีจำนวนออร์เดอร์สูงและครอบคลุมหลากหลายพื้นที่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โดรนส่งอาหาร…ทางเลือกของ Food Delivery ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...