“หุ้นสหรัฐ” ดิ่งต่อเนื่อง ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ร่วง 1,300 จุด Nasdaq จ่อเข้าสู่ตลาดหมี หลังทรัมป์ย้ำไม่ถอยภาษี
“หุ้นสหรัฐ" ดิ่งต่อเนื่อง ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ร่วง 1,300 จุด Nasdaq จ่อเข้าสู่ตลาดหมี บิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ย้ำไม่ถอยภาษี
วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 16.14 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันจันทร์ (7 เม.ย.68) ขณะที่ทำเนียบขาวยังคงยืนยันเดินหน้ามาตรการภาษีแม้ตลาดจะเผชิญภาวะพังพินาศติดต่อกัน 3 วัน หลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรในอัตราสูงกับเกือบทุกประเทศคู่ค้า
*ฟิวเจอร์ส S&P 500 ร่วง 3.8% มีแนวโน้มเข้าสู่เขตตลาดหมี (Bear Market) เมื่อเปิดตลาดอย่างเป็นทางการ ฟิวเจอร์สดัชนี Dow Jones ดิ่งลงกว่า 1,376 จุด หรือ 3.6% และฟิวเจอร์ส Nasdaq-100 ร่วง 4.1% นักลงทุนเร่งขายหุ้นเทคโนโลยีเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด*
โดยปลายสัปดาห์ก่อน ดาวโจนส์ร่วงเกิน 1,500 จุดสองวันติดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมถึงการรูด 2,231 จุดในวันศุกร์ (4 เม.ย.68) S&P 500 ดิ่งลง 6% ในวันเดียว หนักสุดนับตั้งแต่โควิดระบาดในเดือนมีนาคม 2563 ขณะที่ Nasdaq Composite เข้าสู่ภาวะตลาดหมี ลดลง 22% จากจุดสูงสุด
นักลงทุนหวังว่าช่วงสุดสัปดาห์จะมีข่าวเจรจาลดภาษีหรือเลื่อนใช้มาตรการออกไป แต่สิ่งที่ได้คือคำยืนยันจากผู้นำสหรัฐและทีมเศรษฐกิจว่า “ภาษีต้องเดินหน้า” ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่อยากให้ตลาดร่วง แต่บางครั้งคุณต้องกินยาเพื่อรักษาโรค …เราขาดดุลการค้ากับจีนเป็นล้านล้านดอลลาร์ เราต้องแก้ไขก่อนถึงจะทำข้อตกลงได้”
ด้านฮาเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์ กล่าวว่า “ภาษีกำลังมา และจะยังคงอยู่ไปอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์” ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ยืนยันว่ามี กว่า 50 ประเทศ ติดต่อเจรจา แต่เตือนว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นที่ไม่ดีมานาน และเรื่องนี้เจรจาจบไม่ได้ในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์
ทั้งนี้ความผันผวนรุนแรงทำให้เกิด “Margin Call” หรือการบังคับขายหลักทรัพย์ในพอร์ตหลายจุด ดัชนีความกลัว (CBOE Volatility Index หรือ VIX) พุ่งแตะ ระดับ 45 ซึ่งถือว่า “สูงมาก” และมักพบเฉพาะช่วงตลาดหมี Chris Rupkey นักเศรษฐศาสตร์จาก FWDBONDS กล่าวว่า “นี่คือวันที่ 3 ติดต่อกันที่นักลงทุนในวอลล์สตรีทแสดงจุดยืนชัดว่า ‘ไม่เอา’ ภาษีทรัมป์”
แม้ช่วงก่อนจะสวนตลาด แต่ในวันอาทิตย์ (6 เม.ย.68) บิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ สะท้อนการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (de-risking) ของนักลงทุนทั่วโลก
อ้างอิง : cnbc.com